กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

credit_score
แบบการติดตามประเมินผลการดำเนินกิจกรรมของโครงการ (Process Evaluation)
กิจกรรมระยะเวลาเป้าหมาย/วิธีการผลการดำเนินงานปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข
ตามแผนปฏิบัติจริงตามแผนปฏิบัติจริงตามแผนปฏิบัติจริง
1. อบรมให้ความรู้เพื่อเพิ่มทักษะในการดูแลสุขภาพช่องปากที่ดีแก่ผู้ปกครองเด็กรายใหม่ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 1 ม.ค. 2564 16 มิ.ย. 2564

รายละเอียดกิจกรรม

  1. อบรมฟื้นฟูและให้ความรู้เพื่อเพิ่มทักษะในการดูแลสุขภาพช่องปากที่ดีแก่ผู้ปกครองเด็กรายใหม่และครูผู้ดูแลเด็กในศพด.

  2. ฝึกปฏิบัติทักษะการแปรงฟัน แบบ Hand on ให้แก่ผู้ปกครองเด็กรายใหม่และครูผู้ดูแลเด็กในศพด.

เป้าหมาย

ศพด.บ้านควนไสน

  • ผู้ปกครองรายใหม่ จำนวน35 คน

  • ครูผู้ดูแลเด็กจำนวน4คน

  • ผู้สังเกตการณ์จำนวน2คน

ศพด.บ้านท่าแลหลา

  • ผู้ปกครองรายใหม่ จำนวน 28 คน

  • ครูผู้ดูแลเด็กจำนวน 4 คน

  • ผู้สังเกตการณ์จำนวน 2 คน

ศพด.บ้านป่าฝาง

  • ผู้ปกครองจำนวน22 คน

  • ครูผู้ดูแลเด็ก จำนวน 5คน

  • ผู้สังเกตการณ์ จำนวน 2คน

ศพด.บ้านปากปิง

  • ผู้ปกครอง จำนวน31 คน

  • ครูผู้ดูแลเด็กจำนวน 4คน

  • ผู้สังเกตการณ์จำนวน 2คน

ศพด.บ้านปิใหญ่

  • ผู้ปกครอง จำนวน 6 คน

  • ครูผู้ดูแลเด็กจำนวน 2 คน

  • ผู้สังเกตการณ์จำนวน 2 คน

ศพด.บ้านตูแตหรำ

  • ผู้ปกครอง จำนวน9คน

  • ครูผู้ดูแลเด็กจำนวน2คน

  • ผู้สังเกตการณ์ จำนวน 2 คน

งบประมาณ

  • ค่าวิทยากร(ไม่ขอเบิก)

-ค่าแบบทดสอบความรู้ในการเข้าอบรม จำนวน 152 x 1 ชุด x 2 บาทเป็นเงิน 304 บาท

  • ค่าป้ายไวนิลโครงการ จำนวน 1 ผืน ขนาด 1.5 x 3 เมตร เป็นเงิน 675 บาท

  • ค่าวัสดุสาธิตการแปรงฟัน 30 x 152 คน = 4,560 บาท

รวมเป็นเงิน 5,539 บาท

ศพด.บ้านควนไสน

  • ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้เข้าอบรมและผู้สังเกตการณ์65 บาท x 41 คน x 1 มื้อ = 2,665 บาท

  • ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าอบรมและผู้สังเกตการณ์25 บาท x 41 คน x 2 มื้อ = 2,050 บาท

รวมเป็นเงิน 4,715 บาท

ศพด.บ้านท่าแลหลา

  • ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้เข้าอบรมและผู้สังเกตการณ์65 บาท x 34 คน x 1 มื้อ = 2,210 บาท

  • ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าอบรมและผู้สังเกตการณ์25 บาท x 34 คน x 2 มื้อ = 1,700 บาท

รวมเป็นเงิน 3,910 บาท

ศพด.บ้านป่าฝาง

  • ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้เข้าอบรมและผู้สังเกตการณ์65 บาท x 29 คน x 1 มื้อ = 1,885 บาท

  • ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าอบรมและผู้สังเกตการณ์ 25 บาท x 29 คน x 2 มื้อ = 1,450 บาท

รวมเป็นเงิน 3,335 บาท

ศพด.บ้านปากปิง

  • ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้เข้าอบรมและผู้สังเกตการณ์ 65 บาท x 37 คน x 1 มื้อ = 2,405 บาท

  • ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าอบรมและผู้สังเกตการณ์ 25 บาท x 37 คน x 2 มื้อ = 1,850 บาท

รวมเป็นเงิน 4,255 บาท

ศพด.บ้านปิใหญ่

  • ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้เข้าอบรมและผู้สังเกตการณ์ 65 บาท x 10 คน x 1 มื้อ = 650 บาท

  • ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าอบรมและผู้สังเกตการณ์ 25 บาท x 10 คน x 2 มื้อ = 500 บาท

รวมเป็นเงิน 1,150 บาท

ศพด.บ้านตูแตหรำ

  • ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้เข้าอบรมและผู้สังเกตการณ์65 บาท x 13 คน x 1 มื้อ = 845 บาท

  • ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าอบรมและผู้สังเกตการณ์25 บาท x 13 คน x 2 มื้อ = 650 บาท

รวมเป็นเงิน 1,495 บาท

รวมเป็นเงินทั้งหมด 24,399 บาท

1.อบรมฟื้นฟูและให้ความรู้เพื่อเพิ่มทักษะในการดูแลสุขภาพช่องปากที่ดีแก่ผู้ปกครองเด็กรายใหม่และครูผู้ดูแลเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก

2.ฝึกปฏิบัติทักษะการแปรงฟัน แบบ Hand on ให้แก่ผู้ปกครองเด็กรายใหม่และครูผู้ดูแลเด็ก

-

1.ผู้ปกครองรายใหม่ที่เข้าร่วมการอบรม มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคฟันผุ การดูแลสุขภาพช่องปาก อาหารที่มีประโยชน์และโทษ ได้คะแนนเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 24.30 ก่อนการอบรมมีคะแนนเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 58.14 และหลังการอบรมมีคะแนนเฉลี่ยเป็น ร้อยละ 82.44
2.ครูผู้ดูแลเด็กที่เข้าร่วมการอบรม มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคฟันผุ การดูแลสุขภาพช่องปากอาหารที่มีประโยชน์และโทษ ได้คะแนนเฉลี่ยคิดเป้นร้อยละ เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 22.22 ก่อนการอบรมมีคะแนนเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 67.46 และหลังการอบรมมีคะแนนเฉลี่ยเป็น ร้อยละ 89.68
3.ผู้ปกครองรายใหม่ที่เข้าร่วมอบรมมีความรู้ความเข้าใจก่อนการใช้ซิลเวอร์ไดเอมีนฟลูออไรด์ (SDF) เพื่อหยุดยั้งการผุลุกลามของฟันน้ำนมในเด็ก ก่อนการอบรมมีคะแนนเฉลี่ยเป็นร้อยละ 44.27 และหลังการอบรมมีคะแนนเฉลี่ยเป็นร้อยละ 81.69 แสดงให้เห็นว่าเมื่อเสร็จสิ้นการอบรมแล้วผู้เข้าร่วมอบรมมีความรู้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 37.42
4.ครูผู้ดูแลเด็กที่เข้าร่วมอบรมมีความรู้ความเข้าใจก่อนการใช้ซิลเวอร์ไดเอมีนฟลูออไรด์ (SDF) เพื่อหยุดยั้งการผุลุกลามของฟันน้ำนมในเด็ก ก่อนการอบรมมีคะแนนเฉลี่ยเป็นร้อยละ 65.08 และหลังการอบรมมีคะแนนเฉลี่ยเป็นร้อยละ 89.68 แสดงให้เห็นว่าเมื่อเสร็จสิ้นการอบรมแล้วผู้เข้าร่วมอบรมมีความรู้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 24.60
5.จากการทำแบบแสดงความคิดเห็นของผู้ปกครองรายใหม่และผู้ดูแลเด็กทั้งหมดจำนวน 152 คน พบว่า ผุ้เข้าอบรมเห็นด้วยมากที่สุดคือการรักษาฟันผุหยุดยั้งด้วยการใช้ SDF ได้ผลดีในเด็กเล็ก คิดเป็นร้อยละ 100 และผู้เข้าอบรมไม่เห็นด้วยมากที่สุดคือ ยอมรับได้สีของฟันผุภายหลังทา SDF คิดเป็นร้อยละ 4.61

-

2. ตรวจสุขภาพช่องปากเด็กเล็กทุกคน 1 ก.พ. 2564 1 ก.พ. 2564

รายละเอียดกิจกรรม

  1. นักเรียนใน ศพด. ทั้ง 5 แห่ง ได้รับการตรวจฟันจากทันตบุคลากร

  2. คัดเลือกเด็กนักเรียนที่มีฟันกรามน้ำนมผุเพื่อทำการอุด ART

เป้าหมาย

  • เด็กใน ศพด. จำนวน 279 คน

งบประมาณ

  • ไม่ขอใช้งบประมาณ

1.ตรวจสุขภาพช่องปากเด็กเล็กทุกคน
2.คัดเลือกเด็กนักเรียนที่มีฟันกรามน้ำนมผุเพื่อทำการอุด ART
3.ทาง รพ.ประสานงานครูเพื่อลงไปดำเนินการอุดฟันให้นักเรียน
4.เตรียมวัสดุและอุปกรณ์ ออกหน่วย
5.ครูผู้ดูแลเด็กนัดผู้ปกครองเด็กเพื่อนำเด็กมาตามรายชื่อมาอุดฟันในวันเวลาที่นัดหมาย
6.ให้บริการอุดฟันกรมน้ำนมด้วย SMART technipue และเคลือบฟลูออไรด์วานิชให้แก่เด็กเล็กใน ศพด.

-

ได้รับการบูรณฟันด้วย SMART technipue 101/272 คน/ซี่ (จำนวนคนที่อุดได้คิดเป็นร้อยละ 86.32 และจำนวนซี่ที่ได้อุดคิดเป็นร้อยละ 77.27)

-

3. ให้การบูรณฟันด้วยวิธี SMART technique ในเด็กที่มีฟันน้ำนมผุ 1 มี.ค. 2564 1 มี.ค. 2564

รายละเอียดกิจกรรม

  1. ทาง รพ.ประสานงานครูเพื่อลงไปดำเนินการอุดฟันให้นักเรียน

  2. เตรียมวัสดุและอุปกรณ์ ออกหน่วย

  3. ครูผู้ดูแลเด็กนัดผู้ปกครองเด็กเพื่อนำเด็กมาตามรายชื่อมาอุดฟันในวันและเวลาที่นัดหมาย

  4. ให้บริการอุดฟันกรามน้ำนมด้วย SMART technique แก่เด็กเล็กใน ศพด.

เป้าหมาย

  • เด็กใน ศพด. จำนวน 121 คน

งบประมาณ

วัสดุทางทันตกรรม แยกเป็น

  1. วัสดุอุด GIFujiIX capsule x 5 กล่องx 3,600 บาท เป็นเงิน 18,000 บาท

  2. ถุงมือ จำนวน 10 กล่อง x 210 บาท เป็นเงิน 2,100 บาท

  3. ค่าวัสดุอุดทันตกรรมอื่นๆ เป็นเงิน 2,000 บาท

  4. ค่าตอบแทนปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ จำนวน 12 วัน x 4 คน x 420 บาทเป็นเงิน 20,160 บาท

รวมเป็นเงิน 42,260บาท

1.สำรวจกลุ่มเป้าหมาย (เด็กอายุ 3-5 ปี) ในแต่ละศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทั้งหมด 5 ศูนย์ ในสังกัด อบต.กำแพง 2.ดำเนินการตรวจฟันและสุขภาพช่องปากของเด้กนักเรียน 3.วิเคราะห์ข้อมูลแยกกลุ่มเด็กที่ต้องได้รับการอุดฟันด้วยเทคนิค SMART 4.ดำเนินการบูรณฟันด้วย  SMART technipue ในเด็กที่มีฟันน้ำนมผุ

-

ได้รับการบูรณฟันด้วย  SMART technipue 101/272 คน/ซี่ (จำนวนคนที่อุดได้คิดเป็นร้อยละ 86.32 และจำนวนซี่ที่ได้อุดคิดเป็นร้อยละ 77.27)

-

4. ติดตามผลหลังการอุดฟันด้วยเทคนิค SMART แล้ว เด็กไม่มีอาการปวดฟันและสุ่มการยึดติดการอุดฟันด้วยเทคนิค SMART ในเด็กที่ขึ้นชั้นอนุบาลที่ได้รับการอุดฟันไปแล้ว 1 ส.ค. 2564 1 ส.ค. 2564

รายละเอียดกิจกรรม

  1. ทันตบุคลากรจะเข้าไปติดตามอาการภายหลังการอุดฟันด้วย SMART technique ของเด็กเล็ก ในศพด. โดยจะสุ่มตรวจ ร้อยละ 10 ของนักเรียนที่ได้รับการรักษา

  2. ทันตบุคลากรจะเข้าไปสุ่มตรวจร้อยละ 10 การยึดติดการอุดฟันด้วยเทคนิค SMART ในเด็กที่ขึ้นชั้นอนุบาลที่ได้รับการอุดฟันไปแล้ว

เป้าหมาย

  • เด็กใน ศพด. จำนวน 121 คน

งบประมาณ

  • ไม่ขอใช้งบประมาณ

1.ติดตามประเมินผลประสิทธิภาพของการอุดฟันด้วยเทคนิค SMART technipue หลังให้บริการ 1 เดือน
2.ทันตบุคลากรจะเข้าไปสุ่มตรวจร้อยละ 10 การยึดติดการอุดฟันด้วยเทคนิค SMART ในเด็กที่ขึ้นชั้นอนุบาลที่ได้รับการอุดฟันไปแล้ว

-

ได้สุ่มตรวจทั้งหมด 30 คน คิดเป็นร้อยละ 29.70 ของจำนวนเด็กที่ได้รับการบูรณะฟันในศพด.ปรากฏดังนี้
  - สุ่มตรวจทั้งหมด 72 ซี่
  - การยึดติดของวัสดุกับฟันติดสภาพดี 59 ซี่ คิดเป็นร้อยละ 81.94
  - หลุดบางส่วน 7 ซี่ คิดเป็นร้อยละ 9.72
  - หลุดทั้งหมด 6 ซี่ คิดเป็นร้อยละ 8.33
ได้สุ่มตรวจทั้งหมด 15 คน คิดเป็นร้อยละ 6.81 ของจำนวนเด็กที่ได้รับการบูรณะฟันในเด็กที่ขึ้นชั้นอนุบาลโรงเรียนต่างๆ ปรากฏดังนี้
  - สุ่มตรวจทั้งหมด 28 ซี่
  - การยึดติดของวัสดุกับฟันติดสภาพดี 25 ซี่ คิดเป็นร้อยละ 89.29
  - หลุดบางส่วน 2ซี่ คิดเป็นร้อยละ 7.14
  - หลุดทั้งหมด 1 ซี่ คิดเป็นร้อยละ 3.57

-

5. รายงานผลโครงการและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 31 ส.ค. 2564 31 ส.ค. 2564

รายละเอียดกิจกรรม

  1. จัดทำเอกสารนำเสนอโครงการ จำนวน 2 ครั้ง

  2. จัดทำรูปเล่มรายงานผลโครงการเมื่อเสร็จโครงการ

งบประมาณ

  • ค่าจัดทำรูปเล่มรายงานผล จำนวน 4 เล่มๆละ 250 บาท เป็นเงิน 1,000 บาท

รวมเป็นเงิน 1,000 บาท

1.จัดทำเอกสารนำเสนอโครงการ จำนวน 2 ครั้ง 2.จัดทำรูปเล่มรายงานผลโครงการเมื่อเสร็จโครงการ

-

  1. ร้อยละ 80 ของผู้ปกครองเด็กและผู้ดูแลเด็กมีความรู้และทักษะในการดูแลสุขภาพช่องปากของเด็กเพิ่มขึ้น
  2. ลดอัตราการเกิดโรคฟันผุ ลดการสูญเสียฟันน้ำนม และลดการผุซ้ำในฟันกรามน้ำนมที่อุดไปแล้ว
  3. เด็กอายุ 3-5 ปีได้เข้าถึงการรับบริการอุดฟันมากขึ้น

-