โครงการจัดบริการคลินิกใกล้บ้าน ลดเสี่ยง ลดโรค
-
นายเอนก กลิ่นรส ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบ้านทุ่งยาว
-
อัตราป่วยด้วยโรคเบาหวานในชุมชน39.50
-
อัตราป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูง92.51
-
อัตราป่วยด้วยโรคเรื้อรังที่มีไตวายระยะที่ 317.30
ปัจจุบันปัญหาโรคเรื้อรังกำลังเป็นภัยคุกคามสุขภาพที่สำคัญของคนไทยเนื่องจากโรคเรื้อรังที่เมื่อเริ่มเป็นแล้วมักไม่หายขาดจะต้องให้การดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องเพื่อควบคุมอาการของโรคไม่ให้ลุกลามจนเกิดภาวะแทรกซ้อนหรือเป็นอันตรายรุนแรงจากสถิติของกระทรวงสาธารณสุขพบว่าประชาชนไทยเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรังมากขึ้นเรื่อยๆซึ่งโรคเรื้อรังที่พบมากได้แก่โรคหัวใจโรคความดันโลหิตสูงโรคเบาหวานจากการดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่ามีผู้ป่วยโรคเรื้อรังโดยเฉพาะโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเพิ่มมากขึ้นทุกปีและจากข้อมูลการรักษาที่แผนกผู้ป่วยในของโรงพยาบาลพัทลุงด้วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นเนื่องจากมีภาวะแทรกซ้อนต่างๆเพิ่มขึ้นทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นและผู้ป่วยเกิดความท้อแท้เหนื่อยหน่ายหมดกำลังใจจากการศึกษาและวิเคราะห์หาสาเหตุพบว่าสาเหตุที่ผู้ป่วยต้องกลับเข้ามารับการรักษาในแผนกผู้ป่วยในเป็นประจำเรียงตามลำดับความสำคัญดังนี้1) การเดินทางมารับบริการไม่สะดวกทำให้ผู้ป่วยขาดนัดและการรักษาไม่ต่อเนื่อง2) ผู้ป่วยขาดความรู้มีทัศนะคติและการปฏิบัติตัวไม่ถูกต้องทำให้การดูแลสุขภาพไม่ถูกต้อง3) ผู้ป่วยท้อแท้หมดกำลังใจจากการเจ็บป่วยทำให้ละเลยในการดูแลสุขภาพ4) ญาติครอบครัวและชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพน้อย ดังนั้นกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลโคกชะงายร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งยาวจึงจัดทำโครงการให้บริการคลินิกผู้ป่วยโรคเรื้อรังโรคความดันโลหิตสูงโรคเบาหวานโรคเก๊าต์ในพื้นที่เขตบริการของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งยาวและใกล้เคียงกำหนดเดือนละ1ครั้งตรงกับวันศุกร์แรกของทุกเดือนโดยได้รับความร่วมมือจากพยาบาลเวชปฏิบัติเครือข่ายบริการปฐมภูมิหัวถนนคือโรงพยาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโคกชะงายโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้าน หัวถนนและทีมสหสาขาวิชาชีพโรงพยาบาลพัทลุงให้บริการดูแลผู้ป่วยและกระตุ้นให้ผู้ป่วยญาติชุมชนเห็นความสำคัญและร่วมกันดูแลสุขภาพผู้ป่วยโรคเรื้อรังต่อไป
-
เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนต่างๆในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงและไขมันทุกราย20.00
กลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงและไขมัน มีภาวะแทรกซ้อนลดลงทุกราย
-
เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมน้ำตาลได้ดี ร้อยละ 4020.00
ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมน้ำตาลได้ดี ร้อยละ 40
-
เพื่อให้ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมความดันโลหิตได้ดี ร้อยละ 5020.00
ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมความดันโลหิตได้ดี ร้อยละ 50
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง215
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดบริการตรวจน้ำตาลในเลือดผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มารับบริการในคลินิกใกล้บ้านและให้สุขศึกษารายกลุ่มเพื่อลดภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงและไขมัน
- ค่าอาหารเช้าเพื่อสุขภาพ จำนวน 25 คนๆละ 25 บาท จำนวน 12 ครั้ง เป็นเงิน 7,500 บาท
- ค่าอาหารกลางวันทีมสุขภาพที่ให้บริการคลินิกใกล้บ้าน จำนวน 15 คน ๆ ละ 50 บาท จำนวน 12 ครั้ง เป็นเงิน 9,000 บาท
2 ตุลาคม 2563 ถึง 2 กรกฎาคม 2564- ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงและไขมัน ได้รับความรู้ในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนทุกราย
16500.00 บาท -
อบรมเชิงปฏิบัติการลดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง จำนวน 20 คน และผู้ดูแล 20 คน
- ค่าวิทยากร จำนวน 1 คน เวลา 6 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 40 คนๆละ 50 บาท เป็นเงิน 2,000 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 40 คนๆละ 2 มื้อๆละ 25 บาท เป็นเงิน 2,000 บาท
17 กุมภาพันธ์ 2564 ถึง 17 กุมภาพันธ์ 2564- ผู้ป่วยโรคเบาหวานควบคุมน้ำตาลได้ดี ร้อยละ 40
- ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงควบคุมความดันได้ดี ร้อยละ 50
7600.00 บาท -
กิจกรรมที่ 3 เรียนรู้ร่วมกัน
ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงและผู้ดูแลผู้ป่วย ได้แลกเปลี่ยน ความรู้ ทักษะ พฤติกรรม 3 อ 2 ส
5 มีนาคม 2564 ถึง 5 มีนาคม 2564- ผู้ป่วยโรคเบาหวานควบคุมน้ำตาลได้ดี ร้อยละ 40
- ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงควบคุมความดันได้ดี ร้อยละ 50
0.00 บาท
งบประมาณทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยกันได้
- ผู้ป่วยโรคเบาหวานควบคุมน้ำตาลได้ดี ร้อยละ 40
- ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงควบคุมความดันได้ดี ร้อยละ 50
- ผู้ป่วยโรคไขมันมีพฤติกรรมสุขภาพการดูแลตนเองที่ถูกต้องทุกคน
