กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

tune

โครงการการป้องกันพลัดตกหกล้มและโรคสมองเสื่อมในผู้สูงอายุเทศบาลเมืองคอหงส์

กองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลเมืองคอหงส์
stars
1. ชื่อโครงการ/กิจกรรม
โครงการการป้องกันพลัดตกหกล้มและโรคสมองเสื่อมในผู้สูงอายุเทศบาลเมืองคอหงส์
คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  1. ผศ.ดร.ขนิษฐา นาคะ
  2. ผศ.ดร.เนตรนภา คู่พันธวี
  3. ผศ.ดร.จันทรา พรหมน้อย
  4. อาจารย์ภัทรพร กิจเรณู
  5. อาจารย์ศิริมาศ ภูมิไชยา
  6. ผศ.ดร.ขนิษฐา นาคะ
  7. ผศ.ดร.เนตรนภา คู่พันธวี
  8. ผศ.ดร.จันทรา พรหมน้อย
  9. อาจารย์ภัทรพร กิจเรณู
  10. อาจารย์ศิริมาศ ภูมิไชยา
ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
2. ความสอดคล้องกับแผนงาน
คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
3. สถานการณ์
format_list_bulleted_add
สถานการณ์ปัญหา
description
สถานการณ์ หลักการและเหตุผล หรือ ที่มาของการทำโครงการ เพิ่มเติม

การ “พลัดตกหกล้ม”เป็นสาเหตุการตายอันดับ 2 ในกลุ่มของการบาดเจ็บโดยไม่ตั้งใจ (Unintentional) รองจากการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนน ความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มเพิ่มสูงขึ้นตามอายุ ในแต่ละปีมีผู้สูงอายุมากกว่า 1ใน 3 เกิดภาวะหกล้ม โดยครึ่งหนึ่งของผู้ที่หกล้ม จะเกิดภาวะหกล้มซ้ำซ้อน แต่อุบัติการณ์ของภาวะหกล้มมักต่ำกว่าความเป็นจริง เนื่องจากส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นเรื่องปกติของวัยสูงอายุ และ พบว่า ผู้สูงอายุที่หกล้มแล้วมีกระดูกสะโพกหัก ต้องเข้ารับการรักษาใน รพ. ประมาณ 1 ใน 4 จะเสียชีวิต ในเวลา 1 ปีต่อมา (สถาบันเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ, 2563) ปัจจุบันประเทศไทย ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Ageing Society) โดยประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในระยะ 10 ปี จะมีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นถึง 2,500,000 คน และคาดการณ์ว่าจะสูงถึงร้อยละ 20 ของประชากร ในปี พ.ศ. 2568 (กระทรวงสาธารณสุข, 2559) การที่ผู้สูงอายุมีอายุยืนขึ้น ส่งผลให้เกิดโรคหรือกลุ่มอาการสูงอายุจากความเสื่อม ซึ่งจะเห็นว่าผู้ป่วยสูงอายุจะมีลักษณะการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพและสรีรวิทยา นอกจากการหกล้มแล้ว ภาวะสมองเสื่อมเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ทำให้ผู้สูงอายุไม่สามารถพึ่งพาตัวเองได้ และต้องอาศัยความช่วยเหลือจากญาติและผู้ดูแล ในปี พ.ศ. 2559 ประเทศไทย มีจำนวนผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม ในปี พ.ศ. 2559 ประเทศไทย มีจำนวนผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม มีจำนวน 617,000 คน โดยพบในประชากรอายุ 60-69 ปีร้อยละ 8 ในประชากรอายุ 70-79 ปี และร้อยละ 50 หรือครึ่งหนึ่งของประชากรที่อายุ 85 ปีขึ้นไปซึ่งคาดว่าในปี พ.ศ.2580 จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 1,350,000 คน ประกอบกับการดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะสมองเสื่อม 1 คน อย่างมีคุณภาพ ต้องใช้ผู้ดูแลอย่างน้อย 2 คน หากญาติในครอบครัวเป็นผู้ดูแลกันเองจะมีค่าใช้จ่ายในการดูแล ประมาณ 4,000-6,000 บาทต่อเดือน ทั้งนี้ยังไม่ร่วมค่าใช้จ่ายทางอ้อมของผู้ดูแล เช่น ต้องลาออกจากงานมาดูแล รวมทั้งค่าเสียโอกาสต่างๆ ทั้งนี้ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายทางอ้อมของผู้ดูแล เช่น ต้องลาออกจากงานมาดูแล รวมทั้งค่าเสียโอกาสต่างๆ ดังนั้น การป้องกันไม่ให้เกิดการหกล้มและภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุจึงมีความสำคัญในการที่จะป้องกันความพิการ ช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถช่วยเหลือตัวเอง และลดภาระของญาติและคนในครอบครัวได้
ดังนั้นผู้จัดโครงการเล็งเห็นถึงความสำคัญในการจัด “โครงการการป้องกันพลัดตกหกล้มและโรคสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ เทศบาลเมืองคอหงส์” ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการดำเนินกิจกรรมป้องกันการพลัดตกหกล้มและภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุเทศบาลเมืองคอหงส์ ข้อมูลที่ได้จากการจัดกิจกรรมนี้สามารถเติมเต็มช่องว่างของการพัฒนาความรู้ ทักษะในการดูแลตนเอง และการจัดสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกันการหกล้มและภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุและความต่อเนื่องของกิจกรรมในพื้นที่ นอกจากนี้ยังทำให้ทราบถึงสถานการณ์การป้องกันการพลัดตกหกล้มและภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่/ชุมชน ณ ปัจจุบัน รวมถึงผู้รับผิดชอบและผู้ปฏิบัติงานด้านการป้องกันการพลัดตกหกล้มและภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุสามารถใช้ข้อมูลเรื่องปัญหา/อุปสรรคและบทเรียนภายหลังการจัดโครงการในการวางแผนการดำเนินงานด้านผู้สูงอายุในอนาคตต่อไป

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
4. วัตถุประสงค์และตัวชี้วัด
  1. มีความรู้และทักษะในการป้องกันการพลัดตกหกล้มและสมองเสื่อม และสามารถนำไปใช้ได้
    0.00

    ร้อยละ 90 ของผู้เข้าร่วมโครงการ มีความรู้และทักษะในการป้องกันการพลัดตกหกล้มและสมองเสื่อมตามเกณฑ์

  2. ได้รับการประเมินความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มและสมองเสื่อม
    0.00

    ร้อยละ 100 ของผู้เข้าร่วมโครงการ ได้รับการประเมินความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มและสมองเสื่อม

  3. ได้รับการทดสอบ Time up and go (TUG)
    0.00

    ร้อยละ 100 ของผู้เข้าร่วมโครงการ ได้รับการทดสอบ Time up and go (TUG)

  4. ได้รับการประเมินองค์ประกอบของร่างกาย (body composition) โดยเครื่อง body scan
    0.00

    ร้อยละ 100 ของผู้เข้าร่วมโครงการ ได้รับการประเมินองค์ประกอบของร่างกาย (body composition) โดยเครื่อง body scan

 

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
5. กลุ่มเป้าหมาย
format_list_bulleted_add
กลุ่มเป้าหมาย
description
รายละเอียดกลุ่มเป้าหมายเพิ่มเติม

 

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
6. ระยะเวลาดำเนินงาน
1 เมษายน 2564 30 กันยายน 2564
คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
7. วิธีการดำเนินงาน
  • กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
  • งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
sports_handball
กิจกรรมที่จะดำเนินการ
  1. กิจกรรมที่ 1

    1.1 ชี้แจงวัตถุประสงค์และการดำเนินโครงการ
    1.2 ประเมินองค์ประกอบของร่างกาย (body composition) โดยเครื่อง body scan ประกอบด้วย น้ำหนัก ส่วนสูง ดัชนีมวลกาย อัตราการเผาผลาญพลังงานขณะอยู่เฉย (BMR-Kcal) อายุร่างกาย (body age)
    เปอร์เซ็นกล้ามเนื้อโครงร่าง (muscle-%) ระดับไขมันในช่องท้อง (visceral fat) เปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย (fat-%)
    1.3 ประเมินความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มและสมองเสื่อมในผู้สูงอายุที่เข้าร่วมโครงการ โดยใช้แบบสอบถาม

    • ค่าตรวจ body composition โดยเครื่อง bodyscan 30 บาท x 30 คน = 900 บาท
    • ค่าอาหารว่าง 25 บาท x 33 คน = 825 บาท
    • ค่าวัสดุ (แบบสอบถาม ปากกา และค่าถ่ายเอกสารผลการประเมิน) 50 บาท x 30 คน = 1,500 บาท
    • ค่าวิเคราะห์ผล body composition 3 ชม. X 300 บาท X 3 คน = 2,700 บาท
    ถึง

     

    5925.00 บาท
  2. กิจกรรมที่ 2

    2.1 แจ้งผลการประเมินรายบุคคล และร่วมวิเคราะห์ความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มและสมองเสื่อม
    2.2 สันทนาการ
    2.3 ให้ความรู้วิธีการป้องกันการพลัดตกหกล้มและสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ
    2.4 ผู้เข้าร่วมโครงการแต่ละคนออกแบบวิธีการป้องกันการพลัดตกหกล้มและสมองเสื่อมที่เฉพาะกับตนเอง
    2.5 สันทนาการ

    • ค่าวิทยากร 600 บาท x 2 ชั่วโมง x 2 คน = 2,400 บาท
    • ค่าวิทยากร 600 บาท x 4 ชั่วโมง x 2 คน = 4,800 บาท
    • ค่าวัสดุ 50 บาท x 30 คน = 1,500 บาท
    1 เมษายน 2564 ถึง 30 กันยายน 2564

     

    8700.00 บาท
  3. กิจกรรมที่ 3

    3.1 ทบทวนเนื้อหาและกิจกรรมที่ได้ดำเนินการมาแล้ว
    3.2 ฝึกปฏิบัติวิธีการป้องกันการพลัดตกหกล้มและสมองเสื่อมตามคู่มือการป้องกันการพลัดตกหกล้มและสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ
    3.3 ประเมินทักษะในการป้องกันการพลัดตกหกล้มและสมองเสื่อม และฝึกซ้ำจนผ่านเกณฑ์ที่กำหนด ร้อยละ 100 ของจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ
    3.4 ชี้แจงการปฏิบัติเพื่อป้องกันการพลัดตกหกล้มและสมองเสื่อมที่บ้าน และการบันทึกในคู่มือ

    • ค่าวิทยากร 600 บาท x 6 ชั่วโมง x 2 คน = 7,200 บาท
    • ค่าอาหารว่าง 25 บาท x 2 มื้อ x 37 คน = 1,850 บาท
    • ค่าวัสดุ (จัดทำคู่มือ) 150 บาท x 30 คน = 4,500 บาท
    1 เมษายน 2564 ถึง 30 กันยายน 2564

     

    13550.00 บาท
  4. กิจกรรมที่ 4

    4.1 รายงานผลการฝึกปฏิบัติวิธีการป้องกันการพลัดตกหกล้มและสมองเสื่อมที่บ้าน เป็นเวลา 1 เดือน
    4.2 ร่วมวิเคราะห์ปัญหา และหาแนวทางแก้ไข กรณีไม่สามารถฝึกปฏิบัติได้ตามแผนที่วางไว้
    4.3 ฟังการพูดสร้างแรงบรรดารใจโดยผู้สูงอายุที่มีการปฏิบัติเพื่อป้องกันการพลัดตกหกล้มและสมองเสื่อมอย่างต่อเนื่อง

    • ค่าวิทยากร 600 บาท x 3 ชั่วโมง x 2 คน = 3,600 บาท
    • ค่าอาหารว่าง 25 บาท x 2 มื้อ x 37 คน = 1,850 บาท
    1 เมษายน 2564 ถึง 30 กันยายน 2564

     

    5450.00 บาท
  5. กิจกรรมที่ 5

    5.1 รายงานผลการฝึกปฏิบัติวิธีการป้องกันการพลัดตกหกล้มและสมองเสื่อมที่บ้าน เป็นเวลา 3 เดือน และร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้
    5.2 ประเมินความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มและสมองเสื่อมในผู้สูงอายุที่เข้าร่วมโครงการ ภายหลังเข้าร่วมโครงการ โดยใช้แบบสอบถามชุดเดิม
    5.3 สะท้อนคิดถึงผลสำเร็จที่เกิดขึ้น และให้ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา
    5.4 ประเมินความสำเร็จของโครงการ ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ

    • ค่าวิทยากร 600 บาท x 6 ชั่วโมง x 2 คน = 3,600 บาท
    • ค่าอาหารว่าง 25 บาท x 2 มื้อ x 37 คน = 1,850 บาท
    1 เมษายน 2564 ถึง 30 กันยายน 2564

     

    5450.00 บาท
  6. ประชุมสรุปผลการดำเนินงาน
    • ค่าอาหารว่าง 25 บาท x 5 คน = 125 บาท
    • ค่าจัดทำเอกสารสรุปโครงการ = 1,000 บาท
    1 เมษายน 2564 ถึง 30 กันยายน 2564

     

    1125.00 บาท
description
วิธีการดำเนินงานเพิ่มเติม

 

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
8. งบประมาณโครงการ
description
หมายเหตุ

 

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
9. ผลการดำเนินงานที่คาดหวัง
format_list_bulleted_add
ผลจากการดำเนินโครงการท่านคาดว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร?
  1. มีความรู้และทักษะในการดูแลตนเองเพื่อป้องกันการเกิดพลัดตกหกล้มและสมองเสื่อม
  2. ไม่เกิดอุบัติการณ์พลัดตกหกล้ม
  3. ชะลอการเกิดภาวะสมองเสื่อม
  4. เผยแพร่ความรู้แก่บุคคลอื่น
คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
10. เอกสารประกอบโครงการ
คะแนน:
1
2
3
4
5
กองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลเมืองคอหงส์โครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2564 10:31 น. แก้ไขล่าสุดเมื่อ 11 มี.ค. 2564 10:52 น.
คะแนน:
1
2
3
4
5