โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ สุขภาพดี วิถีมุสลิม
-
นายอาหมาด ดาหมาด
-
นายรอหิม หลงสมัน
-
นายอับดลฆอนี รูบามา
-
นส.รสนา ลำโป
-
นายบูฮาสัน ด่อละ
-
ร้อยละของผู้สูงอายุที่ชอบบริโภคอาหารหวาน มัน เค็ม70.00
-
ร้อยละของการใช้ประโยชน์ของพื้นที่สาธารณะในการมีกิจกรรมทางกายของคนในชุมชน40.00
-
ร้อยละของสำนักงานหรือหน่วยงานราชการ ที่มีกิจกรรมส่งเสริมกิจกรรมทางกาย เช่น การออกกำลังกาย การมีการเคลื่อนไหวระหว่างการทำงาน60.00
สังคมไทย ก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ หมายความว่าประชากรที่มีอายุ ๖๐ ปีบริบูรณ์ขึ้นไป มีจำนวนและสัดส่วนมากขึ้น ซึ่งองค์การสหประชาชาติ ให้คำนิยามว่า ประเทศใดที่มีประชากรอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป เป็นสัดส่วนร้อยละ ๑๐ หรืออายุ ๖๕ ปีขึ้นไปเกินร้อยละ ๗ ของจำนวนประชากรทั้งหมด ถือว่าประเทศนั้นได้ก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ และจะเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์เมื่อมีสัดส่วนประชากรอายุ ๖๐ ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ ๒๐ หรืออายุ ๖๕ ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ ๑๔ประชากรผู้สูงอายุของประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก ๗.๐ ล้านคน หรือร้อยละ ๑๐.๗ในปี ๒๕๕๐ เป็น ๗.๕ ล้านคน หรือร้อยละ ๑๑.๗ ในปี ๒๕๕๓ และคาดว่าจะเพิ่มเป็น ๑๔.๕ ล้านคน หรือร้อยละ ๒๐ ในปี ๒๕๖๘ หรือ ๑ใน ๕ จะเป็นประชากรผู้สูงอายุ ในขณะที่แนวโน้มผู้สูงอายุอยู่คนเดียวหรืออยู่ลำพังกับคู่สมรสเพิ่มมากขึ้น โดยพบว่าผู้สูงอายุอยู่คนเดียวเพิ่มจากร้อยละ ๓.๖ ในปี ๒๕๓๗ เป็น ๗.๖ ในปี ๒๕๕๐ ซึ่งมีผลต่อการให้การดูแลผู้สูงอายุทั้งด้านร่างกายและจิตใจ อายุยิ่งสูงยิ่งเจ็บป่วย โดยเฉพาะเจ็บป่วยด้วยโรคไร้เชื้อ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือไขมันในเลือดสูง มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น รักษาไม่หาย มีภาวการณ์พึ่งพาต้องการการดูแลอย่างต่อเนื่องและการดูแลระยะยาว ผู้สูงอายุจำนวนมากมีปัญหาข้อเข่าเสื่อม ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันการจัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุโดย เฉพาะการจัดให้มีส้วมนั่งราบห้อยขาในทุกสถานบริการและในชุมชนเพื่อลดความรุนแรงจากโรคข้อเข่าเสื่อม จึงมีความสำคัญ
ผู้สูงอายุถือว่าเป็นปูชนีย์บุคคลของสังคมที่มีคุณค่ายิ่งเนื่องจากผ่านประสบการณ์มามาก ได้เคยเป็นกำลังสำคัญของสังคมมาก่อนมีความรู้มีทักษะ อนุรักษ์ และสืบทอด ประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น วิถีชีวิตดั้งเดิม และได้ทำคุณประโยชน์แก่สังคมมาแล้วมากมายจำเป็นอย่างยิ่งที่คนรุ่นหลังจะต้องให้ความสำคัญ ในการยกย่องให้การดุแลผู้สูงอายุเหล่านี้ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีสุขภาพจิต สุขภาพกายเป็นการเชิดชูเกียรติให้ผู้สูงอายุสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข
ชมรมผู้สูงอายุตำบลย่านซื่อร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลย่านซื่อและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลย่านซื่อได้ให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุมาโดย และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องถือว่าการปฏิบัติต่อผู้สูงอายุถือเป็นภารกิจหลักที่จะต้องดำเนินการอย่างเต็มที่อย่างต่อเนื่อง และควบคู่ไปกับกลุ่มอื่น ๆในสังคม เช่น เด็กเยาวชนและสตรี เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคนในสังคมต่อไป
-
เพื่อลด จำนวนผู้สูงอายุที่ติดการบริโภคอาหารหวาน มัน เค็ม70.0050.00
ร้อยละของผู้สูงอายุที่ชอบบริโภคอาหารหวาน มัน เค็ม ลดลง
-
เพื่อเพิ่มการใช้ประโยชน์พื้นที่สาธารณะที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกายของคนในชุมชน40.0060.00
ร้อยละของการใช้ประโยชน์ของพื้นที่สาธารณะในการมีกิจกรรมทางกายของคนในชุมชน
-
เพื่อเพิ่มการมีกิจกรรมทางกายในสถานที่ทำงาน60.0080.00
ร้อยละของสำนักงานหรือหน่วยงานราชการ ที่มีกิจกรรมส่งเสริมกิจกรรมทางกาย เช่น การออกกำลังกาย การมีการเคลื่อนไหวระหว่างการทำงาน
-
กลุ่มวัยทำงาน30
-
กลุ่มผู้สูงอายุ100
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมส่งเสริมพัฒนาทักษะทางกายใจและสุขภาพจิต
ค่าอาหารกลางวัน 1มื้อๆละ 60บาท 130 คน เป็นเงิน 7,800 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม2มื้อๆละ 30บาท 130 คน เป็นเงิน 7,800 บาท
ค่าจ้างเหมาวิทยากร 5ชม.ๆละ600 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท
ค่าเช่าเครื่องเสียง 1 วัน เป็นเงิน 1,400 บาท
1 มิถุนายน 2565 ถึง 30 มิถุนายน 2565ผลผลิต
ผลสูงอายุเข้าร่วมกิจกรรม
ผลลัพธ์
ผู้สูงอายุมีสุขภากกาย สุขภาพจิตดีขึ้น
20000.00 บาท -
กิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อนร่วมป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า กรณีเสียชิวิตจากโรคโควิด-19
ค่าอาหารกลางวัน 1มื้อๆละ 60บาท 25 คน เป็นเงิน 1,500 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม2มื้อๆละ 30บาท 25 คน เป็นเงิน 1,500 บาท
- ค่าจ้างเหมาวิทยากร 5ชม.ๆละ500 บาท เป็นเงิน 2,000 บาท
1 สิงหาคม 2565 ถึง 20 สิงหาคม 2565ผลผลิต
ผู้สูงอายุเข้าร่วมกิจกรรม
ผลลัพธ์ ผู้สูงอายุรู้วิธีการป้องโรคโควิด-19 กันตนเองกรณีเพื่อนเสียชีวิต
5000.00 บาท
