โครงการ เกษตรกรปลอดโรค ผู้บริโภคปลอดภัย
-
ร้อยละของประชาชนที่มีภาวะเสี่ยงต่อการท้องเสียจากการบริโภค15.00
-
ร้อยละพื้นที่เกษตรอินทรีย์/เกษตรปลอดภัยต่อพื้นที่เกษตรทั้งหมดในชุมชน5.00
-
ร้อยละของตัวอย่างอาหารที่ตรวจพบสารปนเปื้อนเกินมาตรฐาน (สารเร่งเนื้อแดงในเนื้อสุกร สารกันราหรือกรดซาลิซิลิค สารฟอกขาว สารบอแรกซ์ สารฟอร์มาลิน หรือสารละลายฟอร์มาลดีไฮด์ และยาฆ่าแมลงหรือสารเคมีกำจัดศัตรูพืช)10.00
การดำรงชีวิตของคนในปัจจุบัน มีการปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย รวมไปถึงการจัดหาและเลือกที่จะรับประทานอาหาร จากอดีตที่มีการจัดหาวัสดุอาหารมาดำเนินการปรุง การประกอบอาหารเองที่บ้านหรือใน ครัวเรือน อาหารเป็นหนึ่งในปัจจัยที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต การบริโภคอาหารที่ไม่สะอาดเป็นสาเหตุสำคัญของ การเกิดโรคภัยไข้เจ็บ โดยมีเชื้อโรคและสารปนเปื้อนหลายชนิดที่เป็นอันตรายถึงชีวิต หลักสำคัญในการเลือก รับประทานอาหารนอกเหนือจากรสชาติอาหารแล้ว สิ่งที่ต้องคำนึงและพิจารณาควบคู่ไปด้วย คือ คุณค่าตามหลัก โภชนาการ คุณภาพ ความสะอาดและปราศจากสารปนเปื้อน การบริโภคอาหารเพื่อให้ได้อาหารที่สะอาด ปลอดภัยมีคุณค่าตามหลักโภชนาการและปราศจากสารปนเปื้อนนั้น จำเป็นต้องมีระบบการดูแลควบคุมตรวจสอบ คุณภาพความปลอดภัยของอาหารทุกกระบวนการ ในปัจจุบันมีการจัดตั้งร้านอาหาร และแผงลอยจำหน่ายอาหาร ไว้บริการอาหารปรุงสำเร็จแก่ประชาชน สะดวกต่อการเลือกซื้อมาเพื่อการบริโภคทั้งในครัวเรือน หรือการจัดเลี้ยง อาหารในรูปแบบต่าง ๆ มากมาย ดังนั้นการควบคุม ดูแล ให้การประกอบกิจการการจัดบริการอาหารโดยสถาน ประกอบการด้านอาหารเป็นไปอย่างเหมาะสม เน้นความสะอาดและปลอดภัยแก่ผู้บริโภค จึงเป็นงานสำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องได้ตระหนักถึงความสำคัญและให้ความร่วมมือในการปรับปรุงและพัฒนายกระดับสถานประกอบการให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานด้านสุขาภิบาลอาหาร กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ฉะนั้นเพื่อให้ประชาชนสามารถจัดหาอาหารที่สะอาดปลอดภัยมาบริโภคได้ หน่วยงานที่ เกี่ยวข้องจึงจำเป็นต้องมีระบบการดูแลควบคุมตรวจสอบคุณภาพความปลอดภัยของอาหาร และดำเนินการ ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปสามารถรับทราบข้อมูลและเข้าถึงการบริโภคอาหารที่สะอาดและปลอดภัยได้ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งใหญ่ได้เห็นความสำคัญของการคุ้มครองผู้บริโภคและเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารโดยการลดใช้สารเคมี ส่งเสริมให้ใช้เกษตรอินทรีย์ในภาคครัวเรือน จึงได้จัดทำโครงการเกษตรกรปลอดโรค ผู้บริโภคปลอดภัย เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนใช้เกษตรอินทรีย์ทดแทนการใช้สารเคมีในภาคครัวเรือน และให้ประชาชนมีความปลอดภัยจากการบริโภคสินค้า ผลิตภัณฑ์ต่างๆในชุมชน โดยกระบวนการมีส่วนร่วมที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาด้านสุขภาพในพื้นที่
-
เพื่อแก้ไขปัญหาประชาชนที่มีภาวะเสี่ยงต่อการท้องเสียจากการบริโภค15.0010.00
ร้อยละของประชาชนที่มีภาวะเสี่ยงต่อการท้องเสียจากการบริโภค
-
เพื่อลดตัวอย่างอาหารที่ตรวจพบสารปนเปื้อนเกินมาตรฐาน10.0010.00
ร้อยละของตัวอย่างอาหารที่ตรวจพบสารปนเปื้อนเกินมาตรฐาน (สารเร่งเนื้อแดงในเนื้อสุกร สารกันราหรือกรดซาลิซิลิค สารฟอกขาว สารบอแรกซ์ สารฟอร์มาลิน หรือสารละลายฟอร์มาลดีไฮด์ และยาฆ่าแมลงหรือสารเคมีกำจัดศัตรูพืช)
-
กลุ่มวัยทำงาน90
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง100
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมที่ 1 ตั้งคณะทำงานโครงการเกษตรกรปลอดโรค ผู้บริโภคปลอดภัย
แต่งตั้งคณะทำงานโครงการเกษตรกรปลอดโรค ผู้บริโภคปลอดภัย
7 เมษายน 2564 ถึง 7 เมษายน 2564คณะทำงานมีความรู้ ความเข้าใจด้านสถานการณ์ในพื้นที่
0.00 บาท -
กิจกรรมที่ 2 ประชาสัมพันธ์โครงการ และประสานงาน
ประชาสัมพันธ์โครงการ ให้ประชาชนรับทราบ
3 พฤษภาคม 2564 ถึง 7 พฤษภาคม 2564ประชาชนและผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม
0.00 บาท -
กิจกรรมที่ 3 อบรมให้ความรู้อันตรายจากสารเคมีฆ่าแมลง และประโยชน์จากเกษตรอินทรีย์
อบรมให้ความรู้อันตรายจากสารเคมีฆ่าแมลง และประโยชน์จากเกษตรอินทรีย์แก่ประชาชน - ค่าอาหารกลางวัน 50 คนx60 บ. = 3,000 บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 50 คนx30 บ.x2มื้อ = 3,000 บาท -ค่าตอบแทนวิทยากรภาครัฐ 6 ชั่วโมงx600บ.= 3,600 บาท -ค่าป้ายไวนิลโครงการ 450 บาท
13 พฤษภาคม 2564 ถึง 13 พฤษภาคม 2564ประชาชนมีความรู้ และสามารถเลือกบริโภคอาหารที่ปราศจาคยาฆ่าเเมลง
10050.00 บาท -
กิจกรรมที่ 4 ตรวจหาสารเคมีในเลือดจากสารฆ่าแมลงในกลุ่มประชาชนที่บริโภคผัก และเกษตรกร
ตรวจหาสารเคมีในเลือดจากสารฆ่าแมลงในกลุ่มประชาชนที่บริโภคผัก และเกษตรกร
-ค่าชุดตรวจสารเคมีกระดาษโคลีนเอสเตอเรสพร้อมอุปกรณ์ 100 ชุด = 2,000 บาท
-เข็มเจาะปลายนิ้ว 100 ชิ้น = 350 บาท
-ค่าตอบแทนวิทยากรฐานเจาะเลือด 2 คนx3ชั่วโมงx600บ. =3,600 บาท
19 พฤษภาคม 2564 ถึง 19 พฤษภาคม 2564ประชาชนที่มีสารเคมีในเลือดสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารได้
5950.00 บาท -
กิจกรรมที่ 5 อบรมให้ความรู้ประชาชนที่พบสารเคมีตกค้างในเลือด
อบรมให้ความรู้ประชาชนที่พบสารเคมีตกค้างในเลือด
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 50 คนx30บ.=1,500 บาท
-ค่าตอบแทนวิทยากร 3 ชั่วโมงx600บ. =1,800 บาท
-ค่ารางจืดแคปซูล 50 ชุดx100บ.=5,000 บาท
27 พฤษภาคม 2564 ถึง 27 พฤษภาคม 2564ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค
8300.00 บาท
ประชาชนมีความปลอดภัยในการบริโภคอาหาร และการใช้สินค้า ผลิตภัณฑ์ต่างๆ รวมถึงเกษตรกรมีการใช้เกษตรอินทรีย์ทดแทนการใช้สารเคมีในระดับครัวเรือน
