โครงการพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ตำบลนาสะแบง อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ ปีงบประมาณ 2564
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรผู้สูงอายุในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เป็นไปตามการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรโลกโดยประเทศไทยมีจำนวนและสัดส่วนผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้น สัดส่วนของผู้สูงอายุจะเพิ่มจากร้อยละ 7.2 ในปี พ.ศ.2533 เป็นร้อยละ 9.2 ในปี พ.ศ. 2543 เป็นร้อยละ 11.5 ในปี พ.ศ.2553 และเป็นร้อยละ 15.3 ในปี พ.ศ.2562 จากสถิติจำนวนละสัดส่วนผู้สูงอายุไทยที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่รวดเร็ว กอปรกับภาวะเศรษฐกิจและสภาพสังคมไทยที่เปลี่ยนไปทำให้เกิดปัญหามากมาย ได้แก่ ปัญหาการที่ลูกต้องเข้าเมืองทำงานหารายได้และทิ้งผู้สูงอายุให้ดูแลตนเองและหลานๆ ปัญหาการทำร้ายร่างกาย และทำร้ายจิตใจของผู้สูงอายุโดยลูกหลาน ปัญหาความเครียดของผู้ดูแลผู้สูงอายุที่ต้องพึ่งพา ปัญหาการเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรังมากมาย ประเทศไทยมีนโยบายผู้สูงอายุฉบับล่าสุด ได้กำหนดแนวทางสนับสนุนให้มีการดูแลผู้สูงอายุที่บ้านเป็นแนวทางที่เข้ากับบรรทัดฐานของสังคมไทย การนำนโยบายสู่การปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดระบบการดูแลผู้สูงอายุในประเทศไทย ยังมีข้อจำกัด เพราะบริบทต่างๆของภูมิภาคหรือชุมชนมีความแตกต่างกัน ทำให้ไม่สามารถใช้รูปแบบใดรูปแบบหนึ่งสำหรับการดูแลผู้สูงวัย นับเป็นโอกาสที่ดีที่ประเทศไทยได้นำนโยบายการประกันสุขภาพถ้วนหน้า ที่เน้นการป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุขโดยกรมอนามัยมีความมุ่งเน้นการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว( Long term care ) ซึ่งเป็นการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ตั้งแต่สุขภาพดีไม่ป่วย ให้ยืดระยะเวลาของการมีสุขภาพดีให้ยาวนานที่สุด นอกจากนี้การดูแลป้องกันผู้สูงอายุที่เจ็บป่วยเรื้อรังไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนและอาการลุกลามได้ ด้วยการส่งเสริมสุขภาพ ส่วนผู้สูงอายุกลุ่มช่วยเหลือตนเองไม่ได้หรือทุพพลภาพได้รับการดูแลฟื้นฟูสภาพอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ จากสภาพปัญหาดังกล่าวข้างต้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาสะแบง จึงเห็นความสำคัญและความจำเป็นในดูแลผู้สูงอายุในชุมชนเพื่อป้องกันปัญหาการเจ็บป่วยเรื้อรังของผู้สูงอายุและความพิการที่จะตามมา การส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุในชุมชนอันจะส่งผลให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลที่ตรงตามปัญหาและความต้องการและสอดคล้องกับวิถีชีวิตและบริบทของชุมชนการดูแลผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่องและการดูแลระยะยาว ผู้สูงอายุสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้ ทั้งยังส่งเสริมและช่วยเหลือให้ผู้สูงอายุสามารถดำรงชีวิตในสังคม อย่างมีศักดิ์ศรี มีสุขทั้งทางร่างกายและจิตใจ
-
เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับการตรวจและประเมินภาวะสุขภาพประจำปี ร้อยละ๘๐60.00100.00
ผู้สูงอายุได้รับการตรวจและประเมินภาวะสุขภาพประจำปี ร้อยละ๘๐
-
กลุ่มผู้สูงอายุ800
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
สำรวจผู้สูงอายุรายหมู่บ้านและแยกกลุ่มผู้สูงอายุออกเป็น 3 กลุ่ม
สำรวจผู้สูงอายุรายหมู่บ้านและแยกกลุ่มผู้สูงอายุออกเป็น 3 กลุ่ม 9 หมู่บ้าน จำนวน 800 คน
1 เมษายน 2564 ถึง 31 สิงหาคม 2564ผู้สูงอายุได้รับการตรวจและประเมินภาวะสุขภาพประจำปี ร้อยละ๘๐
7050.00 บาท -
ตรวจสุขภาพพื้นฐานและตรวจสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ
ตรวจสุขภาพพื้นฐานและตรวจสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ 9 หมู่บ้าน จำนวน 800 คน
1 กันยายน 2564 ถึง 30 กันยายน 2564ผู้สูงอายุทุกคนในตำบลนาสะแบงได้รับการดูแลครอบคลุมมิติ ด้านสุขภาพร่างกายและจิตใจ
มิติด้านสังคมและมิติด้านจิตวิญญาณ โดยการประสานความร่วมมือทั้งภาครัฐ,ภาคประชาชนและท้องถิ่น
11500.00 บาท
ผู้สูงอายุทุกคนในตำบลนาสะแบงได้รับการดูแลครอบคลุมมิติ ด้านสุขภาพร่างกายและจิตใจ
มิติด้านสังคมและมิติด้านจิตวิญญาณ โดยการประสานความร่วมมือทั้งภาครัฐ,ภาคประชาชนและท้องถิ่น
