โครงการหนุ่มสาวเทศบาลโก-ลก "ลดน้ำหนัด ลดโรค" หล่อสวยสุขภาพดี ใน 90 วัน
-
น.ส.พนิดา แดงศรี โทร.0973452068
-
ร้อยละของเจ้าหน้าที่เทศบาลมีภาวะอ้วนลงพุง20.00
ภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วนเป็นปัญหาสำคัญทางด้านสาธารณสุขทั้งของไทยและทั่วโลก เนื่องจาก ภาวะน้ำหนักเกินเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ซึ่งทวีความรุนแรงและเป็นภัยคุกคามสุขภาพที่มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างน่าวิตก โรคอ้วนเป็นโรคที่พบบ่อยตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยผู้สูงอายุ เมื่อเราอ้วน นอกจากจะทำให้บุคลิกภาพไม่ดึงดูดและไม่น่าสนใจแล้ว ยังมีผลเสียต่อสุขภาพของเรา เพราะเป็นสาเหตุในการเกิดโรคต่างๆมากมาย เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคกระดูก เป็นต้น ซึ่งการออกกำลังกายเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยขจัดความอ้วน เมื่อร่างกายใช้พลังงานมากกวาปริมาณอาหารที่ได้รับ ร่างกายจะนำไขมันส่วนเกินที่เก็บสะสมเอาไว้มาเปลี่ยนเป็นพลังงานในการออกกำลังกาย ทำให้น้ำหนักลดลง การออกกำลังกายยังมีผลดีระยะยาว ทำให้สุขภาพทางร่างกายและจิตใจดี บุคลิกดี เป็นที่ดึงดูดใจของผู้คนที่พบเห็น ทำให้คล่องแคล่วว่องไว และลดสาเหตุในการเกิดโรคต่างๆอีกมากมาย
รายงานขององค์การอนามัยโลกในปี พ.ศ. 2559 ระบุ ว่าประชากรทั่วโลกที่อายุมากกว่า 18 ปี ร้อยละ 39 มีภาวะน้ำหนักเกิน (BMI > 25) โดยที่ในประเทศไทยนั้น จากรายงานการสำรวจสุขภาพของประชากรไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 5 พ.ศ. 2557 พบว่า ผู้หญิงร้อยละ 41.8 และผู้ชายร้อยละ 32.9 มีภาวะน้ำหนักเกิน (BMI > 25) พบความชุกของภาวะน้ำหนักเกินของผู้ชายใน กทม. มากที่สุด ส่วนของผู้หญิงพบในภาคกลางมากที่สุด ปัจจุบัน องค์การอนามัยโลกได้ปรับเกณฑ์ดัชนีมวลกายของชาวเอเชียแล้ว (ดัชนีมวลกายของคนเอเชีย ≥ 23 จะถือว่ามีน้ำหนักเกินเกณฑ์ และหากดัชนีมวลกาย > 30 จะถือว่าเป็นโรคอ้วน) แต่ยังไม่มีการสำรวจสัดส่วนของประชากรไทยที่น้ำหนักเกิน โดยอิงเกณฑ์นี้ ปัจจัยเสี่ยงของภาวะน้ำหนักเกินในประเทศไทยที่พบมากขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดมาจากการปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตในสังคมที่เป็นแบบตะวันตกมากขึ้น อาหารที่ให้พลังงานสูง เทคโนโลยีที่สะดวกสบายมากขึ้น การทำงานที่ ใช้การเคลื่อนไหวทางร่างกายลดลง สังคมการทำงานที่มีการแข่งกันสูงมากขึ้น ทำให้เกิดความเครียด การทำงานกลางคืน ต่างก็เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะน้ำหนักเกินได้ทั้งสิ้น
กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก เป็นหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับการดำเนินงานให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ว่าด้วยการสาธารณสุขและ สิ่งแวดล้อม รวมไปถึงกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมสุขภาพ และให้บริการเผยแพร่ความรู้ทางด้านการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และได้เล็งเห็นถึงปัญหาสุขภาพของบุคลากรในหน่วยงาน ซึ่งส่วนใหญ่จะมีภาวะน้ำหนักเกิน จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้น
-
เพื่อลดจำนวนผู้ที่มีดัชนีมวลกาย (BMI) เกินเกณฑ์มาตรฐาน ให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานหรือเข้าใกล้เกณฑ์มาตรฐานมากที่สุด0.000.00
ผู้เข้าร่วมโครงการมีดัชนีมวลกาย (BMI) ลดลงร้อยละ 50
-
เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้เรื่องการลดน้ำหนักที่ถูกต้อง0.000.00
ผู้เข้าร่วมโครงการมีน้ำหนักลดลงได้ตามเกณฑ์มาตรฐานหรือเข้าใกล้เกณฑ์มาตรฐานมากที่สุดร้อยละ 30
-
กลุ่มวัยทำงาน200
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้เรื่อง ลดน้ำหนักอย่างไร ให้หล่อสวยสุขภาพดี
กลุ่มเป้าหมาย เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จำนวน 200 คน
วิธีดำเนินการ ดังนี้
1. ประชุมทีมเพื่อวางแผนการดำเนินโครงการ
2. ประชาสัมพันธ์โครงการเพื่อรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการตามเป้าหมายที่วางไว้
3. ประสานวิทยากรมาอบรมให้ความรู้เรื่อง ลดน้ำหนักอย่างไร ให้หล่อสวยสุขภาพดี
4. ดำเนินการตามกำหนดการโครงการ ดังนี้
08.00 - 08.30 น. ลงทำเบียน
08.30 - 08.45 น. เปิดพิธีโดยประธานกองทุนฯ
08.45 - 09.00 น. ทำแบบประเมินความรู้ก่อนการอบรม/ประเมินภาวะสุขภาพเบื้องต้นโดยทีม อสม.ด้วยการวัดดัชนีมวลกายของผู้เข้าร่วมการอบรมทุกคน
09.00 - 12.00 น. อบรมให้ความรู้เรื่อง กินอย่างไร ให้หล่อสวยสุขภาพดี โดยวิทยากรจากโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก
12.00 - 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 - 16.00 น. อบรมให้ความรู้เรื่อง ลดน้ำหนักอย่างไร ให้หล่อสวยสุขภาพดี โดยวิทยากรจากโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก
5. ทำแบบประเมินความรู้หลังการอบรม
งบประมาณ ดังนี้
- ค่าตอบแทนวิทยากร 600 บาท x 6 ชม. x 2 รุ่น = 7,200 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน 50 บาท x 200 คน = 10,000 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 25 บาท x 200 คน x 2 มื้อ = 10,000 บาท
- ค่าตอบแทน อสม. 10 คน x 50 บาท x 2 รุ่น= 1,000 บาท
- ค่าวัสดุอุปกรณ์ในการการอบรม ได้แก่ ปากกา เอกสารการอบรม เป็นต้น = 4,000 บาท
- ค่าป้ายโครงการ = 1,200 บ20 ธันวาคม 2563 ถึง 20 ธันวาคม 2563ผู้เข้าร่วมการอบรมมีความรู้เรื่องการรับประทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ และการออกกำลังกายที่เหมาะสม
33400.00 บาท -
กิจกรรมแอโรบิค ลดน้ำหนัก ลดโรค
วิธีดำเนินการ ดังนี้
1. ประชาสัมพันธ์และรับสมัครพนักงานที่ทำงานในเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ที่มีดัชนีมวลกาย (BMI )เกินเกณฑ์มาตรฐานเข้าร่วมกิจกรรม
2. จัดกิจกรรม“ลดน้ำหนัก ลดโรค” โดยการออกกำลังกายด้วยแอโรบิค ในตอนเย็น สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เป็นระยะเวลา 1 เดือน โดยเชิญผู้นำเต้นจากชมรมแอโรบิคต่างๆในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลกมาเป็นแม่แบบ
3. ให้เวลาผู้เข้าร่วมกิจกรรมในการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย เป็นระยะเวลา 90 วัน (1 ม.ค. – 31 มี.ค. 25564)
4. ประเมินดัชนีมวลกาย (BMI ) ผู้เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อค้นหาผู้ที่สามารถลดน้ำหนักได้มากที่สุดอันดับที่ 1-3ของกลุ่มชายและกลุ่มหญิง
5. มอบรางวัลแก่ผู้ที่สามารถลดน้ำหนักได้มากที่สุดหรือใกล้เคียงค่าดัชนีมวลกายปกติมากที่สุด อันดับที่ 1-3ของกลุ่มชายและกลุ่มหญิงในวันเทศบาล(24 เมษายน 2563) เพื่อเป็นแรงจูงใจ
งบประมาณ ดังนี้
- ค่าตอบแทนผู้นำเต้น300 บาท x 20 ครั้ง= 6,000 บาท1 มกราคม 2564 ถึง 31 มีนาคม 2564ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถลดน้ำหนักเพื่อให้มีค่าดัชนีมวลกายตามเกณฑ์หรือใกล้เคียงค่าปกติมากที่สุด โดยการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย
6000.00 บาท
สามารถถัวเฉลี่ยได้ทุกรายการ
- ผู้เข้าร่วมโครงการมีดัชนีมวลกาย (BMI) ลดลง
- ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้เรื่องการลดน้ำหนักที่ถูกต้อง
