โครงการส่งเสริมการดูแลสุขภาพหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอดตำบลมะรือโบออก
ณ ปัจจุบันการฝากครรภ์เป็นสิ่งที่สำคัญและมีประโยชน์มากในทางสูติศาสตร์ เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่า หญิงตั้งครรภ์ที่ไม่มาฝากครรภ์ ไม่ได้รับการดูแลขณะตั้งครรภ์ จากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข จะมีโอกาสเกิดภาวะเสี่ยงหรือได้รับอันตรายจากการตั้งครรภ์ และการคลอดมากกว่า และรุนแรงกว่าหญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับการตรวจครรภ์และดูแลครรภ์อย่างถูกต้องและทันเวลา และต่อเนื่องสม่ำเสมอ ภาวะเสี่ยงต่างๆ อาจมีระดับของอันตรายถึงชีวิตของมารดาหรือทารกได้หากหญิงตั้งครรภ์ได้รับการดูแลครรภ์ จากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ตั้งแต่อายุครรภ์ยังน้อย และได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ รวมไปถึงสามีและญาติผู้อยู่ใกล้ชิดกับหญิงตั้งครรภ์ได้รับข้อมูลที่มีประโยชน์เกี่ยวข้องกับหญิงตั้งครรภ์ ก็จะสามารถดูแลหญิงตั้งครรภ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เข้าใจและเห็นความสำคัญของการคลอดในสถานพยาบาลของรัฐ ซึ่งมีความพร้อมทั้งทางด้านเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ก็จะสามารถลดอัตราเสี่ยงต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับหญิงตั้งครรภ์ และทารกในครรภ์ได้ ช่วยลดปัญหามารดาตายคลอดจากการตกเลือดหลังคลอด ทารกตายปริกำเนิด รวมถึงการติดเชื้อหลังคลอด ที่ส่งผลกระทบถึงชีวิตของมารดาและทารกได้ จะเห็นได้ว่าหญิงตั้งครรภ์จะสามารถ ดูแลครรภ์และคลอดได้อย่างปลอดภัย มีบุตรที่มีประสิทธิภาพนั้นต้องประกอบกับปัจจัยหลายๆด้าน จากสถานการณ์งานอนามัยแม่และเด็ก ของตำบลมะรือโบออกอำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาสในปี ๒๕๖๓พบว่า อัตราการฝากครรภ์ก่อน 12 สัปดาห์ คิดเป็นร้อยละ๘๗.๑๔ อัตราโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์รายใหม่และหญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์ 32 สัปดาห์คิดเป็นร้อยละ ๗.๒๕ และอัตราการคลอดบุตรน้อยกว่า 2,500 กรัม คิดเป็นร้อยละ 6.85 ซึ่งถือว่าอยู่ในอัตราที่สูง ปัญหาดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงการมีภาวะเสี่ยงต่อการหญิงตั้งครรภ์และบุตร และส่งผลให้ไม่ได้รับการวางแผนการป้องกันดูแลถึงวิธีการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง โดยเฉพาะในรายที่มีภาวะเสี่ยงสูง (High Risk ) ดังนั้นรพ.สต.มะรือโบออก ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการฝากครรภ์ จึงได้เห็นความสำคัญในการดูแลหญิงตั้งครรภ์ตั้งแต่ระยะเริ่มตั้งครรภ์จนถึงหลังคลอดบุตรเพื่อลูกเกิดรอดและแม่ปลอดภัยจึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการดูแลสุขภาพหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอดขึ้นมา
-
1.เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์มาฝากครรภ์ก่อนอายุครรภ์ 12 สัปดาห์53.0055.00
ร้อยละ 80 หญิงตั้งครรภ์มาฝากครรภ์ก่อนอายุครรภ์ 12 สัปดาห์
-
2.เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์ไม่มีภาวะโลหิตจางในระยะใกล้คลอด53.0055.00
ไม่เกินร้อยละ 10 หญิงตั้งครรภ์และ แกนนำแม่อาสา ที่มีภาวะโลหิตจางในระยะใกล้คลอด
-
3.เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์และแกนนำแม่อาสา มีความรู้เกี่ยวกับการดูแลการตั้งครรภ์และการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่53.0055.00
ร้อยละ 80 หญิงตั้งครรภ์มีความรู้เกี่ยวกับการดูแลการตั้งครรภ์และการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
-
4.เพื่อให้มารดาและทารกได้รับการเยี่ยมหลังคลอด 3 ครั้งตามเกณฑ์53.0055.00
ร้อยละ 80 มารดาและทารกได้รับการเยี่ยมหลังคลอด 3 ครั้งตามเกณฑ์
-
กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด53
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้
1.ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้ที่เข้าอบรมจำนวน 53 คน x 60 บาท x 1 มื้อ เป็นเงิน 3,180 บาท 2.ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่มสำหรับผู้ที่เข้าอบรม จำนวน 53 คน x 25 บาท x 2 มื้อเป็นเงิน 2,650 บาท 3. ค่าไวนิล 1 ชุด x 500 บาท เป็นเงิน 500 บาท 4. ค่าวิทยากร 5 ชั่วโมง x 600 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท 5.ค่าวัสดุสำนักงาน - ค่าสมุดปกแข็ง จำนวน 53 เล่ม x 15 บาทเป็นเงิน 795 บาท - ค่าปากกา จำนวน 53 ด้าม x 5 บาท เป็นเงิน 265 บาท - ค่ากระเป๋าใส่เอกสาร 53 ใบ x 80 บาท เป็นเงิน4,240บาท
ถึงร้อยละ 80 หญิงตั้งครรภ์มีความรู้เกี่ยวกับการดูแลการตั้งครรภ์และการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
14630.00 บาท -
การติดตามเยี่ยมหลังคลอด
เพื่อให้มารดาและทารกได้รับการเยี่ยมหลังคลอด 3 ครั้งตามเกณฑ์
ถึงร้อยละ 80 มารดาและทารกได้รับการเยี่ยมหลังคลอด 3 ครั้งตามเกณฑ์
0.00 บาท
1.หญิงตั้งครรภ์มาฝากครรภ์ก่อนอายุครรภ์12สัปดาห์ ร้อยละ 80 2.หญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจางในระยะใกล้คลอด ไม่มากกว่า ร้อยละ10 3.หญิงตั้งครรภ์ทุกรายมีความรู้เกี่ยวกับการดูแลการตั้งครรภ์และการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ร้อยละ80 4.มารดาและทารกได้รับการเยี่ยมหลังคลอด 3 ครั้งตามเกณฑ์ ร้อยละ 80
