โครงการลดเค็ม ลดโซเดียม เจ็ดวันความดันฯลด ตำบลปูยุด
| ชื่อโครงการ | โครงการลดเค็ม ลดโซเดียม เจ็ดวันความดันฯลด ตำบลปูยุด |
| ประเภทโครงการ | |
| รหัสโครงการ | 66-L3017-01-02 |
| ประเภทการสนับสนุน | ประเภท 1 สนับสนุนการจัดบริการสาธารณสุขของ หน่วยบริการ/สถานบริการ/หน่วยงานสาธารณสุข |
| หน่วยงาน/องค์กร/กลุ่มคน ที่รับผิดชอบโครงการ | หน่วยบริการหรือสถานบริการสาธารณสุข เช่น รพ.สต. |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ ตำบลปูยุด อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี |
| วันที่อนุมัติ | 3 พฤศจิกายน 2565 |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 2 มกราคม 2566 - 30 มิถุนายน 2566 |
| กำหนดวันส่งรายงาน | 30 กรกฎาคม 2566 |
| งบประมาณ | 42,425.00 บาท |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางฮานาน มะยีแต |
| พี่เลี้ยงโครงการ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลปุยด อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี |
| ละติจูด-ลองจิจูด | place |
(ตามแนบท้ายประกาศคณะอนุกรรมการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคฯ พ.ศ. 2557)
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวน(คน) | |
|---|---|---|
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | ||
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ | ||
| กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง | 70 | keyboard_arrow_down |
กิจกรรมหลักตามกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง : |
||
| สถานการณ์ปัญหา | ขนาด |
|---|
ความสำคัญของโครงการ สถานการณ์ หลักการและเหตุผล
โรคความดันโลหิตสูง เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน กล้ามเนื้อหัวใจตายหรือขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง อัมพฤกษ์ อัมพาต ไตวายเรื้อรัง หัวใจล้มเหลวและสมองเสื่อม นอกจากนี้ ระดับความดันโลหิตที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วยังเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดหลอดเลือดสมองแตก เลือดออกในสมอง (Hemorrhagic stroke) หลอดเลือดหัวใจตีบตันเกิดภาวะหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลันหรือหลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกขาด โรคความดันโลหิตสูงจึงเป็นปัจจัยเสี่ยงในการเสียชีวิตด้วย จากข้อมูลการสำรวจพบว่าความชุกของโรคความดันโลหิตสูงในประชากรอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้น จากร้อยละ 21.4 ในปี 2552 เป็นร้อยละ 24.7 ในปี 2557 พฤติกรรมเสี่ยงสำคัญที่สนับสนุนให้ความดันโลหิตเพิ่ม สูงขึ้น คือ การกินเค็ม (เกลือ/โซเดียม) ซึ่งพบว่า คนไทยบริโภคเกลือเฉลี่ย 10.8 กรัมต่อวัน (โซเดียม 5,000 มิลลิกรัม) ซึ่งสูงกว่าความต้องการที่ร่างกายควรได้รับถึง 1 เท่า คือ ควรบริโภคเกลือไม่เกิน 5 กรัมต่อวัน (โซเดียม 2,400 มิลลิกรัม) การศึกษาในพื้นที่อำเภอบางพลีสมุทรปราการโดยภาควิชาอายุรศาสตร์ร่วมกับภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชนคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีพบว่าการให้ความรู้อย่างเข้มข้นโดยแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ร่วมกับการซักถามการบริโภคอาหารย้อนหลังและแนะนำการลดบริโภคอาหารเค็ม (โซเดียม) อย่างถูกต้องและสม่ำเสมอทุก 2 สัปดาห์ ในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงนั้น ส่งผลให้ความดันโลหิตตัวบนลดลงได้ 10 มิลลิเมตรปรอท และตัวล่างลดลงถึง 5 มิลลิเมตรปรอท ปัจจุบันในตำบลปูยุด พบผู้ที่เป็นความดันโลหิตสูง 3 ปีย้อนหลังดังนี้ ปี 2563,2564,2565 พบผู้ป่วย 504 คน ,519 คน,516 คน ตามลำดับ มีกลุ่มเสี่ยงสูงโรคความดันโลหิตสูง 3 ปี ย้อนหลัง ดังนี้134 คน,235คน,143คน มีอัตราป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น จากปัญหาดังกล่าว รพ.สต.ปูยุด จึงจัดทำโครงการโครงการลดเค็ม ลดโซเดียม เจ็ดวันความดันฯลด เพื่อสนับสนุนการปรับพฤติกรรมการกิน โดยคาดหวังว่าจะช่วยลดอัตราป่วยรายใหม่ด้วยโรคความดันโลหิตสูง และช่วยลดค่าความดันโลหิตในกลุ่มเสี่ยงสูง จนควบคุมความดันโลหิตได้หรือเป็นปกติ
| วัตถุประสงค์/ตัวชี้วัดความสำเร็จ | ขนาดปัญหา | เป้าหมาย 1 ปี | |
|---|---|---|---|
| 1 | 1. เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงสูงมีความรู้และสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพได้
|
||
| 2 | 2. เพื่อลดการเกิดอัตราป่วยรายใหม่ในกลุ่มเสี่ยงสูง
|
||
| 3 | 3. เพื่อควบคุมความดันโลหิตในกลุ่มกลุ่มเสี่ยงสูง
|
| รวมทั้งสิ้น | 0 | 0.00 | 0 | 0.00 | 0.00 |
- กลุ่มเสี่ยงสูงที่สามารถลดความดันโลหิตให้อยู่ในกลุ่มปกติได้ ร้อยละ 30
- กลุ่มเสี่ยงสูงมีความพึงพอใจร้อยละ 80
- กลุ่มเสี่ยงสูงมีค่าเฉลี่ยของความดันฯลดลงหลังการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดโซเดียม
โครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 11 ม.ค. 2566 12:53 น.