กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

directions_run

โครงการเสริมสร้างความรู้เรื่องโทษจากเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ประจำปีงบประมาณ 2567

กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลตำบลทุ่งหว้า
credit_score
แบบการติดตามประเมินผลการดำเนินกิจกรรมของโครงการ (Process Evaluation)
กิจกรรมระยะเวลาเป้าหมาย/วิธีการผลการดำเนินงานปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข
ตามแผนปฏิบัติจริงตามแผนปฏิบัติจริงตามแผนปฏิบัติจริง
1. กิจกรรมที่ 1 ประชุมคณะทำงาน กิจกรรมที่ 2 สำรวจข้อมูลสถานการณ์ ปัญหาการใช้เครื่องสำอางค์และผลิตภัณฑ์สุขภาพ กิจกรรมที่ 3 อบรมให้ความรู้โทษและผลกระทบจากการใช้เครื่องสำอางค์และผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้มาตรฐาน คณะทำงาสน 12 คน ตัวเเทนชุมชน 48 คน รวมจำนวน 60 ค 1 มิ.ย. 2567 20 ก.ค. 2567

กิจกรรมที่1ประชุมคณะทำงานจำนวน2ครั้ง ครั้งที่1เพื่อเตรียมวางแผนการดำเนินงานโครงการแบ่งบทบาทหน้าที่ทำความเข้าใจแผนงาน ครั้งที่2เพื่อสรุปผลการดำเนินงานโครงการตลอดจนถอดบทเรียนการดำเนินงานโครงการ - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 35 บาท จำนวน 2 ครั้ง จำนวน 12 คนเป็นเงิน840บาท - ค่าวัสดุอุปกรณ์ปากกากระดาษบรุ๊ฟ กระดาษ A4ปากกาเคมีกระดาษกาวย่น ฯลฯ370บาทจำนวน2ครั้งเป็นเงิน740บาท - ค่าทำป้ายโครงการ จำนวน 1 ป้ายเป็นเงิน450บาท รวมเป็นเงิน2,030บาท กิจกรรมที่2สำรวจข้อมูลสถานการณ์ปัญหาการใช้เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์สุขภาพ - ค่าเอกสารในการสำรวจข้อมูล400 บาท - ค่าลงพื้นที่จัดเก็บข้อมูล12คนๆ200 บาทเป็นเงิน2,400บาทรวม2,800บาท กิจกรรมที่3อบรมให้ความรู้โทษและผลกระทบจากการใช้เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้มาตรฐานคณะทำงาน12คนและตัวแทนชุมชน48คนรวมจำนวน60คน - ค่าสมนาคุณวิทยากร6 ชั่วโมงๆละ600 บาทเป็นเงิน3,600 บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 2 มื้อๆละ 35 บาทจำนวน60 คนเป็นเงิน4,200บาท - ค่าอาหารกลางวัน1มื้อๆละ70บาทจำนวน60คนเป็นเงิน4,200บาท - แผ่นพับ / วัสดุอุปกรณ์เป็นเงิน570บาท - กระเป๋าผ้า/สมุด/ปากกา จำนวน 60 ชุด ๆละ70 บาทเป็นเงิน4,200บาท - ชุดทดสอบสารสเตียรอยด์ จำนวน3 ชุดๆละ 1,800 บาท เป็นเงิน5,400บาท - ตัวอย่างเครื่องสำอางสาธิต 3 ชุดๆละ 1,000บาทเป็นเงิน3,000บาท รวม25,170บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น30,000.-บาท (สามหมื่นบาทถ้วน)

ประชุมคณะทำงาน ครั้งที่ 1 เตรียมวางเเผนการดำเนินโครงการแบ่งบทบาทหน้าที่

-

.จากการจัดกิจกรรมได้ทราบถึงข้อมูลสถานการณ์ปัญหาการใช้เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้มาตรฐาน ผู้บริโภคถูกเอาเปรียบและได้รับผลกระทบจากผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีคุณภาพ อย.จึงเข้ามามีบทบาทในการสืบสวนหาสาเหตุ และได้ประกาศรายชื่อสารต้องห้ามใช้เป็นส่วนประกอบในเครื่องสำอาง ได้แก่ สารปรอท สารไฮโดรควิโนน สารสเตียรอยด์ และกรดเรติโนอิก ซึ่งสารดังกล่าวให้โทษดังนี้ สารสเตียรอยด์ พบบ่อยในเครื่องสำอาง หลังใช้ไป 2-4 สัปดาห์ จะทำให้ผิวบางลง ผิวอ่อนแอ ระคายเคืองเกิดผดผื่นหรือสิวอุดตันได้ง่าย สารปรอท ทำให้ฝ้า กระ สิวลดลง ช่วยให้ผิวขาวขึ้น หากใช้ต่อเนื่องกันเป็นเวลานานจะทำให้เกิดพิษสะสมในผิวหนัง ทำให้สีผิวคล้ำลงกลายเป็นสีดำอมเทาและดูดซึมเข้าสู่เลือด ทำให้ตับและไตอักเสบหรือทำลายระบบประสาทส่วนกลาง หากใช้ในสตรีมีครรภ์ อาจทำให้เกิดทารกพิการและปัญญาอ่อนได้ สารไฮโดรควิโนน มักพบในครีมรักษาฝ้า หากใช้เกินขนาด อาจทำให้เกิดอาการแสบร้อน ตุ่มแดง และสีผิวคล้ำขึ้นในบริเวณที่ทา อาจรุนแรงจนกลายเป็นฝ้าถาวรได้ กรดเรติโนอิก ต้องขึ้นทะเบียนเป็นยาเท่านั้น หากอยู่ในเครื่องสำอางจะจัดเป็นสารอันตราย เนื่องจากมีฤทธิ์ในการผลัดเซลล์ผิวหนัง ทำให้ผิวหนังเกิดการระคายเคือง ลอก แดง หรือผิวหนังบางลงได้ ได้รับความรู้เรื่องโทษ และผลข้างเคียงแล้ว ยังรู้ถึงช่องทางการร้องเรียนเมื่อมีผลกระทบของผู้บริโภคด้วยวิธีการเลือกใช้เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ให้ผู้บริโภคเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากสถานที่จำหน่ายที่มีหลักแหล่งน่าเชื่อถือ และก่อนตัดสินใจซื้อควรสังเกตฉลากผลิตภัณฑ์ โดยฉลากต้องมีข้อความภาษาไทย ระบุข้อความอันจำเป็นครบถ้วน ได้แก่ ชื่อและชนิดของเครื่องสำอาง เลขที่รับแจ้ง เป็นเลขสิบหลัก สารที่ใช้เป็นส่วนผสม วิธีการใช้ ชื่อที่ตั้งผู้ผลิต/ผู้นำเข้า ปริมาณสุทธิ เลขที่แสดงครั้งที่ผลิต เดือนปีที่ผลิต และคำเตือน อย่างไรก็ตาม หากผู้บริโภคพบผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือได้รับอันตรายจากการใช้เครื่องสำอาง ให้ร้องเรียนสายด่วน อย. โทร 1556 หรือส่งจดหมายไปที่ ตู้ปณ.1556 ปณฝ.กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 11004 เพื่อ อย.ได้ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไปจากการทดสอบเครื่องสำอางของการอบรม 30 ตัวอย่าง สรุปเจอสารสเตียรอยด์ 5 ตัวอย่างที่สีผลิตภัณฑ์เปลี่ยนไปจากเดิมเมื่อเทียบกับผลของชุดทดสอบ

-

2. กิจกรรมที่ 2 สำรวจข้อมูลสถานการณ์ปัญหาการใช้เครื่องสำอางค์และผลิภัณฑ์สุขภาพ 24 ก.ค. 2567 24 ก.ค. 2567

 

สำรวจข้อมูลสถานการณ์ปัญหาการใช้เครื่องสำอางค์และผลิภัณฑ์สุขภาพ

-

ประชาชนได้รับข้อมูลประชาสัมพันธ์ในการเลือกซื้อเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน  ร้อยละ  90

-

3. กิจกรรมที่ 3 อบรมให้ความรู้ 28 ก.ค. 2567 28 ก.ค. 2567

 

1.  ประชุมคณะทำงาน 2.  โครงการเพื่อขออนุมัติ 3.  ติดต่อประสานงานวิทยากร  และผู้เกี่ยวข้อง 4.  ลงพื้นที่สำรวจข้อมูลการใช้เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ 5.  อบรมให้ความรู้เรื่องโทษจากเครื่องสำอาง / ปรับทัศนคติ / ทดสอบสารสเตียรอยด์ในเครื่องสำอาง 6.  สรุปผลการดำเนินงาน

-

.จากการจัดกิจกรรมได้ทราบถึงข้อมูลสถานการณ์ปัญหาการใช้เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้มาตรฐาน ผู้บริโภคถูกเอาเปรียบและได้รับผลกระทบจากผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีคุณภาพ อย.จึงเข้ามามีบทบาทในการสืบสวนหาสาเหตุ และได้ประกาศรายชื่อสารต้องห้ามใช้เป็นส่วนประกอบในเครื่องสำอาง ได้แก่ สารปรอท สารไฮโดรควิโนน สารสเตียรอยด์ และกรดเรติโนอิก ซึ่งสารดังกล่าวให้โทษดังนี้ สารสเตียรอยด์ พบบ่อยในเครื่องสำอาง หลังใช้ไป 2-4 สัปดาห์ จะทำให้ผิวบางลง ผิวอ่อนแอ ระคายเคืองเกิดผดผื่นหรือสิวอุดตันได้ง่าย สารปรอท ทำให้ฝ้า กระ สิวลดลง ช่วยให้ผิวขาวขึ้น หากใช้ต่อเนื่องกันเป็นเวลานานจะทำให้เกิดพิษสะสมในผิวหนัง ทำให้สีผิวคล้ำลงกลายเป็นสีดำอมเทาและดูดซึมเข้าสู่เลือด ทำให้ตับและไตอักเสบหรือทำลายระบบประสาทส่วนกลาง หากใช้ในสตรีมีครรภ์ อาจทำให้เกิดทารกพิการและปัญญาอ่อนได้ารไฮโดรควิโนน มักพบในครีมรักษาฝ้า หากใช้เกินขนาด อาจทำให้เกิดอาการแสบร้อน ตุ่มแดง และสีผิวคล้ำขึ้นในบริเวณที่ทา อาจรุนแรงจนกลายเป็นฝ้าถาวรได้กรดเรติโนอิก ต้องขึ้นทะเบียนเป็นยาเท่านั้น หากอยู่ในเครื่องสำอางจะจัดเป็นสารอันตราย เนื่องจากมีฤทธิ์ในการผลัดเซลล์ผิวหนัง ทำให้ผิวหนังเกิดการระคายเคือง ลอก แดง หรือผิวหนังบางลงได้ ได้รับความรู้เรื่องโทษ และผลข้างเคียงแล้ว ยังรู้ถึงช่องทางการร้องเรียนเมื่อมีผลกระทบของผู้บริโภคด้วยวิธีการเลือกใช้เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ให้ผู้บริโภคเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากสถานที่จำหน่ายที่มีหลักแหล่งน่าเชื่อถือ และก่อนตัดสินใจซื้อควรสังเกตฉลากผลิตภัณฑ์ โดยฉลากต้องมีข้อความภาษาไทย ระบุข้อความอันจำเป็นครบถ้วน ได้แก่ ชื่อและชนิดของเครื่องสำอาง เลขที่รับแจ้ง เป็นเลขสิบหลัก สารที่ใช้เป็นส่วนผสม วิธีการใช้ ชื่อที่ตั้งผู้ผลิต/ผู้นำเข้า ปริมาณสุทธิ เลขที่แสดงครั้งที่ผลิต เดือนปีที่ผลิต และคำเตือน อย่างไรก็ตาม หากผู้บริโภคพบผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือได้รับอันตรายจากการใช้เครื่องสำอาง ให้ร้องเรียนสายด่วน อย. โทร 1556 หรือส่งจดหมายไปที่ ตู้ปณ.1556 ปณฝ.กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 11004 เพื่อ อย.ได้ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไปจากการทดสอบเครื่องสำอางของการอบรม 30 ตัวอย่าง สรุปเจอสารสเตียรอยด์ 5 ตัวอย่างที่สีผลิตภัณฑ์เปลี่ยนไปจากเดิมเมื่อเทียบกับผลของชุดทดสอบ

-

4. กิจกรรมประชุมคณะทำงานครั้งที่ 2 สรุปผลการดำเนินงานโครงการถอดบทเรียนการดำเนินงานโครงการ 31 ก.ค. 2567 31 ก.ค. 2567

 

สรุปผลการดำเนินงานโครงการถอดบทเรียนการดำเนินงานโครงการ

-

1.ประชาชนมีความรู้  ตระหนักรู้  สามารถบอกต่อถึงโทษของเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ 2.ประชาชนเกิดสุขภาพที่ดี  ทั้งด้านร่างกาย  จิตใจ  และสังคม 3.ประชาชนได้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากการใช้ผลิตภัณฑ์

-