โครงการอบรมอาสาสมัครประจำครอบครัว (อสค.)
กระทรงสาธารณสุข มีความตั้งใจและความพยายามในการส่งเสริม สนับสนุน พัฒนาและ สร้างการมีส่วนร่วมของคน ในครอบครัวทั้งลูกหลาน ญาติ ทุกเพศทุกวัย ให้สามารถดูแลสุขภาพ คนในครอบครัวได้ด้วยตนเองและมุ่งเน้นให้ทุกครอบครัวมีอย่างน้อย ๑ คน เป็น อสค. ในการช่วยเหลือ คนในครอบครัวและผู้อื่นด้วยจิตเมตตา มีคุณธรรม จริยธรรม โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ใด ๆ ไม่เรียกร้องสิ่งตอบแทนใดนอกเหนือจากทำเพื่อให้เพื่อนมนุษย์ ได้มีความสุข และ อสค. ไม่ได้รับค่าตอบแทนใด ๆ ดังนั้น ทุกภาคส่วนจึงได้ร่วมกันในการพัฒนาหลักสูตรอาสาสมัครประจำครอบครัว (อสค.) กระทรงสาธารณสุข มีนโยบายเน้นการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคมากขึ้น จากเดิมที่กระทรงสาธารณสุขอาจจะเน้น ในเชิงรักษาอย่างเดียว โดยการสร้างความรู้ด้านสุขภาพให้คนไทยได้เรียนรู้ที่จะป้องกันดูแลตนเองในเบื้องต้น และส่งต่อไปยังชุมชนรอบข้างด้วยการมีอาสาสมัครประจำครอบครัว (อสค.) เพื่อเพิ่มการรู้เท่าทันในด้านสุขภาพมากขึ้น ทั้งทางป้องกันโรคใน ๕ กลุ่มวัย โดยเฉพาะในหมู่บ้านที่ผู้สูงอายุ บ้านที่มีคนป่วยไตวายเรื้อรัง บ้านที่มีผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และผู้ด้อยโอกาส ให้นำบุตรหลาน ญาติ สมาชิกในครอบครัวหรือผู้ดูแลมาเข้ารับการอบรมว่าควรจะดูแลอย่างไร จะล้างไตทางช่องท้องอย่างไร คนวัยทำงานทำอย่างไรจะป้องกันโรคติดต่อเรื้อรังได้หรือผู้สูงอายุจะทำอย่างไรให้มีสุขภาพแข็งแรง ดูแลตนเองได้โดยมีชุมชน เป็นตัวสนับสนุน เป็นการ ต่อยอดการดูแลสุขภาพจาก อสม. เข้าไปในครัวเรือน เพื่อให้ประชาชนมีความรู้และสามารถดูแลตัวเองได้ พร้องทั้งมีส่วนร่วม ในการแก้ไขปัญหาของชุมชน โดยกำหนดเป้าหมายว่า ครอบครัวหนึ่งจำเป็นต้องมีอาสาสมัครประจำครอบครัว (อสค.) อย่างน้อย ๑ คน ที่สามารถดูแลสุขภาพตนเองได้ ซึ่งจะทำให้ครอบครัวได้รับการถ่ายทอดความรู้สม่ำเสมอ ทำให้เกิดทักษะ ทั้งในระดับบุคคลและครอบครัว ในการวิเคราะห์ สามารถจัดการความเสี่ยงภัยสุขภาพ และดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ไตวายเรื้อรัง ผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และผู้ด้อยโอกาส และ ๕ กลุ่มวัย ตามแต่สมาชิกที่มีในครอบครัวตนเองเป็นรูปแบบหนึ่ง ของการมีส่วนร่วมของประชาชนในระดับครอบครัว ที่จะเชื่อมต่อและช่วยเสริมการดำเนินงานของ อสม. ได้อย่างยิ่ง จากข้อมูลสุขภาพของประชาชนในพื้นที่หมู่ที่ ๑ – ๔ ตำบลเปาะเส้ง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา พบว่า มีประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จริง ๒,๙๑๕ คน ในจำนวนนี้ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง จำนวน ๒๘๕ คน ในจำนวนผู้ป่วยโรคเรื้อรังหลายรายรับประทานยา ไม่ต่อเนื่อง เนื่องจากรู้สึกเบื่อที่ต้องกินยา หรือบางรายไม่มีคนนำส่งรับยา เป็นต้น อีกทั้งยังบริโภคอาหารไม่ถูกต้อง จึงทำให้ไม่สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตหรือระดับน้ำตาลในเลือด ได้ ซึ่งอาจจะส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อน ได้ เช่น หลอดเลือดสมองไตวาย ถูกตัดอวัยวะ ชมรมอาสาสมัครประจำครอบครัว (อสค.) ขึ้น เพื่อเป็นเครื่องมือหนึ่งของการเสริมสร้างศักยภาพในการดูแลสุขภาพด้วยตนเองระดับครอบครัว ด้วยการพัฒนา อาสาสมัครประจำครอบครัว ให้มีความรู้ความเข้าใจและสามารถดูแลบุคคล ในครอบครัวได้ เป็นการส่งเสริมการพึ่งตนเองต่อไป
-
กลุ่มวัยทำงาน100
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้เชิงปฏิบัติการ การดูแลสุขภาพ การส่งเสริมสุขภาพผู้มีปัญหาสุขภาพ
๑. ค่าอาหารกลางวัน จำนวน ๑๐๐ คนๆ ละ ๑ มื้อๆ ละ ๕๐ บาท เป็นเงิน ๕,๐๐๐ บาท
๒. ค่าอาหารว่าง จำนวน ๑๐๐ คนๆ ละ ๒ มื้อๆ ละ ๒๕ บาท เป็นเงิน ๕,๐๐๐ บาท
๓. ค่าวิทยากร จำนวน ๖ ชั่วโมงๆ ละ ๖๐๐ เป็นเงิน ๓,๖๐๐ บาท
๔. ค่าไวนิลโครงการ ขนาด ๑.๒ x ๒.๕ เมตร เป็นเงิน ๗๕๐ บาท
๕. ค่าวัสดุในการจัดอบรม
แฟ้มเอกสาร จำนวน ๑๐๐ เล่ม ๆ ละ ๒๐ บาท เป็นเงิน ๒,๐๐๐ บาท
สมุด จำนวน ๑๐๐ เล่ม ๆ ละ ๑๐ บาท เป็นเงิน ๑,๐๐๐ บาท
ปากกา จำนวน ๑๐๐ ด้าม ๆ ละ ๑๐ บาท เป็นเงิน ๑,๐๐๐ บาท
ปากกาเคมี จำนวน ๖ ด้าม ๆ ละ ๑๐ บาท เป็นเงิน ๖๐ บาท
กระดาษขาร์ท จำนวน ๕ แผ่น ๆ ละ ๑๐ บาท เป็นเงิน ๕๐ บาท
กาว ๒ หน้า จำนวน ๓ ม้วน ๆ ละ ๔๕ เป็นเงิน ๑๓๕ บาท
กระดาษ A4 จำนวน ๑ ริม ๆ ละ เป็นเงิน ๑๓๕ บาท
1 มีนาคม 2565 ถึง 30 กันยายน 256518730.00 บาท
1.ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้และสามารถดูแลบุคคลในครอบครัวด้านสุขภาพได้ 2.ประชาชนมีส่วนร่วมในการดุแลสุขภาพของคนในชุมชนและวางแผนแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพของคนในชุมชน 3.ลดภาระการทำงานของเจ้าหน้าที่และลดค่าใช้จ่ายภาครัฐ
