อสม.รณรงค์คัดกรองหาสารเคมีในเกษตรกร หมู่ที่ 7 เขตเทศบาลตำบลบ้านสวน
-
นางบุญเรือน เกลี้ยงหวาน 0980362309
-
นางเยาวเรศ พูลปาน
-
นางเสาวรัตน์ ปล่องลม
-
นางบุญน้อม เนียมทอง
-
นางจำนงค์ ฉันทกุล
-
ร้อยละของเกษตรกรที่ตรวจพบสารเคมีตกค้างในเลือด เกินมาตรฐานความปลอดภัย39.19
ประชากรไทยมีอาชีพพื้นฐานอยู่ในภาคเกษตรกรรม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานนอกระบบผู้มีรายได้น้อย ปัจจุบันมีการใช้สารเคมีในกลุ่มเกษตรกรเป็นจำนวนมากและแพร่หลาย บางครั้งพฤติกรรมที่ไม่ปลอดภัยทำให้เกษตรกรมีความเสี่ยงจากการได้รับอันตรายจากสารเคมีเพิ่มขึ้น เช่น ใช้ถังภาชนะบรรจุสารเคมีที่รั่วซึม ฉีดพ่นสวนทิศทางลมทำให้เสื้อผ้าเปียกชุ่มสารเคมีโดยไม่อาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ซึมเปื้อนทันที ซึ่งสารเคมีกำจัดศัตรูพืช สามารถทำอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้ทั้งมนุษย์และสัตว์ คือจะไปทำลาย อวัยวะภายในร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมองผิวหนัง ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์และตาซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่า เราจะรับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายทางใด และปริมาณมากน้อยเท่าใด ส่วนใหญ่แล้วการที่อวัยวะภายในร่างกายได้ สะสมสารเคมีไว้จนถึงขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้ จึงแสดงอาการต่างๆขึ้นมา เช่น โรคมะเร็งโรคต่อมไร้ท่อ โรคเลือดและระบบภูมิคุ้มกัน รวมทั้ง
ประชากรในเขตพื้นที่ หมู่ที่ 7 ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในภาคเกษตรกรรม โดยมีพื้นที่ที่ใช้ใน การเกษตรมากถึงร้อยละ80 ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ ทำนา สวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน ปลูกพืชผัก ผลกระทบจากการใช้สารเคมีในการควบคุมและกำจัดศัตรูพืช จึงกระจายและขยายเป็นวงกว้างและยังไม่ได้รับการประเมินภาวะเสี่ยง ผลกระทบต่อสุขภาพของเกษตรกรว่าอยู่ในระดับใด ประกอบกับเกษตรกรในพื้นที่ ยังคงมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งในการนำมาใช้นั้นได้มีการใช้อย่างไม่ถูกวิธี และขาดความรู้จึงทำให้มีผลกระทบกับด้านสุขภาพโดยตรง
ดังนั้น กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุข หมู่ที่ 7ได้เล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพเกษตรกรในพื้นที่รับผิดชอบ จัดทำโครงการ อสม.รณรงค์ลดการใช้สารเคมีในเกษตรกรขึ้น เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่ ได้ตระหนักถึงอันตรายของสารเคมีที่อาจตกค้างในผักชนิดต่างๆ มีผลทำให้เกิดมีสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดของผู้บริโภค และจะได้มีเครือข่ายในการเฝ้าระวังและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่อไป
-
1.เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้ ความเข้าใจ ประโยชน์และโทษของสารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างถูกต้อง39.1928.50
1.เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้ ความเข้าใจ ประโยชน์และโทษของสารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างถูกต้อง ร้อยละ 80
-
2.เกษตรกรได้รับการตรวจคัดกรองสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในเลือด โดยเจ้าหน้าที่จาก รพ.สต.15.5012.50
2.เกษตรกรได้รับการตรวจคัดกรองสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในเลือด ร้อยละ 80
-
กลุ่มเกษตรกร50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมคณะทำงานโครงการ ประกอบด้วยเจ้าหน้าอนามัย,อสม.และผู้ใหญ่บ้าน ม.7 จำนวน 6 คน
ประชุมคณะทำงานโครงการและชี้แจงโครงการแก่คณะทำงาน
27 มิถุนายน 2565 ถึง 27 มิถุนายน 2565ได้คณะทำงานขับเคลื่อนโครงการ
0.00 บาท -
รอบรู้สารเคมีในเกษตรกร
จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรเรื่องการใช้สารเคมี การลดการใช้สารเคมี โทษของสารเคมี การปลูกผักปลอดสารพิษไว้บริโภคในครัวเรือน เป็นต้น
1. ค่าวิทยากรให้ความรู้ 4 ชมๆละ 600 บาท เป็นเงิน 2,400 บาท
2.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม(สำหรับผู้เข้าอบรม วิทยากรและเจ้าหน้าที่) 55 คนๆละ 25 บาท รวม 1 มื้อ เป็นเงิน 1375 บาท
3.ค่าเอกสารความรู้-ความเข้าใจ การใช้สารเคมีก่อนและหลังเข้าร่วมโครงการ 100 ชุด เป็นเงิน 100 บาท 4.ไวนิลโครงการ ขนาด 1.2*3 ม. ตารางเมตรละ 180 บาท เป็นเงิน 648 บาท ทุกรายการถัวเฉลี่ยกันได้4 กรกฎาคม 2565 ถึง 4 กรกฎาคม 2565เกษตรกรมีความรู้เรื่องสารเคมีเพิ่มขึ้น ร้อยละ 80
4523.00 บาท -
ตรวจหาสารเคมีแก่เกษตรกรที่มีความเสี่ยงจากการใช้สารเคมี ครั้งที่1
ชุดตรวจสารเคมีในเลือด จำนวน 2 ชุด ชุดละ 3,000 บาท เป็นเงิน 6,000 บาท (ชุดตรวจเคมี 2 ครั้ง ครั้งที่ 2 ห่างจากครั้งที่ 1 เป็นเวลา 1 เดือน) -ตรวจหาสารเคมีในเลือดเกษตรกรกลุ่มเป้าหมายโดยเจ้าหน้าที่ จำนวน 50 คน ครั้งที่ 1
11 กรกฎาคม 2565 ถึง 11 กรกฎาคม 2565เกษตรกรได้รับการตรวจสารพิษตกค้างในเลือด
6000.00 บาท -
ตรวจหาสารเคมีแก่เกษตรกรที่มีความเสี่ยงจากการใช้สารเคมี ครั้งที่2
-ตรวจหาสารเคมีในเลือดเกษตรกรกลุ่มเป้าหมายโดยเจ้าหน้าที่ จำนวน 50 คน ครั้งที่ 2
11 สิงหาคม 2565 ถึง 11 สิงหาคม 2565เกษตรกรได้รับการตรวจสารพิษตกค้างในเลือด และจะรู้ผลการตรวจในวันนั้น เกษตรกรที่มีผลสารพิษตกค้างในเลือดสูงกว่าปกติ จะได้รับการรักษาโดยได้รางจืดไปรับประทานเป็นเวลา 5 วัน และจะนัดติดตามผลสารพิษตกค้าง โดยนัดเจาะเลือดอีก 1 เดือน
0.00 บาท -
กิจกรรมรณรงค์ปลูกผักปลอดสารพิษใช้บริโภคในครัวเรือน
1.เมล็ดพันธ์พืช-เมล็ดคะน้า 30 กระป๋อง เมล็ดกวางตุ้ง 30 กระป๋อง เมล็ดผักกาดขาว 30 กระป๋อง ราคากระป๋องละ 35 บาท เป็นเงิน 3150 บาท 2.ถุงปลูกผัก ขนาด 8*15 นิ้ว (32ใบ/1 กิโลกรัม) จำนวน 6 แพ็คๆละ 250 บาท เป็นเงิน 1500 บาท 3.ดินปลูกผัก จำนวน 120 ถุง ราคาถุงละ 20 บาท เป็นเงิน 2400 บาท
5 กรกฎาคม 2565 ถึง 5 กรกฎาคม 2565กลุ่มเป้าหมายได้บริโภคผักปลอดสารพิษในครัวเรือน
7050.00 บาท -
สรุปโครงการและถอดบทเรียนคืนข้อมูล
ประชุมคณะทำงานสรุปโครงการและถอดบทเรียนการทำงาน - ค่าจัดทำรูปเล่มรายงาน สปสช 1 เล่ม ค่าวัสดุอุปกรณเป็นเงิน 200 บาท
5 กันยายน 2565 ถึง 7 กันยายน 2565ได้เล่มรายงาน สปสช 1 เล่ม
200.00 บาท
ทุกรายการถัวเฉลี่ยกันได้
1.เกษตรกรได้รับความรู้ในการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันอันตรายจากสารเคมีเข้าสู่ร่างกาย 2.เกษตรกรทราบอันตรายของสารเคมี ลดพฤติกรรมการใช้สารเคมีลง 3.เกษตรกรได้รับการตรวจคัดกรองสารเคมีตกค้าง
