โครงการตรวจหาสารเคมีตกค้างในเลือดกลุ่มเกษตรกร
-
นางพัตรา บุญเกลี้ยง ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโตระ
-
ร้อยละของครัวเรือที่มีอาหารครบ 5 หมู่ บริโภคอย่างเพียงพอ72.00
ข้อมูลจากการสำรวจ จปฐ.ปี 2563
-
ร้อยละของคนในชุมชนที่กินผัก ผลไม้ อย่างน้อยวันละ 500 กรัม65.00
ข้อมูลจากการสำรวจ จปฐ.ปี 2563
-
ร้อยละพื้นที่ผลิตอาหาร (ข้าว ผัก ผลไม้) ต่อพื้นที่เกษตรทั้งหมด89.00
-
ร้อยละของเกษตรกรที่ตรวจพบสารเคมีตกค้างในเลือด เกินมาตรฐานความปลอดภัย25.00
ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เกษตรกรมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชเพิ่มขึ้น เนื่องจากรูปแบบการเกษตรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมรูปแบบเดิม จากการเกษตรทำเพื่อการบริโภคมาเป็นการเกษตรเศรษฐกิจ เกษตรกรต้องการเพิ่มผลผลิตและรักษาคุณภาพของสินค้า สารเคมีกำจัดแมลงศัตรูพืชได้ถูกนำมาใช้ในแปลงผักและไร่นาของเกษตรกรอย่างแพร่หลาย ประกอบกับการขาดองค์ความรู้ในการใช้สารเคมีส่งผลให้เกิดสารพิษตกค้างในผัก และสะสมในลำห้วย หนอง คลองบึง ฯลฯ การบริโภคผักและใช้แหล่งน้ำที่มีการสะสมสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ทำให้ร่างกายที่ได้รับสารพิษมีอาการเฉียบพลัน เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ ท้องร่วง ตาพร่า หายใจติดขัด ฯลฯ ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากการได้รับพิษสารเคมีกำจัดศัตรูพืช เฉลี่ยปีละ 2,013 ราย ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย อายุ 45-54 ปี (กรมควบคุมโรค,2563) จากการเฝ้าระวังและเก็บข้อมูลผลการตรวจเลือดประชาชนจังหวัดพัทลุง ในปี 2563 พบว่า มีประชาชนกลุ่มที่มีความเสี่ยง ได้รับการตรวจคัดกรองสารเคมีในเลือด ร้อยละ 71.33 พบว่า มีเกษตรกรที่มีผลการตรวจเสี่ยงและไม่ปลอดภัย ร้อยละ 44.88 และมีแนวโน้มจะสูงขึ้นในปี 2563 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโตระดำเนินการตรวจเลือดหาสารเคมีในเกษตรกร จำนวน 115 คนพบว่า เกษตรกรที่ตรวจพบสารเคมีตกค้างในเลือดเกินมาตรฐานความปลอดภัย จำนวน 51 คน ร้อยละ 44.35 กลุ่มเกษตรกรดังกล่าวเป็นกลุ่มวัยแรงงานหากกลุ่มวัยแรงงานเกิดการเจ็บป่วยเพิ่มมากขึ้นส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของครอบครัวและจังหวัด ดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขตำบลบ้านโตระ เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาการใช้สารเคมี และรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนสารเคมีจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยตรง จึงได้จัดทำโครงการตรวจหาสารเคมีตกค้างในเลือดกลุ่มเกษตรกร เพื่อให้ปลอดภัยจากสารเคมีกำจัด ศัตรูพืชและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและส่งเสริมสุขภาพ ลดเสี่ยง ลดโรค เพื่อเป็นการเฝ้าระวัง ป้องกันและลดอันตรายจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชในเกษตรกร และสร้างความปลอดภัยแก่ผู้บริโภคในชุมชน
-
กลุ่มเป้าหมายที่มีภาวะเสี่ยงมีความรู้ในการเฝ้าระวังสุขภาพตนเองจากการอุปโภคบริโภคทั้งทางตรงและทางอ้อมจากสารเคมีในการเกษตร300.00280.00
กลุ่มเป้าหมายได้รับความรู้เพื่มขึ้น
-
กลุ่มเป้าหมายที่มีภาวะเสี่ยงได้รับการตรวจสารเคมีในเลือด300.00280.00
กลุ่มเป้าหมายที่มีภาวะเสี่ยงได้รับการตรวจสารเคมีในเลือด
-
กลุ่มเกษตรกรที่มีภาวะเสี่ยงของปริมาณสารเคมีในเลือด280
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
สำรวจพฤติกรรมเสี่ยงฯและรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ
- ค่าถ่ายเอกสารแบบสำรวจพฤติกรรมเสี่ยงฯ จำนวน 300 ชุด ๆ ละ 3 บาท เป็นเงิน 900 บาท
1 ธันวาคม 2563 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2564คัดกรองผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง
ระบุกลุ่มเป้าหมายในการดำเนินโครงการ
900.00 บาท -
อบรมให้ความรู้และตรวจคัดกรองสารเคมีในเลือดเกษตรกร
- ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 1 คน ๆ ละ 600 บาทจำนวน 3 ชั่วโมง เป็นเงิน 1,800 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 1 มื้อ ๆ ละ 25 บาท จำนวน 280 คน เป็นเงิน 7,000 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 1 มื้อ ๆ ละ 50 บาท จำนวน 280 คน เป็นเงิน 7,000 บาท
- กระดาษทดสอบหาปริมาณโคลีนเอสเตอเรสจำนวน 3 ชุด ๆ ละ 1,000 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท
1 มกราคม 2564 ถึง 31 มีนาคม 2564- กลุ่มเป้าหมายมีความรู้เพิ่มมากขึ้นร้อยละ 80
- กลุ่มเป้าหมายได้รับการตรวจเลือดหาสารเคมีในเลือด ร้อยละ 100
18800.00 บาท -
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและตรวจคัดกรองซ้ำกลุ่มเป้าหมายที่มีผลการตรวจผิดปกติ
- รับประทานชารางจืด วันละ 1 ซองติดต่อกัน 7 วัน (งบประมาณของ รพ.สต.บ้านโตระ)
- ตรวจคัดกรองซ้ำ
- กระดาษทดสอบหาปริมาณโคลีนเอสเตอเรสจำนวน 1 ชุด ๆ ละ 1,000 บาท เป็นเงิน 1,000 บาท
1 มีนาคม 2564 ถึง 31 พฤษภาคม 2564- กลุ่มเป้าหมายที่มีผลการตรวจผิดปกติเมื่อตรวจซ้ำผลการตรวจปกติ ร้อยละ 80
1000.00 บาท -
ประเมินผลโครงการและส่งคืนข้อมูลแก่กลุ่มเป้าหมาย ณ ที่ประชุมหมู่บ้าน
- รายงานสรุปผลโครงการและะส่งคืนฐานข้อมูลการดำเนินโครงการในการประชุมหมู่บ้านทุกหมู่บ้าน
1 มีนาคม 2564 ถึง 31 กรกฎาคม 2564- ปชช.มีความตระหนักและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้สารเคมีในการเกษตร
0.00 บาท
งบประมาณทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยกันได้
- กลุ่มเป้าหมายที่ได้รับการอบรมมีความรู้เพิ่มขึ้น
- กลุ่มเป้าหมายที่ได้รับการตรวจสารเคมีในเลือดที่มีภาวะเสี่ยงทุกคน
- กลุ่มเป้าหมายได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและดื่มสมุนไพรรางจืด
- เกษตรกรกลุ่มเสี่ยงที่ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและตรวจซ้ำ ระดับความเสี่ยงสารเคมีลดลง
