โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง
ในสถานการณ์การเกิดโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ เริ่มมีความชุกค่อนข้างสูงและนำไปสู่การเกิดโรคแทรกซ้อนที่เรื้อรังและรุนแรงได้เช่นภาวะหลอดเลือดตีบแข็งความดันโลหิตสูงจอประสาทตาเสื่อมไตวายโรคหลอดเลือดหัวใจขาดเลือดร่วมกับเป็นแผลเรื้อรังติดเชื้อได้ง่ายซึ่งเป็นสาเหตุที่สำคัญที่ทำให้เกิดความพิการหลายประการได้แก่ตาบอด หรือถูกตัดขาซึ่งปัญหาภาวะแทรกซ้อนต่างๆตามมา เช่นทางด้านร่างกายจิตใจอารมณ์สังคมรวมทั้งปัญหาเศรษฐกิจของครอบครัวทำให้ญาติผู้เกี่ยวข้องต้องแบกภาระในการติดตามดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะแทรกซ้อนอย่างต่อเนื่องและตลอดชีวิตของผู้ป่วยทำให้เกิดการขาดรายได้ในการประกอบอาชีพเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวซึ่งหากผู้ป่วยและครอบครัวไม่มีความเข้าใจในโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงที่ผู้ป่วยกำลังเชิญอยู่ร่วมกับให้การดูแลผู้ป่วยไม่ถูกต้องปัญหาต่างๆดังกล่าวรวมถึงภาวะแทรกซ้อนก็อาจเกิดขึ้นได้ซึ่งหากไม่สามารถควบคุมภาวะแทรกให้อยู่ในภาวะปกติได้ก็ส่งผลให้เกิดปัญหาที่เรื้อรังต่อไป
จากสภาพพื้นที่ของหน่วยบริการปฐมภูมิ โรงพยาบาลบันนังสตา พบความชุกของผู้ป่วยโรคเบาหวานตั้งแต่ปี 2564 จำนวน 428 ราย และในปี 2565 จำนวน 426 ราย ส่วนโรคความดันโลหิตสูงความชุกของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงตั้งแต่ปี 2564 จำนวน 1,256 ราย และในปี 2565 จำนวน 1,196 ราย ซึ่งไม่มีแนวโน้มที่จะลดลง นอกจากนี้ยังพบภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง คือภาวะแทรกซ้อนของโรคระบบหัวใจหลอดเลือด(CVD) จำนวน 74 ราย ภาวะแทรกซ้อนของโรคไตจำนวน 877 ราย ซึ่งสาเหตุการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นสืบเนื่องมาจากที่ผู้ป่วยมีพฤติกรรมในการดูแลสุขภาพตนเองขณะเป็นโรคไม่ถูกต้องและขาดความตระหนักในการดูแลตนเองเมื่อมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นกับผู้ป่วยจึงไม่สามารถแก้ไขให้อยู่ในสภาวะปกติได้ก่อให้เกิดปัญหาด้านสาธารณสุขต่างๆ ในเรื่องการดำรงชีวิตและค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล
จากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นได้ว่า ผู้ป่วยโรคเรื้อรังในพื้นที่หน่วยบริการปฐมภูมิ โรงพยาบาลบันนังสตา มีอัตราการป่วยที่สูงซึ่งมาตรการในการดูแลรักษาผู้ป่วยจำเป็นต้องอาศัยความรู้ ความสามารถของผู้ให้การรักษาและความร่วมมือของผู้ป่วยในการดูแลสุขภาพและป้องกันภาวะแทรกซ้อน เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข ดังนั้นหน่วยบริการปฐมภูมิ โรงพยาบาลบันนังสตา จึงได้ดำเนินการจัดโครงการส่งเสริมสุขภาพผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง เพื่อมุ่งเน้นให้ดูแลสุขภาพตนเองได้ถูกต้องและไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนจนเสียชีวิต
-
เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการปฏิบัติตัวของผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงให้ถูกต้องและมีความเหมาะสมกับโรคร่วมกับป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงโดยให้ญาติผู้ดูแลมีส่วนร่วม0.00
ผู้ป่วยเบาหวาน/ความดันโลหิตมีความรู้ความเข้าใจโรคเบื้องต้น ประเมินผลจากการสังเกตเวลาตอบคำถามขณะอบรม ร้อยละ 80
-
ผู้ป่วยมีความเข้าใจในการเลือกดูแลสุขภาพเหมาะกับตนเอง มีทางเลือกในการดูแลสุขภาพ0.00
ผู้ป่วยมีกำลังใจ สามารถเลือกแนวทางในการดูแลตนเองได้อย่างเหมาะสม โดยการแบ่งกลุ่มผู้ป่วย 3 กลุ่ม
1.กลุ่มสีเขียว(ควบคุมอาการได้)
2.กลุ่มสีเหลือง(กลุ่มผู้สูงอายุ/กลุ่มพึ่งพา)
3.กลุ่มสีแดง (กลุ่มควบคุมอาการไม่ได้/มีภาวะแทรกซ้อน )
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง100
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมอบรมให้ความรู้เรื่องโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ให้ถูกต้องและมีความเหมาะสมกับโรคร่วมกับป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง
ค่าอาหารกลางวัน 100 คน x50บาท x1มื้อ x2วัน = 10,000 บาท
ค่าอาหารว่าง 100 คน x50บาท x2 มื้อ x 2วัน = 10,000 บาท
ค่าวัสดุอุปกรณ์
ค่าปากกา 8 บาท x 100 ด้าม = 800 บาท
ค่ากระดาษ A4 95 บาท x 3 รีม = 285 บาท
ค่าโมเดลชุดอาหาร = 10,000บาท
ค่าวิทยากรอบรมให้ความรู้
(จำนวน 1 คน x300 บาท x 3ชม. x 2วัน) = 1,800 บาท
ค่าสื่อประชาสัมพันธ์โครงการ
ค่าป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ
ขนาด 1×3 เมตร 800 บาท× 1 ผืน = 800 บาท
22 สิงหาคม 2565 ถึง 26 สิงหาคม 256533685.00 บาท
- ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง ที่มีภาวะแทรกซ้อนมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดูแลตนเองได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม 2.2. ญาติผู้ดูแลผู้ป่วยสามารถให้การดูแลผู้ป่วยที่บ้านได้อย่างถูกต้องเหมาะสมต่อเนื่อง 3.3. ผู้ป่วยและครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดี
