โครงการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ปี 2565
ตามที่รัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ในปีที่ผ่านมาตั้งแต่ 26 มีนาคม 2563 และตามมติคณะรัฐมนตรีได้ขยายประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ออกไปถึง 30 กันยายน 2564 และในปี 2564 เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2564 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ 11/2564 เรื่อง พื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พื้นที่ควบคุมสูงสุด และพื้นที่ควบคุม ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหาราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ประกาศระบุว่าตามที่ได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 และต่อมาได้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวออกไปเป็นคราวที่ 13 จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2564 นั้น สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึง 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด โดยเฉพาะในจังหวัดปัตตานีที่พบผู้ติดเชื้อต่อวันติดอันดับ 1 ใน 5 ของประเทศประชาชนทั่วไปได้รับการฉีดวัคซีนไม่ถึงร้อยละ 70 ส่งผลให้ระบบสาธารณสุขเกิดความล้มเหลว โดยมีกลุ่มเสี่ยงจำนวนไม่น้อยที่ปกปิดการสัมผัสผู้ติดเชื้อ (timeline) ทำให้การค้นหาแหล่งของโรคมีความยุ่งยากมากขึ้นส่งผลให้ประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้รับเชื้อมีโอกาสอาศัยหรือคลุกคลีกับผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อสูง ด้วยเหตุนี้ การคัดกรองการติดเชื้อชนิด Rapid Test ผ่านการตรวจเนื้อเยื่อในโพรงจมูก (Swab) ด้วยเครื่องตรวจ Antigen Rapid Test สามารถใช้คัดกรองกลุ่มประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ และบุคลากรที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ซึ่งประสานงานและคลุกคลีกับประชาชนในตำบลได้อย่างรวดเร็วและมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น เพื่อนำส่งกลุ่มเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อไปสู่ระบบการตรวจและวินิจฉัยผ่านห้องปฏิบัติการและการรักษาต่อไป
จากข้อมูลกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ณ รายงานยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ประจำวันพุธที่ 19 มกราคม 2565 รวม 7,122 ราย จำแนกเป็น ผู้ป่วยจากในประเทศ 6,950 ราย ผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ 172 ราย ผู้ป่วยสะสม 121,498 ราย (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565) สำหรับข้อมูลสถานการณ์ของโรคโควิทในปัตตานีโดยสำนักงานประชาสัมพันธ์ประจำวันที่11 มกราคม 2565 นั้นพบว่ามีผู้ป่วยรายใหม่ 15 ราย แบ่งเป็น อำเภอเมือง 5 ราย อำเภอโคกโพธ์ 5 ราย และหนองจิก ยะหริ่ง สายบุรี แม่ลาน ยะรัง อำเภอละ 1 ราย แนวโน้มการระบาดของโรคลดลง อาจเนื่องมาจากการได้รับวัคซีนของประชาชน และกลุ่มเสี่ยงต่างๆเพิ่มขึ้น การมีภูมิตามธรรมชาติเพิ่มขึ้น แต่มาตรการต่างๆในการป้องกัน เฝ้าระวังยังคงต้องดำเนินการอยู่ เช่น การตรวจ ATK ในกลุ่มเสี่ยงต่างๆ การเฝ้าระวังในพื้นที่บริเวณที่มีการรวมตัวกันจำนวนมาก การเว้นระยะ การล้างมือ การส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมายต่างๆได้รับวัคซีน การสวมหน้ากากอนามัย
เพื่อเป็นการป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) มาตรการที่สำคัญคือ การป้องกันตนเองมิให้สัมผัสกับโรคโดยการหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด หรือมลภาวะและไม่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยไอหรือจาม รวมถึงการสวมหน้ากากอนามัย และการล้างมือ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ทุกคนสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติสุข ปลอดจากโรคระบาดหรือโรคติดต่ออุบัติใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ควรให้มีการบูรณาการความร่วมมือจัดให้มีการดำเนินการให้ความรู้ คำแนะนำ การดูแลเฝ้าระวังป้องกันตนเองให้กับประชาชนในเขตพื้นที่ ระหว่างหน่วยบริการ สถานบริการ หน่วยงานสาธารณสุข สถานประกอบการ สถานศึกษา ศูนย์เด็กเล็ก หน่วยราชการ ห้างสรรพสินค้า ชุมชน และบริการสาธารณะต่าง ๆ ในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลตุยง
ดังนั้นเพื่อเป็นการดำเนินการเชิงรุกในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (Covid-19) ให้ทันต่อสถานการณ์ องค์การบริหารส่วนตำบลตุยง ในฐานะเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจความรับผิดชอบในการส่งเสริมป้องกันโรคตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 มาตรา 67 ภายใต้บังคับแห่งกฎหมาย องค์การบริหารส่วนตำบล มีหน้าที่ต้องทำในเขตองค์การบริหารส่วนตำบล ดังต่อไปนี้ (3) ป้องกันโรคและระงับโรคติดต่อ ประกอบกับหนังสือซักซ้อมแนวทางการดำเนินการและการใช้จ่ายงบประมาณในการดำเนินการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) ที่ มท 0808.2/ว 4116 ลงวันที่ 19 กรกฎาคม 2564 องค์การบริหารส่วนตำบลตุยง จึงได้จัดทำโครงการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ปี 2565
-
เพื่อให้เจ้าของร้านและประชาชนที่ซื้อของในตลาดนัด ร้านขายของชำ ร้านน้ำชาหรือสถานที่ที่มีความเสี่ยงในการรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก เช่น มัสยิด วัด เป็นต้นฯลฯได้รับการคัดกรองโรคโควิด – ๑๙ ด้วยชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK)100.0010.00
ร้อยละ 10 ของประชาชนในพื้นที่ได้รับการคัดกรองโรคโควิด – ๑๙ ด้วยชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK)
-
เพื่อให้มีทรัพยากรงบประมาณเพียงพอต่อการสนับสนุนการดำเนินงานเฝ้าระวัง สอบสวนและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)0.000.00
มีทรัพยากรงบประมาณเพียงพอต่อการสนับสนุนการดำเนินงาน
-
เพื่อสร้างความตระหนักให้แก่ประชาชนในการเฝ้าระวังและป้องกันโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 (COVID-19)50.0070.00
ร้อยละ 70 ของประชาชนในพื้นที่ มีความตระหนักในการเฝ้าระวังและป้องกันโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 (COVID-19)
-
เพื่อลดอัตราการเกิดกลุ่มเสี่ยงและผู้ติดเชื้อโควิด – 19 ในพื้นที่ตำบลตุยง0.00
อัตราการเกิดกลุ่มเสี่ยงและผู้ติดเชื้อโควิด – 19 ในพื้นที่เท่ากับศูนย์
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน0
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน0
-
กลุ่มวัยทำงาน0
-
กลุ่มผู้สูงอายุ0
-
กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด0
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง0
-
กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ0
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง580
-
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)]0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
พัฒนาเครือข่ายสุขภาพในพื้นที่
พัฒนาเครือข่ายสุขภาพในพื้นที่ โดยการจัดประชุมชี้แจงรายละเอียดโครงการให้หน่วยงาน องค์กรภาคประชาชน ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องทุกแห่งทราบ พร้อมจัดให้มีการสาธิตและฝึกปฏิบัติการตรวจเชื้อด้วยชุดตรวจ ATK
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 30 คน x 25 บาท เป็นเงิน 750 บาท
1 มกราคม 2565 ถึง 30 กันยายน 2565กลุ่มเป้าหมายสามารถดำเนินการตรวจด้วยชุดตรวจ ATK ได้
750.00 บาท -
ส่งเสริมหรือสนับสนุนกิจกรรมการเฝ้าระวังโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
ส่งเสริมหรือสนับสนุนกิจกรรมการเฝ้าระวังโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในพื้นที่ บริเวณที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้แก่
- การจัดตั้งด่านตลาดนัด คัดกรองกลุ่มเสี่ยงที่นั่งร้านน้ำชา ร้านขายของชำ ร้านค้า มัสยิดและสถานที่ที่มีความเสี่ยงทุกแห่งตามนโยบายจังหวัดปัตตานี - คัดกรองกลุ่มเป้าหมายก่อนเข้าร่วมอบรม ประชุม หรือรวมกลุ่มต่างๆ - คัดกรองผู้สัมผัสผู้ป่วย กลุ่มเสี่ยงหรือมาจากพื้นที่เสี่ยงบูรณาการร่วมกับเครือข่ายสุขภาพในพื้นที่ - การคัดกรองกลุ่มเสี่ยงในสถานศึกษา หน่วยงานราชการหรือเอกชนต่างๆในพื้นที่1 มกราคม 2565 ถึง 30 กันยายน 2565มีการดำเนินการตามแผนงานและมาตราการสอดคล้องกับนโยบายของจังหวัด
0.00 บาท -
จัดหาวัสดุอุปกรณ์เพื่อใช้ในการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงต่างๆ
- ค่าชุดตรวจ Covid-19 Professional use 1:20 จำนวน 580 ชุุด x 170 บาท เป็นเงิน 98,600 บาท
1 มกราคม 2565 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2565มีการจัดซื้อและดำเนินการตรวจคัดกรอง
98600.00 บาท -
ติดตาม ประเมินผล
ประเมินผลการดำเนินงาน และรวบรวมรายงานผลการดำเนินงาน
25 กันยายน 2565 ถึง 30 กันยายน 2565มีรายงานรูปเล่มส่งคณะกรรมการกองทุนฯ
0.00 บาท
- เครือข่ายสุขภาพภาคประชาชน มีความรู้ ความเข้าใจ ในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)และสามารถให้การดูแลแนะนำประชาชนในชุมชนได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
- ประชาชนเกิดความตระหนักและสามารถป้องกันโรคระบาดโดยเริ่มจากตนเองและร่วมป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
- สร้างชุมชนเข้มแข็ง
- มีชุดตรวจ ATK เพื่อใช้ในการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงต่างๆ
