โครงการส่งเสริมสุขภาพจิตสานสัมพันธ์บุคคลในครอบครัวผู้สูงอายุ ปี 2564
-
นางสาวรัตนา กาญจนสิงห์
-
นางอุไร จันทร์แก้ว
-
นางประคิ่น จันทร์นุ่น
-
นางละเอียด สุวรรณชาตรี
-
นางสมจิตร ชูแก้ว
-
ร้อยละของผู้สูงอายุที่สังกัดชมรม71.36
-
ร้อยละของผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่กับหลาน38.29
คุณภาพชีวิตเป็นเป้าหมายหลักของสังคม คือ ประชาชนมีสุขภาพอนามัยที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจทุกเพศทุกวัย จากการศึกษาข้อมูล พบว่า ประชากรผู้สูงอายุมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้งด้านปริมาณและสัดส่วนต่อประชากร ประเทศไทยมีผู้สูงอายุ สูงเป็นอันดับที่ 2 คือ ร้อยละ 16 รองจากประเทศสิงคโปร์ คือ ร้อยละ 18 อายุเฉลี่ยของคนไทยเพิ่มขึ้นเป็น 75 ปี และเมื่อสำรวจสุขภาพของประชาชน พบว่า ร้อยละ 75.5 สามารถดูแลตัวเองได้ ร้อยละ 19 ต้องพึ่งพาผู้ดูแลบ้าง และร้อยละ 1.5 ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ต้องพึ่งพิงผู้ดูแล (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, 2561) ปัญหาผู้สูงอายุเป็นปัญหาที่มีปัจจัยมาจากสุขภาพร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมที่บ้านและในชุมชน ทำให้ผู้สูงอายุต้องเผชิญกับปัญหาในการปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับสังคมปัจจุบัน ทั้งในด้านความคิด ความเข้าใจและค่านิยมต่างๆซึ่งทำให้ผู้สูงอายุ เกิดความน้อยใจ ความเครียดแยกตัวออกจากสังคม ขาดสัมพันธภาพกับสมาชิกในครอบครัวและสังคม ท้อแท้และเบื่อหน่ายในชีวิต จากนโยบายรัฐบาลให้มีการดูแลผู้สูงอายุ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมืออย่างจริงจังและต่อเนื่องในการเตรียมความพร้อมให้ผู้สูงอายุทุกคนต้องได้รับการดูแล
ในเขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโคกชะงาย มีประชากรผู้สูงอายุทั้งหมด 653 คน เป็นสมาชิกชมรมผู้สูงอายุ จำนวน 466 คน คิดเป็นร้อยละ 71.36 จากการดำเนินงานผู้สูงอายุมีปัญหาสุขภาพเนื่องจากโรคประจำตัวที่เป็นอยู่ และภาวะทางจิตใจ ที่เป็นห่วงลูกหลานทำงานต่างจังหวัด บางคนไปทำงานนอกบ้าน ผู้สูงอายุต้องอยู่บ้านและดูแลหลานหรือเด็กเล็กตามลำพัง ร้อยละ 38.29ซึ่งส่งผลให้ความสัมพันธ์ของบุคคลในครอบครัวลดน้อยลง ดังนั้นชมรมผู้สูงอายุ รพ.สต.บ้านโคกชะงาย ให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุซึ่งเป็นบุคคลที่สำคัญของลูกหลานและประชาชนในตำบลโคกชะงาย เป็นผู้ที่มีความสามารถได้แสดงความสามารถของตัวเองให้ลูกหลานได้สืบต่อ จึงจัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพจิตสานสัมพันธ์บุคคลในครอบครัวผู้สูงอายุ ปี 2564 ขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพจิตดีขึ้นและได้ทำกิจกรรมร่วมกันสร้างความสัมพันธ์ในวัยเดียวกันและต่างวัยได้อย่างมีความสุข
-
เพื่อให้หลานและผู้สูงอายุได้ทำกิจกรรมร่วมกันส่งเสริมสุขภาพจิตผู้สูงอายุ100.00
หลานและผู้สูงอายุทุกคนได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ส่งเสริมสุขภาพจิตผู้สูงอายุ ร้อยละ 100
-
เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพจิตดีขึ้น70.00
ผู้สูงอายุมีสุขภาพจิตดีขึ้น ร้อยละ 70
-
กลุ่มผู้สูงอายุและลูกหลาน80
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
สานสัมพันธ์รัก
- อาหารกลางวัน จำนวน 80 คนๆละ 1 มื้อๆ ละ 50 บาท เป็นเงิน 4,000 บาท
- อาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 80 คนๆละ 2 มื้อๆ ละ 25 บาท เป็นเงิน 4,000 บาท
- ค่าวิทยากร จำนวน 1 คน จำนวน 2 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 1,200 บาท
- ค่าวิทยากร(กลุ่ม 4 กลุ่ม)จำนวน 8 คนๆละ 3 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 14,400 บาท
- ค่าวัสดุอุปกรณ์ เป็นเงิน 3,000 บาท
- ป้ายไวนิล ขนาด 2 x 2.5 เมตร ตรม.ละ 180 บาทจำนวน 1 ป้าย เป็นเงิน 900 บาท
1 ธันวาคม 2563 ถึง 31 กรกฎาคม 2564- หลานและผู้สูงอายุทุกคนได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ส่งเสริมสุขภาพจิตผู้สูงอายุ
27500.00 บาท -
ติดตามเยี่ยมผู้สูงอายุและประเมินสุขภาพจิต
- ค่าถ่ายเอกสารแบบประเมินสุขภาพจิต เป็นเงิน 200 บาท
1 พฤษภาคม 2564 ถึง 31 กรกฎาคม 2564- ผู้สูงอายุมีสุขภาพจิตดีขึ้น ร้อยละ 70 และส่งต่อรายที่ผลการประเมินผิดปกติ
200.00 บาท
ทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยกันได้
- หลานและผู้สูงอายุทุกคนได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ส่งเสริมสุขภาพจิตผู้สูงอายุ ร้อยละ 100
- ผู้สูงอายุมีสุขภาพจิตดีขึ้น ร้อยละ 70 และส่งต่อรายที่ผลการประเมินผิดปกติ
