โครงการการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการช่วยฟื้นคืนชีพ(ชมรม อสม.รพ.สต.บ้านคลองนุ้ย)
-
นางสายจิตร อินทมา
-
นายประเสริฐ ดำหนู
-
นายสุรินทร์ ปานป้อง
-
นายหร่อเขวน ขุนทิพย์บุญยัง
-
นางสุกัญญา ภัยเนียม
ปัจจุบัน การเจ็บป่วยหรือการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นในหลายๆครั้งที่มีความรุนแรงกับผู้ป่วยนั้น มีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการที่ผู้เจ็บป่วยหรือผู้ได้รับบาดเจ็บไม่สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาล โดยแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ทันที ทำให้บางครั้งผลของการตรวจรักษาผู้ป่วยไม่สามารถช่วยเหลือได้ทันเวลาทำให้เกิดการสูญเสียแก่ผู้ป่วยถึงเสียชีวิตหรือทุพลภาพ หรือการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโดยไม่ความรู้ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักในการเพิ่มความรุนแรงของโรคโดยเฉพาะผู้ป่วยที่ประสบอุบัติเหตุต่างๆ ซึ่งบางครั้งการกระทำเหล่านี้ส่งผลในด้านลบแก่ผู้ป่วยมากกว่า อาจถึงขั้นสามารถทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ เช่น การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยประสบอุบัติเหตุบาดเจ็บบริเวณคอ หากมีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโดยไม่การเข้าเฝือกด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งอาจจะทำให้หมอนรองกระดูกเกิดความเสียหาย ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ การไม่มีสัญญาณชีพ (การหยุดหายใจ การหยุดเต้นของชีพจร ม่านตาไม่ตอบสนองต่อแสง) หมายถึง การเสียชีวิตของบุคคลนั้น ในด้านการแพทย์หากยังไม่เกิน ๒0 นาที ถือว่าสมองยังไม่ถูกทำลาย หากสามารถทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้ โดยการกระตุ้นให้หัวในทำงาน การผายปอด ซึ่งหากผู้ให้การช่วยเหลือมีความรู้ ก็จะถือว่ายังพอมีโอกาสในการช่วยเหลือ โดยวิธีการดังกล่าวนั้นเรียกรวมกันว่า การช่วยฟื้นคืนชีพ จากเหตุผลขั้นต้นนั้น แสดงให้เห็นว่าการปฐมพยาบาลผู้ป่วยก่อนพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขนั้นสามารถลด ความเจ็บปวด ความรุนแรงที่จะเกิดกับผู้ป่วยได้ กลับกันหากผู้ให้การปฐมพยาบาลไม่มีความรู้ การให้การปฐมพยาบาลอาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงกับผู้ป่วยได้ ดังนั้น ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านฯ จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความรู้เรื่อง การปฐมพยาบาล เพื่อให้สามารถปฏิบัติได้ถูกต้องเพื่อลดความเจ็บปวดและความรุนแรงของโรคแหลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของการทำโครงการ) ปัจจุบัน การเจ็บป่วยหรือการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นในหลายๆครั้งที่มีความรุนแรงกับผู้ป่วยนั้น มีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการที่ผู้เจ็บป่วยหรือผู้ได้รับบาดเจ็บไม่สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาล โดยแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ทันที ทำให้บางครั้งผลของการตรวจรักษาผู้ป่วยไม่สามารถช่วยเหลือได้ทันเวลาทำให้เกิดการสูญเสียแก่ผู้ป่วยถึงเสียชีวิตหรือทุพลภาพ หรือการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโดยไม่ความรู้ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักในการเพิ่มความรุนแรงของโรคโดยเฉพาะผู้ป่วยที่ประสบอุบัติเหตุต่างๆ ซึ่งบางครั้งการกระทำเหล่านี้ส่งผลในด้านลบแก่ผู้ป่วยมากกว่า อาจถึงขั้นสามารถทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ เช่น การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยประสบอุบัติเหตุบาดเจ็บบริเวณคอ หากมีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโดยไม่การเข้าเฝือกด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งอาจจะทำให้หมอนรองกระดูกเกิดความเสียหาย ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ การไม่มีสัญญาณชีพ (การหยุดหายใจ การหยุดเต้นของชีพจร ม่านตาไม่ตอบสนองต่อแสง) หมายถึง การเสียชีวิตของบุคคลนั้น ในด้านการแพทย์หากยังไม่เกิน ๒0 นาที ถือว่าสมองยังไม่ถูกทำลาย หากสามารถทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้ โดยการกระตุ้นให้หัวในทำงาน การผายปอด ซึ่งหากผู้ให้การช่วยเหลือมีความรู้ ก็จะถือว่ายังพอมีโอกาสในการช่วยเหลือ โดยวิธีการดังกล่าวนั้นเรียกรวมกันว่า การช่วยฟื้นคืนชีพ จากเหตุผลขั้นต้นนั้น แสดงให้เห็นว่าการปฐมพยาบาลผู้ป่วยก่อนพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขนั้นสามารถลด ความเจ็บปวด ความรุนแรงที่จะเกิดกับผู้ป่วยได้ กลับกันหากผู้ให้การปฐมพยาบาลไม่มีความรู้ การให้การปฐมพยาบาลอาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงกับผู้ป่วยได้ ดังนั้น ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านฯ จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความรู้เรื่อง การปฐมพยาบาล เพื่อให้สามารถปฏิบัติได้ถูกต้องเพื่อลดความเจ็บปวดและความรุนแรงของโรคแก่ผู้ป่วย และลดการเจ็บป่วยรุนแรงที่เกิดจากการปฐมพยาบาลและการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย รวมถึงสามารถช่วยเหลือผู้ไร้สัญญาณชีพด้วยการช่วยฟื้นคืนชีพด้วยวิธีต่างๆได้ ชมรม อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านฯ จึงได้จัดโครงการการปฐมพยาบาลและการช่วยฟื้นคืนชีพ ขึ้น เพื่อเป็นการให้ความรู้ในการปฐมพยาบาลและการช่วยฟื้นคืนชีพ แก่แกนนำครอบครัว เพื่อให้สามารถปฏิบัติได้เมื่อประสพกับเหตุการณ์จริง
-
1.ร้อยละ 100 แก่แกนนำครอบครัว บ้านหัวช้าง มีประสบการณ์การเรียนรู้เรื่องการปฐมพยาบาลและช่วยฟื้นคืนชีพ0.00
- ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ในเรื่องการช่วยเหลือผู้ป่วยเบื้องต้น
- ผู้เข้ารับการอบรมสามารถปฏิบัติทักษะการช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้ถูกได้ถูกต้อง
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน60
-
กลุ่มวัยทำงาน60
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1.กิจกรรมอบรมให้ความรู้เรื่องการปฐมพยาบาลและการช่วยฟื้นคืนชีพเบื้องต้น แก่ อสม./แกนนำครอบครัว
งบประมาณ
ค่าอาหารกลางวัน ๑ มื้อๆละ 6๐ บาท จำนวน 120 คน เป็นเงิน 7,200 บาท
ค่าอาหารว่าง ๒ มื้อ ๆ ละ ๒๕ บาท จำนวน 120 คน เป็นเงิน 6,000 บาท
ค่าวิทยากร ชั่วโมงละ ๖๐๐ บาท จำนวน ๔ ช.ม. เป็นเงิน ๒,๔๐๐ บาท
เอกสารการอบรม จำนวน 120 เล่มๆละ 4๐ บาท เป็นเงิน 4,800 บาท
10 พฤษภาคม 2565 ถึง 30 กันยายน 256520400.00 บาท
1.ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้และมีทักษะในการปฐมพยาบาลเบื้องตัน เพื่อให้ผู้ที่เข้ารับการอบรมมีความรู้และทักษะในการปฐมพยาบาลเบื้องต้นสามารถช่วยเหลือตนเองและบุคคลใกล้ตัวได้อย่างปลอดภัยก่อนถึงโรงพยาบาล 2.สามารถลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตและลดค่าใช้จ่ายทางด้านค่ารักษาพยาบาลในกรณีฉุกเฉิน
