โครงการเฝ้าระวังพฤติกรรมการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชในเกษตรกรในพื้นที่หมู่ที่ 3,6,12 และหมู่ที่ 13 ตำบลชัยบุรี
ประเทศไทยจัดเป็นประเทศเกษตรกรรมประเทศหนึ่ง ที่สามารถผลิตพืชผลทางการเกษตรสำหรับบริโภคภายในประเทศได้อย่างพอเพียง อีกทั้งยังมีผลผลิตส่งเป็นสินค้าออก นำเงินรายได้เข้ามาเพื่อพัฒนาประเทศในแต่ละปีคิดเป็นมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท จึงทำให้เกษตรกรมาให้ความสนใจเกี่ยวกับการเพิ่มผลผลิตมากขึ้น ซึ่งหนึ่งในวิธีการเพิ่มผลผลิตที่เกษตรกรนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายมากที่สุด คือ การใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช เกษตรกรส่วนใหญ่ยังไม่ตระหนักถึงอันตรายและวิธีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างถูกต้องและปลอดภัย การใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชมีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและรับจ้างฉีดพ่นสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ประกอบกับศัตรูพืชมีการดื้อยา จึงมีการใช้สารเคมีแรงขึ้น มีความเข้มข้นสูงขึ้น ใช้บ่อยครั้งมากขึ้น หรือผสมสารเคมี 2 ชนิดขึ้นไป ทำให้ผู้ใช้สารเคมีมีความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายจากสารเคมีเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว แนวโน้มสถานการณ์ปัญหาการป่วยด้วยพิษจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชจึงมีแนวโน้มที่เป็นปัญหาต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนตำบลบ้านมะกอกใต้มากขึ้น อันตรายจากสารเคมีจะมีผลต่อร่างกายหลายอย่าง อาทิเช่น โรคตับ โรคไต โรคหัวใจ โรคมะเร็ง และอื่นๆ ซึ่งส่งผลระยะยาวทั้งในด้านสังคมและเศรษฐกิจ
ตำบลชัยบุรีเป็นตำบลหนึ่งที่ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในภาคเกษตรกรรม โดยมีพื้นที่ที่ใช้ในการเกษตรมากถึงร้อยละ 80 ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ทำนาปี นาปลัง ปลูกผัก ผลกระทบจากการใช้สารเคมีในการควบคุมและกำจัดศัตรูพืชจึงกระจายและขยายเป็นวงกว้างและยังอยู่ในระดับที่รุนแรงและสูงอยู่จากข้อมูลดังกล่าวแสดงว่าเกษตรกรในเขตตำบลชัยบุรียังคงมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งในการนำมาใช้นั้นได้มีการใช้อย่างไม่ถูกวิธีและขาดความรู้จึงทำให้มีผลกระทบกับสุขภาพโดยตรง
จากการดำเนินโครงการเฝ้าระวังพฤติกรรมการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชในเกษตรกร ปี 2563 มีประชาชนเกษตรกรกลุ่มเป้าหมายเข้ารับการตรวจสารเคมีตกค้างในเลือด จำนวน 277 คน ผลการตรวจพบว่า ไม่มีสารเคมีตกค้างในเลือดระดับปกติ 22 คน ร้อยละ 7.94 ,ระดับปลอดภัย 223 คน ร้อยละ 80.50,มีความเสี่ยง28คนร้อยละ 10.11 และมีสารเคมีตกค้างในเลือดระดับที่เป็นอันตราย 4 คน ร้อยละ 1.44 และคนที่มีความเสี่ยงและไม่ปลอดภัย ได้รับการตรวจซ้ำเพื่อหาสารเคมีในเลือดครั้งที่ 2 จำนวน 32 คน พบว่า ปกติ - คน,ปลอดภัย 29 คน,มีความเสี่ยง 2 คน ,ไม่ปลอดภัย 1 คน
ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านมะกอกใต้ จึงเล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพเกษตรกรในเขตพื้นที่รับผิดชอบ จึงได้จัดทำโครงการเฝ้าระวังพฤติกรรมการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชในเกษตรกรต่อเนื่องในปี 2564 ในพื้นที่หมู่ที่ 3,6,12 และหมู่ที่ 13 ตำบลชัยบุรี เพื่อให้เกษตรกรกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่รับผิดชอบได้รับการตรวจสุขภาพและเจาะเลือด เพื่อเฝ้าระวังสารเคมีตกค้างในกระแสเลือด และเฝ้าระวังภาวะสุขภาพต่อไป
-
เพื่อให้เกษตรกลุ่มเป้าหมายมีพฤติกรรมการใช้สารเคมีที่ปลอดภัย0.00
เกษตรกรกลุ่มเป้าหมายที่มีระดับสารเคมีในเลือดระดับไม่ปลอดภัยได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ร้อยละ90
-
เพื่อให้เกษตรกลุ่มเป้าหมายมีความรู้ในการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช0.00
ผู้เข้าร่วมโครงการทุกคน ได้รับการอบรมความรู้เรื่องการใช้สารเคมีอย่างปลอดภัย
-
เพื่อให้เกษตรกรกลุ่มเป้าหมายได้รับการตรวจสารเคมีตกค้างในเลือด200.000.00
เกษตรกรกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการ ได้รับการเจาะเลือดตรวจสารเคมีตกค้างในเลือด
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
4. ดำเนินการเจาะเลือดตรวจสารเคมีตกค้างในกลุ่มเป้าหมายอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรเรื่องการใช้สารเคมีอย่างปลอดภัย
- ค่าวัสดุการตรวจคลอลีนเอสเตอเรสในเลือด ขอรับการสนับสนุนจาก สสอ.เมืองพัทลุง,รพ.พัทลุง
- ค่าเข็มเจาะเลือดปลายนิ้วกลุ่มเป้าหมาย(200 อัน/กล่อง)จำนวน 2 กล่องๆละ 400.-บาทเป็นเงิน 800 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มในการฝึกอบรมกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 200 คนๆละ 1 มื้อๆละ 25 บาท เป็นเงิน 5,000 บาท
- ค่าสมนาคุณวิทยากรอบรมให้ความรู้แก่กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 3 ชั่วโมงๆละ 600 บาท จำนวน 4 ครั้งเป็นเงิน7,200 บาท
- ค่าป้ายโครงการฯ ขนาด 1.2 ม. x 2.4 ม. เป็นเงิน518 บาท
1 เมษายน 2564 ถึง 30 กันยายน 2564- เกษตรกรกลุ่มเป้าหมายได้รับการเจาะเลือดตรวจสารเคมีตกค้างในเลือด
- เกษตรกรกลุ่มเป้าหมายที่มีระดับสารเคมีในเลือดระดับไม่ปลอดภัยได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ร้อยละ 90
- เกษตรกรกลุ่มเสี่ยงมีระดับสารเคมีในเลือดระดับเกณฑ์ปกติและปลอดภัยเพิ่มขึ้นร้อยละ 20
13518.00 บาท - ค่าวัสดุการตรวจคลอลีนเอสเตอเรสในเลือด ขอรับการสนับสนุนจาก สสอ.เมืองพัทลุง,รพ.พัทลุง
เกษตรกรกลุ่มเป้าหมายได้รับการเจาะเลือดตรวจสารเคมีตกค้างในเลือด เพื่อประเมินความเสี่ยงต่อการมีสารเคมีตกค้างในกระแสเลือด และได้รับความรู้ในการปฏิบัติตนเพื่อลดโอกาสสัมผัสหรือรับเอาสารเคมีเข้าสู่ร่างกายและเพื่อความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วยสารเคมีต่างๆ
