โครงการรวมพลังคนห้วยไทร ใส่ใจสิ่งแวดล้อม สร้างชุมชนปลอดโรคไข้เลือดออก ปีงบประมาณ ๒๕๖๔
-
นางสุวรรณีแซ่หลี
-
นางไมมูน๊ะ หลำย๊ะ
-
นางวิภาสงแก้ว
-
นางไมตรีไชยนวล
-
นางสุภาวดีอ่อนมาก
ประเทศไทยติดอันดับที่ 5 ของประเทศที่ปล่อยขยะลงสู่ทะเลมากที่สุดในโลก โดยกว่าครึ่งในปริมาณขยะกว่า 8 ล้านตันที่ไหลลงมหาสมุทรนั้นเป็นพลาสติก ถือเป็นความท้าทายในการจัดการขยะของสังคมไทยลำดับแรกๆ และขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ปีละกว่า 27.8 ล้านตัน จากการที่คนหนึ่งคนสร้างขยะวันละ 1.13 กิโลกรัม ในนั้นประมาณ 12 -13 % เป็นขยะพลาสติก และมีปริมาณขยะพลาสติกปนเปื้อนเพิ่มขึ้นจากช่วงสถานการณ์ปกติ อาจมีสาเหตุมาจากมาตรการอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ (Work from home) สวัสดิการประชารัฐและโครงการคนละครึ่ง
บ้านห้วยไทร หมู่ที่ 10 ตำบลละงู อำเภอละงู จังหวัดสตูล เป็นหมู่บ้านด่านแรกก่อนเข้าสู่เมืองละงู ประตูสู่การท่องเที่ยวเชิงนิเวศทางทะเล สังเกตภูมิทัศน์ตามรายทาง สถานที่สาธารณะ วัด มัสยิด และชุมชนยังพบขยะเกลื่อนกลาด จากการอุปโภค บริโภคของประชาชนที่เพิ่มขึ้น และที่สำคัญไปกว่านั้น ปริมาณขยะที่เกิดขึ้นอาจเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย เมื่อพิจารณาปัจจัยสิ่งแวดล้อมทั่วพบว่ามีการกระจายของเศษขยะ แก้ว ถุงพลาสติก ถังพลาสติกที่มีน้ำขังและลูกน้ำยุงลายตามบ้านเรือน ศาลาประชาคม มัสยิด และเส้นทางสาธารณะในหมู่บ้าน เมื่อพิจารณาตามปัจจัยบุคคลพบว่าประชาชนมีความรู้สามารถเข้าถึงข่าวสารสาธารณะและสุขภาพ แต่ยังขาดความตระหนัก และมีพฤติกรรมสุขวิทยาไม่ถูกต้อง จากการดำเนินงานพัฒนาสิ่งแวดล้อมในปีที่ผ่านมายังไม่สามารถลดปริมาณขยะในหมู่บ้านได้ และยังขาดความเชื่อมโยงการความร่วมมือและการแสดงพลังของชุมชน ผู้นำชุมชน ในการจัดการขยะที่เป็นรูปธรรมอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ
จากความสำคัญดังกล่าวชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขบ้านห้วยไทร จึงได้จัดโครงการรวมพลังคนห้วยไทร ใส่ใจสิ่งแวดล้อม สร้างชุมชนปลอดโรคไข้เลือดออก ปีงบประมาณ ๒๕๖4 เพื่อส่งเสริมการรวมพลังภาคีเครือข่ายสร้างจิตสำนึก จิตอาสาในการกำจัด คัดแยกขยะอย่างถูกต้อง ไม่เป็นแหล่งรังโรคไข้เลือดออก และพัฒนาสิ่งแวดล้อมในชุมชนให้มีความสะอาด สร้างสรรค์สังคมสุขภาวะที่ดี และสอดคล้องกับวิสัยทัศน์การจัดระบบสุขภาพอำเภอละงู คนละงูรักสะอาด ปราศจากโรคต่อไป
-
วัตถุประสงค์ ข้อที่ 1. เพื่อให้ความรู้และแนวทางปฏิบัติในการคัดแยกขยะ1.00
กลุ่มเป้าหมายมีความรู้หลังการอบรมไม่น้อยกว่า ร้อยละ ๘๐
-
เพื่อลดปริมาณขยะ แหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในหมู่บ้าน0.00
จัดกิจกรรมพัฒนาสิ่งแวดล้อมในชุมชน ปีละ 8 ครั้ง
ระบบรายงานการคัดแยกขยะและสำรวจลูกน้ำยุงลายประจำเดือน
-
กลุ่มวัยทำงาน0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
๑. ประชุมคณะทำงาน/ถอดบทเรียน กลุ่มเป้าหมาย : ตัวแทน อสม. กรรมการหมู่บ้าน กลุ่มออมทรัพย์และอื่นๆ- วิเคราะห์ปัญหาสิ่งแวดล้อมในหมู่บ้าน และสถานการณ์โรคไข้เลือดออก- กำหนดประเด็นปัญหา/แนวทางแก้ไข- วางแผนการดำเนินงาน/กำหนดเวลา- จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์/รณ
- ค่าอาหารกลางวัน ๕๐ บ.x ๓๐ คน= ๑,๕๐๐ บ.
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ๒๕ บ.x ๒ มื้อ x ๓๐ คน = ๑,๕๐๐ บ.
- ค่าวิทยากร 6๐๐ บ.x 5 ชม.
= 3,0๐๐ บ. - ค่าป้ายประชาสัมพันธ์โครงการและป้ายรณรงค์ ๕๐๐ บาท x 3 แผ่น = ๑,5๐๐ บ.
รวมเงิน 7,500 บาท
1 มกราคม 2564 ถึง 31 มีนาคม 25647500.00 บาท -
๒. อบรมให้ความรู้การจัดการขยะ และโรคไข้เลือดออก กลุ่มเป้าหมาย : ประชาชนในหมู่บ้าน
๒. อบรมให้ความรู้การจัดการขยะ และโรคไข้เลือดออก กลุ่มเป้าหมาย : ประชาชนในหมู่บ้าน 1.1 ความรู้เกี่ยวกับการจัดการขยะและฝึกปฏิบัติการคัดแยกขยะตามสีถัง 1.2 ความรู้เกี่ยวกับโรคไข้เลือดออก กลไกการเกิดโรคและการแพร่เชื้อในร่างกาย และสาธิต/ฝึกปฏิบัติการกำจัดยุงตัวแก่ด้วยการฉีดสเปรย์ พ่นละอองฝอย ULV - ค่าวิทยากร 4๐๐ บ.x 5 ชม.
= 2,0๐๐ บ. - ค่าอาหารกลางวัน ๕๐ บ.x ๕๐ คน = 2,500 บ. - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ๒๕ บ.x ๒ มื้อ x ๕๐ คน = 2,500บ. รวมเงิน 7,000 บาท1 มีนาคม 2564 ถึง 31 มีนาคม 25647000.00 บาท -
3. กิจกรรมพัฒนาสิ่งแวดล้อมในชุมชน
2.1 กิจกรรมย่อย - รณรงค์การเก็บขยะ / ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ถนนสายหลัก มัสยิด วัด สถานที่ราชการ งบประมาณ - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ๒๕ บ.x ๑ มื้อ x 35 คน x 8 ครั้ง = 7,๐๐๐ บ. - ถังขยะแยกสี ขนาด 120 ลิตร จำนวน ๑ ชุด = 8,000 บ. - ถุงดำ ๑๒ แพ็ค x 55บ. = ๖๖๐ บ. รวมเป็นเงิน 15,660 บาท
1 กุมภาพันธ์ 2564 ถึง 31 สิงหาคม 2564มีการจัดกิจกรรมพัฒนาสิ่งแวดล้อมในชุมชน ปีละ 8 ครั้ง
15660.00 บาท
- ไม่พบขยะบนเส้นทางถนนในหมู่บ้าน
- มีการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธีในระดับครัวเรือน
- ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจและมีพฤติกรรมสุขวิทยาที่ถูกต้องในระดับครัวเรือน เด็ก นักเรียนและเยาวชนเกิดจิตสำนึกนิสัยรักสะอาด และปริมาณขยะในชุมชนลดลง ๔. ความสามัคคีในชุมชนเอื้อต่อการพัฒนาระบบสุขภาพด้านอื่นๆ
