กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

credit_score
แบบการติดตามประเมินผลการดำเนินกิจกรรมของโครงการ (Process Evaluation)
กิจกรรมระยะเวลาเป้าหมาย/วิธีการผลการดำเนินงานปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข
ตามแผนปฏิบัติจริงตามแผนปฏิบัติจริงตามแผนปฏิบัติจริง
1. ประชุมคณะทำงานโครงการ ประกอบด้วยเจ้าหน้ารพ.สต.บ้านปากคลอง,อสม.และผู้ใหญ่บ้าน ม.5 ต.มะกอกเหนือ 26 ก.พ. 2567 26 ก.พ. 2567

ประชุมคณะทำงานโครงการ ประกอบด้วยเจ้าหน้ารพ.สต.บ้านปากคลอง ผู้นำชุมชน และอสม.ในเขตพื้นเพื่อชี้แจงและทำความเข้าใจโครงการร่วมกัน ค้นหากลุ่มเป้าหมายจากประชาชนในพื้นที่ ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช เช่น ครัวเรือนที่ใช้ยาฆ่าหญ้า ในรายที่ทำนา ทำสวน เป็นต้น

ไม่มีงบประมาณ

ประชุมคณะทำงานโครงการ ประกอบด้วยเจ้าหน้ารพ.สต.บ้านปากคลอง ผู้นำชุมชน และอสม.ในเขตพื้นเพื่อชี้แจงและทำความเข้าใจโครงการร่วมกัน ค้นหากลุ่มเป้าหมายจากประชาชนในพื้นที่ ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช เช่น ครัวเรือนที่ใช้ยาฆ่าหญ้า ในรายที่ทำนา ทำสวน เป็นต้น

-

• คณะทำงานเข้าใจโครงการตรงกัน • มีกลุ่มเป้าหมาย

-

2. ประชาสัมพันธ์โครงการ 28 ก.พ. 2567 28 ก.พ. 2567

อสม.ในพื้นที่ร่วมกันประชาสัมพันธ์โครงการอสม.รณรงค์คัดกรองหาสารเคมีในเกษตรกร หมู่ที่ 5 เขตเทศบาลตำบลบ้านสวน ปีงบประมาณ 2567 เพื่อทำความเข้าใจกับกลุ่มเป้าหมายและรับสมัครกลุ่มเป้าหมาย

อสม.ในพื้นที่ร่วมกันประชาสัมพันธ์โครงการอสม.รณรงค์คัดกรองหาสารเคมีในเกษตรกร หมู่ที่ 5 เขตเทศบาลตำบลบ้านสวน ปีงบประมาณ 2567 เพื่อทำความเข้าใจกับกลุ่มเป้าหมายและรับสมัครกลุ่มเป้าหมายที่เป็นเกษตรกรในพื้นที่ โดยการเคาะประตูบ้านพูดคุยและแนะนำเชิญชวนเข้าร่วมโครงการด้วยกัน ตามความสมัตรใจ

-

กลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมโครงการ

-

3. อบรมความรอบรู้สารเคมีในเกษตรกร และตรวจหาสารเคมีในเลือดเกษตรกรกลุ่มเป้าหมายโดยเจ้าหน้าที่ 29 มี.ค. 2567 28 พ.ค. 2567

มี 3 กิจกรรม ในการดำเนินการ

ช่วงที่ 1. จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรเรื่องการใช้สารเคมี การลดการใช้สารเคมี โทษของสารเคมี การปลูกผักปลอดสารพิษไว้บริโภคในครัวเรือน เป็นต้น

ช่วงที่ 2. รณรงค์การปลูกผักปลอดสารพิษบริโภคในครัวเรือน และมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

ช่วงที่ 3.เชิญเจ้าหน้าที่สาธารณสุข รพ.สต.บ้านปากคลอง เพื่อตรวจหาสารเคมีตกค้างในเลือดของเกษตรกรที่มีความเสี่ยงจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ครั้งที่1 และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข รพ.สต.บ้านปากคลอง จะแจ้งผลการตรวจกับกลุ่มเป้าหมายโดยตรง ผู้ที่มีสารตกค้างเกินมาตรฐานอยู่ในเกณฑ์ไม่ปลอดภัย เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะจ่ายสมุนไพรรางจืด เป็นเวลา 10 วัน และติดตามผลเลือดอีก 2 วัน หลังจากรับประทานรางจืด ส่วนผู้ที่มีผลเลือด อยู่ในกลุ่มมีความเสี่ยงจะติดตามผลเลือดอีก 1 เดือน

งบประมาณ

-ค่าวิทยากรให้ความรู้ 3 ชมๆละ 600 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท

-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม(สำหรับผู้เข้าอบรม วิทยากรและเจ้าหน้าที่) 65 คนๆละ 25 บาท รวม 1 มื้อ เป็นเงิน 3,250 บาท

-ค่าอาหารกลางวัน(สำหรับผู้เข้าอบรม วิทยากรและเจ้าหน้าที่) 65 คนๆละ 50 บาท รวม 1 มื้อ เป็นเงิน 3,250 บาท

-ค่าเอกสารการทดสอบความรู้-ความเข้าใจ การใช้สารเคมีก่อนและหลังเข้าร่วมอบรมชุดละ 1 บาท จำนวน 120 ชุด เป็นเงิน 120 บาท

-ค่าเอกสารการประเมินความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมการอบรม ชุดละ 1 บาท จำนวน 60 ชุด เป็นเงิน 60 บาท

-ไวนิลโครงการ ขนาด 1.2*3 ม. ตารางเมตรละ 180 บาท เป็นเงิน 648 บาท

-เมล็ดพันธ์พืช-เมล็ดคะน้า 40 กระป๋อง เมล็ดกวางตุ้ง 40 กระป๋อง เมล็ดผักกาดขาว 40 กระป๋อง ราคากระป๋องละ 40 บาท เป็นเงิน 4,800 บาท

  • ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ บรรจุถุงละ 5 กิโลกรัม ราคาถุงละ 30 บาทจำนวน 80 ถุง เป็นเงิน 2,400 บาท

-ชุดตรวจสารเคมีในเลือด จำนวน 2 ชุด ชุดละ 3,000 บาท เป็นเงิน 6,000 บาท (1ชุด ประกอบด้วย กระดาษโคลีนเอสเตอเรส,สำลีชุบแอลกอฮอสำหรับฆ่าเชื้คโรค,Blood Lancet,Micro Haematocrit tube ,Side ขนาด2.5ป7.5 ซม.Forceps,Pipette Tip with Dropper Bulb.ถาดดินน้ำมัน,Rack พลาสติกใสขนาด 6x8.5x4.5 ซม.)

รวมงบประมาณ 22,328 บาท

ช่วงที่ 1. จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรเรื่องการใช้สารเคมี การลดการใช้สารเคมี โทษของสารเคมี การปลูกผักปลอดสารพิษไว้บริโภคในครัวเรือน เป็นต้น ช่วงที่ 2. รณรงค์การปลูกผักปลอดสารพิษบริโภคในครัวเรือน และมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ช่วงที่ 3.เชิญเจ้าหน้าที่สาธารณสุข รพ.สต.บ้านปากคลอง เพื่อตรวจหาสารเคมีตกค้างในเลือดของเกษตรกรที่มีความเสี่ยงจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ครั้งที่1 และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข รพ.สต.บ้านปากคลอง จะแจ้งผลการตรวจกับกลุ่มเป้าหมายโดยตรง ผู้ที่มีสารตกค้างเกินมาตรฐานอยู่ในเกณฑ์ไม่ปลอดภัย เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะจ่ายสมุนไพรรางจืด เป็นเวลา 10 วัน และติดตามผลเลือดอีก 2 วัน หลังจากรับประทานรางจืด ส่วนผู้ที่มีผลเลือด อยู่ในกลุ่มมีความเสี่ยงจะติดตามผลเลือดอีก 1 เดือน

-

เกษตรกรมีความรู้เรื่องสารเคมีเพิ่มขึ้น ร้อยละ 91 -กลุ่มเป้าหมายได้บริโภคผักปลอดสารพิษในครัวเรือน -เกษตรกรได้รับการตรวจสารพิษตกค้างในเลือด อย่างน้อยร้อยละ30
-เกษตรกรที่มีผลสารพิษตกค้างในเลือดอยู่ในเกณฑ์ไม่ปลอดภัย จะได้รับการรักษาและติดตามร้อยละ100

-

4. อสม.ลงเยี่ยม ติดตาม เกษตรกรปลูกผักปลอดสารพิษ 1 เม.ย. 2567 1 มิ.ย. 2567

อสม.ลงเยี่ยม ติดตาม เกษตรกรปลูกผักปลอดสารพิษ เพื่อพูดคุยให้กำลังใจและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน

อสม.ลงเยี่ยม ติดตาม เกษตรกรปลูกผักปลอดสารพิษ เพื่อพูดคุยให้กำลังใจและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน

-

-เกษตรกรปลูกผักปลอดสารพิษ -เกษตรกรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้สารเคมีในชีวิตประจำวัน

-

5. ตรวจหาสารเคมีตกค้างในเลือดแก่เกษตรกรที่มีผลเลือดไม่ปลอดภัย จากการตรวจครั้งที่ 1 11 เม.ย. 2567 10 มิ.ย. 2567

เจ้าหน้าที่สาธารณสุข รพ.สต.บ้านปากคลอง ตรวจหาสารเคมีตกค้างในเลือดแก่เกษตรกรที่มีผลเลือดไม่ปลอดภัย จากการตรวจครั้งที่แล้ว เพื่อติดตามหลังการให้คำแนะนำ และหลังรับประทานรางจืดจนครบ 10 วัน ในกรณีที่มีผลเลือดยังไม่ปลอดภัย เจ้าหน้าที่สาธารณสุข รพ.สต.บ้านปากคลอง จะให้สมุนไพรรางจืด รับประทานต่ออีก 5 วัน พร้อมนัดติดตามผลอีกครั้ง

เจ้าหน้าที่สาธารณสุข รพ.สต.บ้านปากคลอง ตรวจหาสารเคมีตกค้างในเลือดแก่เกษตรกรที่มีผลเลือดไม่ปลอดภัย จากการตรวจครั้งที่แล้ว เพื่อติดตามหลังการให้คำแนะนำ และหลังรับประทานรางจืดจนครบ 10 วัน ในกรณีที่มีผลเลือดยังไม่ปลอดภัย เจ้าหน้าที่สาธารณสุข รพ.สต.บ้านปากคลอง จะให้สมุนไพรรางจืด รับประทานต่ออีก 5 วัน พร้อมนัดติดตามผลอีกครั้ง

-

-จำนวนของเกษตรกรที่มีสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในกระแสเลือดที่ไม่ปลอดภัย ต้องรับยาสมุนไพรรางจืด จำนวน 3 ราย ทั้ง 3 ราย ได้รับการเจาะเลือดเพื่อหาสารพิษตกค้าง หลังการได้รับยาครบ 7 วัน คิดเป็นร้อยละ 100 และระดับสารพิษจากระดับไม่ปลอดภัย ลดลงมาสู่ระดับเสี่ยง ทั้ง 3 คน คิดเป็นร้อยละ 100

-

6. ตรวจหาสารเคมีตกค้างในเลือดแก่เกษตรกรที่มีผลเลือด มีความเสี่ยง ครั้งที่ 2 29 เม.ย. 2567 24 ก.ค. 2567

เจ้าหน้าที่สาธารณสุข รพ.สต.บ้านปากคลอง ตรวจหาสารเคมีตกค้างในเลือดแก่เกษตรกรที่มีผลเลือด มีความเสี่ยง จากการตรวจครั้งที่แล้ว เพื่อติดตามหลังการให้คำแนะนำ รวมถึงติดตามหลังจากที่ปลูกผักไว้รับประทานเองผลเลือดมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร

ไม่มีงบประมาณ

เจ้าหน้าที่สาธารณสุข รพ.สต.บ้านปากคลอง ตรวจหาสารเคมีตกค้างในเลือดแก่เกษตรกรที่มีผลเลือด มีความเสี่ยง จากการตรวจครั้งที่แล้ว เพื่อติดตามหลังการให้คำแนะนำ รวมถึงติดตามหลังจากที่ปลูกผักไว้รับประทานเองผลเลือดมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร

-

-จำนวนของเกษตรกรที่มีสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในกระแสเลือดจากมีความเสี่ยงลดลงร้อยละ 95

-

7. สรุปโครงการและถอดบทเรียนคืนข้อมูล 1 ก.ย. 2567 1 ก.ย. 2567

-ประชุมคณะทำงานสรุปโครงการและถอดบทเรียนการทำงาน

-ค่าจัดทำรูปเล่มรายงาน สปสช 1 เล่ม ค่าวัสดุอุปกรณเป็นเงิน 200 บาท

งบประมาณ

200 บาท

-ประชุมคณะทำงานสรุปโครงการและถอดบทเรียนการทำงาน -ค่าจัดทำรูปเล่มรายงาน สปสช 1 เล่ม ค่าวัสดุอุปกรณเป็นเงิน 200 บาท

-

-เกษตรกรมีความรู้ ความเข้าใจประโยชน์ และโทษของสารเคมีกำจัดศัตรูพืช และสามารถปฎิบัติตัวได้ถูกต้องเมื่อจำเป็นต้องใช้สารเคมี -เกษตรกรไม่มีสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดในระดับอันตราย

-