โครงการสตรีไทยใส่ใจป้องกันภัยมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกประจำปีงบประมาณ 2564
-
นางมรีหยำ หลังจิ
-
นางกฤตยา หลงหัน
-
นางสาวโสพินทร์ แก้วมณี
-
นายชัยวัฒน์ ทองฤทธิ์
-
นางมรีหยำ หลังจิ
-
นางกฤตยา หลงหัน
-
นางสาวโสพินทร์ แก้วมณี
-
นายชัยวัฒน์ ทองฤทธิ์
-
นายยุทธนะ ละอองธรรม
-
ร้อยละของสตรีอายุ 30-60ปีได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเพิ่มขึ้น90.00
-
ร้อยละของสตรีอายุ 30-70 ปี สามารถตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองได้ถูกต้อง96.00
-
ร้อยละของอัตราการเกิดโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกในระยะลุกลามลดลง186.00
-
สตรีอายุ 30-60ปีได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเพิ่มขึ้น96.001.00
สตรีอายุ 30-60 ปี ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกร้อย 80 (ในระยะเวลา 5 ปี)
-
สตรีอายุ 30-70 ปี สามารถตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองได้ถูกต้อง90.001.00
สตรีอายุ 30-70 ปีได้รับการตรวจเต้านมด้วยตนเอง ร้อยละ 80
-
เพื่อลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกในระยะลุกลาม186.001.00
สตรีอายุ 30-70 ปี ได้รับการตรวจโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกในระยะลุกลาม
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง186
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชาสัมพันธ์ และรณรงค์โครงการป้องกันโรคมะเร็งเต้านมและโรคมะเร็งปากมดลูก
ประชาสัมพันธ์ และรณรงค์โครงการป้องกันโรคมะเร็งเต้านมและโรคมะเร็งปากมดลูก และแจ้งอสม.ติดตามสตรีกลุ่มเป้าหมาย เพื่อเข้ารับการอบรมมะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูก
1 กรกฎาคม 2564 ถึง 31 สิงหาคม 25641.สำรวจข้อมูลกลุ่มเป้าหมายที่ยังไม่ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก
2..ประสานอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่ 2 ในการติดตามกลุ่มเป้าหมาย
0.00 บาท -
อบรมให้ความรู้เรื่องโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก สาเหตุและการป้องกันโรค
ขั้นเตรียมการ 1.จัดทำโครงการตามแผน เพื่อเสนอพิจารณาเห็นชอบ/อนุมัติโครงการ 2.ประชุมเจ้าหน้าที่และ อสม.หมู่2 เพื่อชี้แจงขั้นตอนการดำเนินงาน
3.ประสานทีมงานและเจ้าหน้าที่รับผิดชอบงานมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก 4 สำรวจข้อมูลกลุ่มเป้าหมายที่ยังไม่ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก 4.ประสานอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่ 2 ในการติดตามกลุ่มเป้าหมาย ขั้นดำเนินการ 1.อสม.ปฏิบัติการเชิงรุกโดยการลงพื้นที่ติดตามพร้อมเจ้าหน้าที่สาธารณสุข 2.รณรงค์ให้ความรู้เรื่องการตรวจมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกในหมู่บ้าน 3.อบรมให้เรื่องการตรวจมะเร็งเต้านมและการตรวจมะเร็งปากมดลูก
4.ให้บริการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเจ๊ะบิลัง 5.ติดตามประเมินผลระหว่างดำเนินโครงการ หลังดำเนินโครงการ และสรุปผลการดำเนินงานตามโครงการ1 กรกฎาคม 2564 ถึง 31 สิงหาคม 25641.สตรีอายุ 30-60 ปี ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกร้อย 80 (ในระยะเวลา 5 ปี) 2.สตรีอายุ 30-70 ปีได้รับการตรวจเต้านมด้วยตนเอง ร้อยละ 80 3.สตรีอายุ 30-70 ปี ได้รับการตรวจโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกในระยะลุกลาม
12600.00 บาท -
ให้ความรู้สตรีอายุ30-60ปี เรื่องมะเร็งปากมดลูกแบบใหม่ (HPV DNA TEST ) และให้บริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเจ๊ะบิลัง
ขั้นเตรียมการ
1.จัดทำโครงการตามแผน เพื่อเสนอพิจารณาเห็นชอบ/อนุมัติโครงการ
2.ประชุมเจ้าหน้าที่และ อสม.หมู่2 เพื่อชี้แจงขั้นตอนการดำเนินงาน
3.ประสานทีมงานและเจ้าหน้าที่รับผิดชอบงานมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก
4 สำรวจข้อมูลกลุ่มเป้าหมายที่ยังไม่ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก
4.ประสานอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่ 2 ในการติดตามกลุ่มเป้าหมาย
ขั้นดำเนินการ
1.อสม.ปฏิบัติการเชิงรุกโดยการลงพื้นที่ติดตามพร้อมเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
2.รณรงค์ให้ความรู้เรื่องการตรวจมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกในหมู่บ้าน
3.อบรมให้เรื่องการตรวจมะเร็งเต้านมและการตรวจมะเร็งปากมดลูก
4.ให้บริการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเจ๊ะบิลัง
5.ติดตามประเมินผลระหว่างดำเนินโครงการ หลังดำเนินโครงการ และสรุปผลการดำเนินงานตามโครงการ
1 กรกฎาคม 2564 ถึง 31 สิงหาคม 25641.สตรีอายุ 30-60 ปี ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกร้อย 80 (ในระยะเวลา 5 ปี)
2.สตรีอายุ 30-70 ปีได้รับการตรวจเต้านมด้วยตนเอง ร้อยละ 80
3.สตรีอายุ 30-70 ปี ได้รับการตรวจโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกในระยะลุกลาม
2400.00 บาท
จากรายงานข้อมูลข่าวสารสุขภาพ สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ การเสียชีวิตของคนไทยนั้น เกิดจากโรคมะเร็งสูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง โดยในปีที่ผ่านมาพบว่า ผู้ชายไทยเป็นมะเร็งตับมากที่สุดส่วนผู้หญิงไทยเป็นมะเร็งปากมดลูกมากที่สุด รองลงมาคือมะเร็งเต้านม และมะเร็งปอด ตามลำดับ สาเหตุที่ทำให้สตรีเป็นโรคมะเร็งมีหลายสาเหตุด้วยกันไม่ว่าจะเป็น กรรมพันธุ์ วิถีชีวิต การบริโภค ผู้ป่วยที่มารับการรักษาพยาบาลส่วนใหญ่มักจะมาเมื่ออยู่ในระยะที่เป็นมากแล้ว ทำให้การรักษาไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร และมีค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง ซึ่งวิธีการป้องกันที่สำคัญที่สุด คือการค้นหาโรคตั้งแต่ยังไม่มีอาการ เพื่อรับการรักษาก่อนจะลุกลาม โดยให้ประชาชนสามารถดูแลตนเองได้ ถ้าได้รับความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง การฝึกทักษะในการสังเกต และการตรวจคัดกรองด้วยตนเอง เพื่อค้นหาความผิดปกติ ทำให้สามารถได้รับการดูแล รักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก ในขณะเดียวกัน กลุ่มสตรีสามารถดูแล และป้องกันตนเองจากโรคมะเร็งปากมดลูกได้ โดยการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ทุก ๆ 5 ปี กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จของการลดปัญหาสุขภาพ ได้แก่ สตรีอายุ 30-60 ปี ได้รับการตรวจสุขภาพหามะเร็งปากมดลูกไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80ซึ่งการดำเนินงานโครงการมะเร็งปากมดลูกดังกล่าว ยังไม่บรรลุเป้าหมายเนื่องจากการประชาสัมพันธ์ที่ยังไม่ทั่วถึง กลุ่มเป้าหมายยังไม่ตระหนักถึงภัยของโรคมะเร็งปากมดลูก และยังไม่เห็นความสำคัญของการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเท่าที่ควร
ทั้งนี้ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเจ๊ะบิลัง อำเภอเมือง จังหวัดสตูล ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคให้กับสตรี จึงได้จัดทำโครงการดังกล่าว เพื่อรณรงค์เร่งรัดให้สตรีกลุ่มเป้าหมาย ได้มีความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งปากมดลูกและโรคมะเร็งเต้านม จัดให้มีการอบรมและสอนการตรวจเต้านมด้วยตนเอง และติดตามกลุ่มเป้าหมายเพื่อตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเจ๊ะบิลังเพื่อให้บรรลุเป้าหมายประชาชนมีสุขภาพดี และมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป
