| 1. |
กิจกรรมที่ 3. กิจกรรมตรวจสุขภาพประชาชนกลุ่มเสี่ยงหลังเข้ารับการอบรบโครงการ ครั้งที่ 1 |
1 ม.ค. 2567 |
1 ม.ค. 2567 |
กิจกรรมตรวจสุขภาพประชาชนกลุ่มเสี่ยงหลังเข้ารับการอบรบโครงการ ครั้งที่ 1
- ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม ประชาชนกลุ่มเสี่ยงเบาหวาน/ความดัน
จำนวน.....50.........คน × 25 บาท x 1 ครั้ง เป็นเงิน....1,250...บาท
รวมกิจกรรมที่ 3 เป็นเงิน.........1,250........... บาท
|
กิจกรรมตรวจสุขภาพประชาชนกลุ่มเสี่ยงหลังเข้ารับการอบรบโครงการ ครั้งที่ 1
1.ลงทะเบียนเข้าอบรมโครงการ
2.ตรวจสุภาพ ชั่งน้ำหนัก วัดความดัน วัดรอบเอว
3.ชั่งน้ำหนักประเมิน BMI
4.ซักถามพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ปัญหาอุปสรรคเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
5.สะท้อนข้อมูลผลการตรวจร่างกายกลับแก้กประชาชนกลุ่มเสี่ยงเบาหวาน/ความดัน
6.แจ้งถึงการติดตามการตรวจสุภาพในครั้งต่อไป
|
-
|
ผลการตรวจสุภาพกลุ่มเสี่ยงเบาหวาน/ความดันหลังการอบรมติดตาม 3 ครั้ง ห่างกัน 1 เดือน
ค่าลงพุง ก่อนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ชายจำนวน 13 คน ค่าลงพุงปกติจำนวน 3 คน ภาวะเสี่ยง 10 คน คิดเป็นร้อยละ 43.33 ผู้หญิงจำนวน 37 คน ค่าลงพุงปกติจำนวน 1 คน ภาวะเสี่ยงจำนวน 12 คน คิดเป็นร้อยละ 32.43 อันตราย จำนวน 24 คน คิดเป็นร้อยละ 64.86
ผลตรวจสุภาพหลังปรับเปลี่ยนครั้งที่ 1 ผู้ชายมีค่าลงพุงมากที่สุดมีภาวะเสี่ยงจำนวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ 43.33 ผู้หญิงมีค่าลงพุงมากที่สุด อันตราย จำนวน 28 คนคิดเป็นร้อยละ 75.67 รองลงมามีความเสี่ยงจำนวน 8 คน คิด
เป็นร้อยละ 21.62 และค่าลงพุงปกติ จำนวน 1 คน
ผลตรวจสุภาพหลังปรับเปลี่ยนครั้งที่ 2 ผู้ชายมีค่าลงพุงมากที่สุดมีภาวะเสี่ยงจำนวน 11 คน คิดเป็นร้อยละ 84.61 ผู้หญิงมีค่าลงพุงเพิ่มขึ้น มากที่สุด อันตราย จำนวน 29 คนคิดเป็นร้อยละ 78.37 รองลงมามีความเสี่ยงจำนวน 7
คน คิดเป็นร้อยละ 18.91 และค่าลงพุงปกติ จำนวน 1 คน
ผลตรวจสุภาพหลังปรับเปลี่ยนครั้งที่ 3 ผู้ชายมีค่าลงพุงมากที่สุดมีภาวะเสี่ยงจำนวน 11 คน คิดเป็นร้อยละ 84.61 ผู้หญิงมีค่าลงพุงเพิ่มขึ้น มากที่สุด อันตราย จำนวน 29 คนคิดเป็นร้อยละ 78.37 รองลงมามีความเสี่ยงจำนวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 18.91 และค่าลงพุงปกติ จำนวน 1 คน
แสดงให้เห็นว่าผู้หญิงมีภาวะความอ้วนและมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆได้ เช่น โรคอ้วน โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานได้มากที่สุด
ค่าBMI ก่อนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงเบาหวานและความดันมีค่าน้ำหนักตัวน้อย/ผอมจำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 4 มากที่สุดน้ำหนักตัวปกติจำนวน 18 คน คิดเป็นร้อยละ36 รองลงมาน้ำหนักเกินมีภาวะเสี่ยงจำนวน 11 ราย คิด
เป็นร้อยละ 22 และมีภาวะอ้วนระดับ 1 จำนวน 10 คนคิดเป็นร้อยละ 20 มีภาวะอ้วนระดับ 2 จำนวน 9 คนคิดเป็นร้อยละ 18
ผลตรวจสุภาพหลังปรับเปลี่ยนครั้งที่1 กลุ่มเสี่ยงเบาหวานและความดันมีค่าน้ำหนักตัวน้อย/ผอมจำนวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 6 มากที่สุดน้ำหนักตัวปกติจำนวน 18 คน คิดเป็นร้อยละ36 รองลงมาน้ำหนักเกินมีภาวะเสี่ยงจำนวน 8 ราย คิดเป็นร้อยละ 16 และมีภาวะอ้วนระดับ 1 จำนวน 13 คนคิดเป็นร้อยละ 26 มีภาวะอ้วนระดับ 2 จำนวน 8 คนคิดเป็นร้อยละ 16
ผลตรวจสุภาพหลังปรับเปลี่ยนครั้งที่2 กลุ่มเสี่ยงเบาหวานและความดันมีค่าน้ำหนักตัวน้อย/ผอมจำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 4 มากที่สุดน้ำหนักตัวปกติจำนวน 19 คน คิดเป็นร้อยละ 38 รองลงมาน้ำหนักเกินมีภาวะเสี่ยงจำนวน 8 ราย คิดเป็นร้อยละ 16 และมีภาวะอ้วนระดับ 1 จำนวน 16 คนคิดเป็นร้อยละ 35 มีภาวะอ้วนระดับ 2 จำนวน 5 คนคิดเป็นร้อยละ 10
ผลตรวจสุภาพหลังปรับเปลี่ยนครั้งที่3 กลุ่มเสี่ยงเบาหวานและความดันมีค่าน้ำหนักตัวน้อย/ผอมจำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 4 มากที่สุดน้ำหนักตัวปกติจำนวน 21 คน คิดเป็นร้อยละ 42 รองลงมาน้ำหนักเกินมีภาวะเสี่ยงจำนวน 7 ราย คิดเป็นร้อยละ 14 และมีภาวะอ้วนระดับ 1 จำนวน 15 คนคิดเป็นร้อยละ 30 มีภาวะอ้วนระดับ 2 จำนวน 5 คนคิดเป็นร้อยละ 10
ดังนั้นกลุ่มเสี่ยงเบาหวานและความดันมีค่าน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ปกติ เพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 42 รองลงมามีความเสี่ยงภาวะอ้วนระดับ 1 คิดเป็นร้อยละ 30 มีความเสี่ยงน้ำหนักเกิน คิดเป็นร้อยละ 14 มีความเสี่ยงภาวะอ้วนระดับ 2 คิด
เป็นร้อยละ 10 และมีน้ำหนักน้อย/ผอม คิดเป็นร้อยละ 4
ผลปิงปองจราจร 7 สี ก่อนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงเบาหวานและความดันมากสุดอยู่ในเกณฑ์เสี่ยงจำนวน 24 คน คิดเป็นร้อยละ 48 รองลงมากลุ่มสงสัยป่วยระดับ 1 จำนวน 16 คน คิดเป็นร้อยละ 32 เกณฑ์ปกติจำนวน 6 คน คิด
เป็นร้อยละ 12และน้อยสุด กลุ่มสงสัยป่วยระดับ 2 จำนวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 8
ผลตรวจสุภาพหลังปรับเปลี่ยนครั้งที่ 1 กลุ่มเสี่ยงเบาหวานและความดันมากสุดอยู่ในเกณฑ์เสี่ยงจำนวน 20 คน คิดเป็นร้อยละ 40 รองลงมา เท่ากัน อยู่ในเกณฑ์ปกติจำนวน 13 คน คิดเป็นร้อยละ 26 กับกลุ่มสงสัยป่วยระดับ 1 จำนวน 13 คน คิดเป็นร้อยละ 26 และกลุ่มสงสัยป่วยระดับ 2 จำนวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 6 กลุ่มสงสัยป่วยระดับ 3 จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 2
ผลตรวจสุภาพหลังปรับเปลี่ยนครั้งที่ 2 กลุ่มเสี่ยงเบาหวานและความดัน เท่าเดิม มากสุดอยู่ในเกณฑ์เสี่ยงจำนวน 23 คน คิดเป็นร้อยละ 46 รองลงมาเกณฑ์ปกติจำนวน 18 คน คิดเป็นร้อยละ 36 และน้อยสุดกลุ่มสงสัยป่วยระดับ 1 จำนวน 8 คน คิดเป็นร้อยละ 16
ผลตรวจสุภาพหลังปรับเปลี่ยนครั้งที่ 3 กลุ่มเสี่ยงเบาหวานและความดัน เพิ่มขึ้น มากสุดอยู่ในเกณฑ์เสี่ยงจำนวน 24 คน คิดเป็นร้อยละ 48 เกณฑ์เสี่ยงจำนวน 17 คน คิดเป็นร้อยละ 34 และกลุ่มสงสัยป่วยระดับ 1 ลดลง จำนวน 9 คน คิดเป็นร้อยละ 18.36 ดังนั้นกลุ่มเสี่ยงเบาหวานและความดันหลังปรับเปลี่ยนพฤติกรรม พบว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ เพิ่มขึ้น จำนวน 17 คน คิดเป็นร้อยละ 34 มีภาวะเสี่ยงเบาหวาน/ความดัน เท่าเดิม จำนวน 24 คน คิดเป็นร้อยละ 48 และกลุ่มป่วย ลดลง จากเดิม กลุ่มสงสัยป่วยระดับ 1 ( BP140/90-159/99mmHg., FBS 125-159 mm/dl) จำนวน 9 คน คิดเป็นร้อยละ 18 และไม่พบกลุ่มสงสัยป่วยระดับ2, ระดับ 3
|
-
|
| 2. |
กิจกรรมที่ 1.จัดประชุมชี้แจงโครงการโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำรพ.สต. แก่อาสาสมัครชุมชน |
1 พ.ค. 2567 |
1 พ.ค. 2567 |
1.1 จัดทำโครงการเพื่อขออนุมัติและขอสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแรต อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี
1.2 เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและอสม. ลงพื้นที่คัดกรองตรวจสุขภาพกลุ่มเป้าอายุ 35 ปีขึ้นไป ทั้ง 6 หมู่บ้าน ตำบลหนองแรต แล้วเสร็จในไตรมาสแรกตั้งแต่เดือนตุลาคม-เดือนธันวาคม
1.3 รวบรวมรายชื่อจัดทำทะเบียนกลุ่มเสี่ยง/กลุ่มเสี่ยงสูงเบาหวานและความดันสูงจากการลงคัดกรองในหมู่บ้านที่ผ่านมา ดึงข้อมูลจากฐานข้อมูลโปรแกรม HDC
1.4 ประชุมชี้แจงอสม. รับทราบโครงการพร้อมจัดทำแผนการออกปฏิบัติงานเชิงรุกในการดำเนินการติดตามกลุ่มเป้าหมายในเขตรับผิดชอบ
1.5 ประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มเป้าหมายรับทราบเพื่อรับบริการตามวันและเวลาที่กำหนด
1.6 นัดตรวจสุขภาพประชาชนกลุ่มเสี่ยงสูงเบาหวานตรวจ เจาะ FBS ที่รพ.สต. เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยยืนยันอย่างถูกต้อง
กิจกรรมที่ 1.จัดประชุมชี้แจงโครงการโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำรพ.สต. แก่อาสาสมัครชุมชน
- ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่มแก่ผู้เข้ารับการประชุมเชิงปฏิบัติการ
จำนวน.....50......คน × 25 บาท × 1 ครั้ง เป็นเงิน.....1,250...บาท
รวมกิจกรรมที่ 1 เป็นเงิน........1,250...........บาท
|
1.จัดประชุมชี้แจ้งโครงการแก่อาสาสมัครสาธารณสุประจำหมู่บ้าน
2.ทบทวนการทำงานที่ผ่านมา ปัญหา/อุปสรรค
3.จัดทำแผนการออกปฏิบัติงานเชิงรุกคัดกรองเบาหวานและความดันสูงในชุมชน
|
-
|
1.มีแผนการออกปฏิบัติงานเชิงรุกคัดกรองเบาหวานและความดันสูงในชุมชนชัดเจน
2.อสม.มีการแบ่งหน้าที่ในการปฏิบัติงาน
|
-
|
| 3. |
กิจกรรมอบรมให้ความรู้ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเกี่ยวกับโรค NCDs.และโรคไตเรื้อรัง โดยจัดอบรม 2 วัน โดยแบ่งกลุ่มตามกลุ่มเป้าหมาย |
1 มิ.ย. 2567 |
1 มิ.ย. 2567 |
กิจกรรมอบรมให้ความรู้ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเกี่ยวกับโรค NCDs.และโรคไตเรื้อรัง (กิจกรรม 2 วัน แบ่งกลุ่มประชาชนกลุ่มเสี่ยง/ กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังโรคเบาหวานและโรคความดันที่รับยาที่รพ.สต.)
2.1.1 ก่อนเข้าการอบรมตรวจสุขภาพเบื้องต้น ชั่งน้ำหนัก วัดรอบเอว วัดความดัน ประเมินค่า BMI ประเมิน CVD Risk เป็นต้น
2.1.2 เข้าฐานการเรียนรู้โภชนาการ อาหารแลกเปลี่ยน
2.1.3 รับฟังการบรรยายให้ความรู้เรื่องโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง โรคไตเรื้อรัง
2.1.4 รับฟังการบรรยายเรื่องการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนโรคจากการใช้ยาเกินความจำเป็น
2.1.5 สาธิตอาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย ฝึกการผ่อนคลาย
2.1.6 เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ปัญหาและวิธีแก้ไข
2.1.7 ชี้แจ้งกลุ่มเป้าหมายในการติดตามตรวจสุขภาพโดยอสม.ประจำหมู่บ้าน ที่บ้าน 3 ครั้ง ห่างกัน 1 เดือน (การทำBP Home)
กิจกรรมที่ 2. กิจกรรมอบรมให้ความรู้ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเกี่ยวกับโรค NCDs.และโรคไตเรื้อรังโดยจัดอบรม 2 วัน โดยแบ่งกลุ่มตามกลุ่มเป้าหมาย จำนวนกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด..80..คน
(ประชาชนกลุ่มเสี่ยงเบาหวาน/ความดัน จำนวน 50 คน, กลุ่มป่วยโรคเรื้อรังเบาหวาน/ความดัน จำนวน 30 คน)
-ค่าเอกสารการอบรมจำนวน ......80.........ชุด × 2 บาทเป็นเงิน.....160....บาท
-ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม แก่ผู้เข้ารับการประชุมเชิงปฏิบัติการ
จำนวน.....80.........คน × 25บาท x 2ครั้ง เป็นเงิน....4,000...บาท
-ค่าอาหารกลางวัน แก่ผู้เข้ารับการประชุมเชิงปฏิบัติการ
จำนวน.....80.........คน × 50บาท เป็นเงิน....4,000..บาท
- ค่าป้ายโครงการ เป็นเงิน......750...บาท
- ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 2 คน x 2 ชั่วโมง ๆ ละ 600 บาท x 2 วัน เป็นเงิน....4,800...บาท
รวมกิจกรรมที่ 2เป็นเงิน........13,710........... บาท
|
- ผู้เข้าร่วมโครงการลงทะเบียนตรวจสุขภาพ ชั่งน้ำหนัก วัดรอบเอว วัดความดัน
2.เปิดโครงการโดยผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองแรตกล่าวความเป็นมาและความสำคัญของโรคติดต่อไม่เรื้อรังNCDโรคไตเรื้อรัง
3.ฟังการบรรยายความรู้เรื่องโภชนการอาหารแลกเปลี่ยนโดยนักโภชนการ
4.ฟังการบรรยายความรู้เรื่องการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลเพื่อลดภาวะแทรกซ้อนโรคจากการใช้ยาเกินความจำเป็นโดยเภสัชจากโรงพยาบาล ซักถาม ตอบคำถามข้อสงสัย
- กิจกรรม อ.อารมณ์ ออกกำลังกาย หายใจ ผ่อนคลาย
|
-
|
1.ค่าลงพุง ก่อนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ชายจำนวน 13 คน ค่าลงพุงปกติจำนวน 3 คน ภาวะเสี่ยง 10 คน คิดเป็นร้อยละ 43.33 ผู้หญิงจำนวน 37 คน ค่าลงพุงปกติจำนวน 1 คน ภาวะเสี่ยงจำนวน 12 คน คิดเป็นร้อยละ 32.43 อันตรายจำนวน 24 คน คิดเป็นร้อยละ 64.86
2.ค่าBMI ก่อนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงเบาหวานและความดันมีค่าน้ำหนักตัวน้อย/ผอมจำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 4 มากที่สุดน้ำหนักตัวปกติจำนวน 18 คน คิดเป็นร้อยละ36 รองลงมาน้ำหนักเกินมีภาวะเสี่ยงจำนวน 11 ราย คิดเป็นร้อยละ 22 และมีภาวะอ้วนระดับ 1 จำนวน 10 คนคิดเป็นร้อยละ 20 มีภาวะอ้วนระดับ 2 จำนวน 9 คนคิดเป็นร้อยละ 18
3.ปิงปองจราจร 7 สี ก่อนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงเบาหวานและความดันมากสุดอยู่ในเกณฑ์เสี่ยงจำนวน 24 คน คิดเป็นร้อยละ 48 รองลงมากลุ่มสงสัยป่วยระดับ 1 จำนวน 16 คน คิดเป็นร้อยละ 32 เกณฑ์ปกติจำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 12และน้อยสุด กลุ่มสงสัยป่วยระดับ 2 จำนวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 8
4.จำนวนประชากรสงสัยป่วยโรคเบาหวานได้รับการตรวจยืนยัน จำนวน 12 คน พบผู้ป่วยรายใหม่ 1 คน คิดเป็นร้อยละ 8.33
5.จำนวนประชากรสงสัยป่วยโรคความดันโลหิตสูงได้รับการตรวจติดตามเพื่อวินิจฉัยจำนวน 37 คน พบผู้ป่วยรายใหม่ 1 คน คิดเป็นร้อยละ 2.70
6.ผู้ป่วยโรคเรื้อรังโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงที่รับยาที่รพ.สตจำนวน 30 คน สามารถควบคุมค่าความดัน
|
-
|
| 4. |
กิจกรรมการเยี่ยมบ้านพร้อมติดตามตรวจสุขภาพกลุ่มประชาชนกลุ่มเสี่ยงเบาหวานและความดันโลหิตสูง และกลุ่มป่วยโรคเรื้อรังที่รับยาที่รพ.สต.ที่มีค่า BP >140/90mmHg |
1 มิ.ย. 2567 |
1 มิ.ย. 2567 |
1 อสม.ลงเยี่ยมติดตามตรวจซ้ำวัดความดันโลหิต (Home BP) และตรวจระดับน้ำตาลในเลือดในกลุ่มเสี่ยงสูง ติดตาม 3 ครั้ง ภายใน 3 เดือน
2 เจ้าหน้าที่สาสุขลงเยี่ยมบ้านกลุ่มป่วยโรคเรื้อรังที่คุมโรคได้ไม่ดี ลงติดตามเยี่ยมบ้านเพื่อให้กำลังใจ และให้ความรู้คำแนะนำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ได้แก่ การบริโภคอาหาร การออกกำลังกาย และการใช้ยาอย่างเหมาะสม การไปรับยาตามนัด พูดคุยหารือปัญหาร่วมกับครอบครัวเพื่อหาทางออกร่วมกัน
3 กลุ่มสงสัยป่วยจะได้รับการส่งต่อพบแพทย์ เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยให้รักษาได้อย่าง รวดเร็ว ทันท่วงทีเพื่อลดภาวะแทรกซ้อนที่จะตามมา และให้ได้เข้าระบบการรักษาที่ถูกต้อง
4 กรณีพบผู้ที่มีความเสี่ยงระดับที่มีความเสี่ยงสูง (CVD Risk) ประสานแม่เครือข่ายเข้าคลินิก(DPAC Clinic) เพื่อเชื่อมโยงการให้บริการระหว่างหน่วยบริการชุมชน
5.หลังการติดตามเยี่ยมบ้านนำข้อมูลเข้าโปรแกรม JHCIS และนำส่งข้อมูลเข้าฐานโปรแกรม HDC
|
เจ้าหน้าที่สาธารณสุและอสม.ออกลงเยี่ยมบ้านพร้อมติดตามตรวจสุขภาพกลุ่มประชาชนกลุ่มเสี่ยงเบาหวาน และกลุ่มป่วยโรคเรื้อรังเบาหวาน/ความดัน
|
-
|
จากการเยี่ยมบ้านส่วนใหญ่ผู้ป่วยมีการรับประทานยาบริหารยาเอง ร้อยละ 85 และมีผู้ดูแลคอยช่วยเหลือบริหารการทานยา ร้อยละ 15 , กลุ่มป่วยโรคเรื้อรังมีหลงลืมทานยาประจำ ร้อยละ 25 และกลุ่มป่วยโรคเรื้อรังที่มาตามนัดทุกครั้งคิดเป็นร้อยละ 95 ปัญหาที่พบ 1.ผิดนัดเพราะไม่มีคนพามา 2.เมื่อมีการทานอาหารสแลงจะหยุดยาเบาหวาน/ความดันเพราะกลัวมึน
|
-
|