โครงการเสริมสร้างและประเมินสมรรถภาพทางกายและจิตเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของ ประชาชนเขตเทศบาลตำบลท่ามะเดื่อ ปีงบประมาณ ๒๕๖๔ อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง
-
-
-
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน60.00
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง60.00
ปัจจุบันกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเป็นปัญหาสำคัญทางสาธารณสุขและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง เป็นภัยเงียบที่ส่งผลกระทบทำให้เกิดภาวะโรคแทรกซ้อน ทำให้เกิดความพิการและเสียชีวิตก่อนวัยอันควร การเกิดโรคมีสาเหตุจากหลายปัจจัยเสี่ยงที่มาจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม ขาดการออกกำลังกาย และนำไปสู่การเจ็บป่วยแทรกซ้อนที่สำคัญ อาทิ โรคจอประสาทตาเสื่อม โรคไตวายเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือดแผลเรื้อรัง การถูกตัดขา ตัดนิ้ว เป็นต้น ความเจ็บป่วยเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยตลอดจนค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขโดยรวมการมีสุขภาพดีเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนาดังคำที่ว่า “อโรคยา ปรมา ลาภา” ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐซึ่งทุกวันนี้ประชาชน ได้หันมาดูแลตนเองโดยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องเช่น การออกกำลังกาย ผ่อนคลายความเครียด เลือกบริโภคอาหารที่สะอาด ปลอดภัย การเสริมสร้างสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจให้แข็งแรงเป็นสิ่งสำคัญจะต่อสู้กับสภาวะเศรษฐกิจและสภาพสังคมที่ก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง การพัฒนาทักษะส่วนบุคคล การสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ การสร้างนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพและการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน จะทำให้ประชาชนมีสมรรถภาพทางกายและจิตที่ดี
จากข้อมูลภาวะสุขภาพประชาชนในเขตเทศบาลตำบลท่ามะเดื่อ ปี2561-2563 พบ อัตราป่วยโรคความดันโลหิตสูง 749.23, 763.08, 733.85 ต่อแสนประชากร ตามลำดับ อัตราป่วยโรคเบาหวาน 349.23,338.46,296.92 ต่อแสนประชากร ตามลำดับ จากการคัดกรองพบกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง 395,380,135คน ตามลำดับกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน 208,260,304 คน ตามลำดับ สถานการณ์แนวโน้มจะมีผู้ป่วยและกลุ่มเสี่ยงเพิ่มขึ้น จากการสำรวจและวิเคราะห์ข้อมูลพบว่าผู้ป่วยและกลุ่มเสี่ยงส่วนใหญ่มีพฤติกรรมสุขภาพ 3 อ. 2 ส. ที่ไม่เหมาะสม ในเรื่องการออกกำลังกายเทศบาลตำบลท่ามะเดื่อได้ส่งเสริมสนับสนุนวัสดุ อุปกรณ์และสถานที่ให้ประชาชนได้ออกกำลังกายหลายรูปแบบตามความเหมาะสมแต่ยังขาดการประเมินผลภาวะสุขภาพของแต่ละคนและยังมีบางกลุ่มยังไม่เข้าถึงกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ
ดังเหตุผลที่กล่าวมาโรงพยาบาลบางแก้วร่วมกับกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลท่ามะเดื่อจึงได้จัดทำโครงการเสริมสร้างและประเมินสมรรถภาพทางกายและจิตเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนเขตเทศบาลตำบลท่ามะเดื่อปีงบประมาณ 2564 อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง ขึ้น
-
เพื่อสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพแก่ประชาชน80.00
ร้อยละ 80 ของประชาชนมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ
-
เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีพฤติกรรม ๓ อ. ๒ ส. ที่ถูกต้องเหมาะสม80.00
ร้อยละ 80 ของประชาชนมีพฤติกรรม ๓ อ. ๒ ส. ที่ถูกต้องเหมาะสม
-
เพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพทางกายและจิตของประชาชน80.00
ร้อยละ 80 ของประชาชนมีความพร้อมทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจเพื่อปรับตัวในการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่า เหมาะสม
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง600
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมคณะกรรมการดำเนินโครงการ
ประชุมคณะกรรมการดำเนินโครงการ ค่าใช้จ่าย ดังนี้ จำนวน 10 คน X20 บาท จำนวน 3 ครั้งเป็นเงิน 600 บาท
15 ตุลาคม 2563 ถึง 30 กันยายน 2564600.00 บาท -
คัดกรองและสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มออกกำลังกาย
คัดกรองและสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มออกกำลังกายจำนวน 600 คน
ค่าใช้จ่าย ดังนี้ - ค่าDTX จำนวน 6 กล่องๆ 960บาทเป็นเงิน5,760 บาท - ค่าไวนิลโครงการ ขนาด 2x4 เมตร เป็นเงิน 800บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 600 คน x20บาท เป็นเงิน12,000บาท *ทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยกันได้15 ตุลาคม 2563 ถึง 30 กันยายน 256418560.00 บาท -
ประเมินสมรรถภาพร่างกาย/ จิตใจ
ประเมินสมรรถภาพร่างกาย/จิตใจ จำนวน 200 คน ( แบ่งเป็น 2 รุ่น ๆละ 100 คน) ค่าใช้จ่าย ดังนี้ - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 200 คน x20บาท เป็นเงิน4,000 บาท - ค่าสมุดประจำตัว จำนวน 200 เล่มๆละ 15 บาท เป็นเงิน3,000 บาท *ทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยกันได้
15 ตุลาคม 2563 ถึง 30 กันยายน 25647000.00 บาท -
ติดตามกลุ่มเสี่ยงที่และกลุ่มออกกำลังกายทั้งหมด 4 กลุ่ม
ติดตามกลุ่มเสี่ยงที่และกลุ่มออกกำลังกายทั้งหมด 4 กลุ่ม
ค่าใช้จ่าย ดังนี้
-ค่า DTX 4 กล่องๆละ 960 บาท เป็นเงิน 3,840 บาท
15 ตุลาคม 2563 ถึง 30 กันยายน 25643840.00 บาท
1.ประชาชนมีความรอบรู้ด้านสุขภาพและมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องเหมาะสม 2.กลุ่มเป้าหมายมีความพร้อมทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจเพื่อปรับตัวในการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม
