กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

tune

โครงการพัฒนาระบบบูรณาการป้องกันและจัดการโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน รพ.สต.บ้านศาลาตำเสา ปีงบประมาณ 2566

กองทุนสุขภาพตำบล อบต.ชะมวง
stars
1. ชื่อโครงการ/กิจกรรม
โครงการพัฒนาระบบบูรณาการป้องกันและจัดการโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน รพ.สต.บ้านศาลาตำเสา ปีงบประมาณ 2566
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านศาลาตำเสา
  1. -
เขตรับผิดชอบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านศาลาตำเสา ได้แก่ หมู่ที่3 หมู่ที่12 หมู่ที่14 หมู่ที่15 และหมู่ที่16 ตำบลชะมวง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง
คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
2. ความสอดคล้องกับแผนงาน
คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
3. สถานการณ์
  1. ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน
    24.25

     

  2. ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง
    14.58

     

  3. ร้อยละประชากรที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ได้รับการคัดกรองโรคเบาหวาน
    93.25

     

  4. ร้อยละประชากรที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ได้รับการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง
    92.34

     

  5. ร้อยละผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมความดันโลหิตได้ดี
    77.75

     

  6. ร้อยละผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี
    50.97

     

โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทย จากการประเมินสถานการณ์พบว่า อัตราชุกของโรคเหล่านี้ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นแบบชันอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูงนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นสถานการณ์โรคเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่า ในปี 2552 ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีจำนวน 108 ล้านคน เพิ่มขึ้นเป็น 422 ล้านคน ในปี 2557 โดยระดับคุณภาพของระบบงานในการดูแลผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังดำเนินการในลักษณะตั้งรับ แม้ว่าจะมีนวัตกรรมกิจกรรมเชิงรุกอยู่ในหน่วยบริการระดับต่างๆอยู่แล้วแต่ก็ยังไม่เป็นระบบที่ต่อเชื่อมกันได้ดีมีการจัดการกับพฤติกรรมเสี่ยงน้อย ระบบติดตามภาวะแทรกซ้อนยังขาดความต่อเนื่อง
จากการสรุปผลการดำเนินงานเพื่อตอบสนอง Service Plan สาขาโรคไม่ติดต่อ (NCD DM,HT,CVD) ในปี 2565 เพื่อวิเคราะห์ปัญหาปัญหาสาธารณสุขในพื้นที่ พบว่าจังหวัดพัทลุงมีอัตราตายของผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง มีแนวโน้มผู้ป่วยโรคเบาหวานสูงขึ้นทุกๆปี อันเนื่องมาจากปัจจัยเสี่ยงเชิงลบที่คุกคามภาวะสุขภาพ ได้แก่การบริโภคอาหารที่ไม่สมดุลการออกกำลังกายอย่างไม่เพียงพอรวมถึงการปฏิบัติตัวที่ไม่เหมาะสมจากสถิติการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน ของ รพ.สต.บ้านศาลาตำเสา ตำบลชะมวง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง พบว่า มีประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไปที่ยังไม่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน จำนวน 1,571 คน ได้รับการคัดกรองเบาหวานโดยการเจาะปลายนิ้ว จำนวน 1,465 คนคิดเป็นร้อยละ 93.25 พบประชากรกลุ่มเสี่ยงจากการคัดกรอง จำนวน 372 คน โดยประชากรกลุ่มเสี่ยงจากการคัดกรองได้รับการเจาะหาระดับน้ำตาลในเลือดซ้ำ จำนวน 372 คน คิดเป็นร้อยละ 97.38 และมีผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่จากกลุ่มเสี่ยงเบาหวาน จำนวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 1.31 ในส่วนของผู้ป่วยโรคเบาหวานในปี 2565 มีผู้ป่วยเบาหวานจำนวนทั้งหมด 155 คน ได้รับการตรวจเลือดประจำปี จำนวน 138 คน คิดเป็นร้อยละ 89.03 มีผู้ป่วยที่คุมน้ำตาลได้ดี จำนวน 79 คน คิดเป็นร้อยละ 50.97 ในส่วนของการดำเนินงานป้องกันโรคความดันโลหิตสูง ในปี 2565 ประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไปที่ยังไม่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 1,358 คน คน ได้รับการคัดกรอง จำนวน 1,254 คนคิดเป็นร้อยละ 92.34 พบประชากร กลุ่มสงสัยป่วยความดันโลหิตสูง จำนวน 199 คน ได้รับการวัดความดันโลหิตที่บ้าน จำนวน 198 คน คิดเป็นร้อยละ 99.50 และมีผู้ป่วยรายใหม่จากกลุ่มสงสัยป่วยความดันโลหิตสูง จำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 3.03 ในส่วนของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง มีผู้ป่วย จำนวนทั้งหมด 382 คน มีผู้ป่วยที่คุมคุมความดันได้ดีจำนวน 297 คน คิดเป็นร้อยละ 77.75 จากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าแม้ในแต่ละปีประชาชนกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป รวมทั้งผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน จะต้องได้รับการดูแลและตรวจสุขภาพประจำปีตามเกณฑ์มาตรฐาน ตามแนวทางการดำเนินงานที่กระทรวงสาธารณสุขได้จัดทำไว้เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามตัวชี้วัด (KPI) เพื่อตอบสนอง Service Plan สาขาโรคไม่ติดต่อ (NCD DM,HT,CVD) จึงมีความจำเป็นต้องมีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายสุขภาพรวมตั้งประชาชนหรือผู้ป่วย ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงและการพัฒนาระบบบูรณาการการป้องกันและจัดการโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงเพื่อลดอุบัติการณ์การเกิดโรครายใหม่และเพิ่มอัตราการควบคุมโรคได้ ยังคงเป็นปัญหาที่ท้าทายและจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง รพ.สต.บ้านศาลาตำเสา ได้นำวิธีคิด“การจัดการโรค”(Diseases Management) “รูปแบบโรคเรื้อรัง” (Chronic Care Model) และ“รูปแบบการจัดการดูแลโรคเรื้อรัง”(“Chronic Diseases Management Model”)มาบูรณาการกับกรอบความคิด“รูปแบบการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง” ขององค์การอนามัยโลก จนเกิดกรอบแนวคิดบูรณาการที่ เน้น ‘ความต่อเนื่อง’ ‘บูรณาการ’และ‘ประสานดำเนินการ’ ทั้งในส่วนของการป้องกัน ส่งเสริมสุขภาพและรักษาพยาบาลเข้าด้วยกัน จึงได้จัดทำ โครงการพัฒนาระบบบูรณาการการป้องกันและจัดการโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง รพ.สต.บ้านศาลาตำเสา ปีงบประมาณ 2566 ขึ้น เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนทั่วไปรวมทั้งผู้ป่วยมีความรู้และมีความตระหนักต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมเพื่อป้องกันโรคและภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นจากพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ รวมทั้งเพื่อให้ประชาชนกลุ่มนี้ได้เข้าถึงบริการด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และจัดการโรคที่จำเป็นต่อสุขภาพและการดำรงชีวิต รวมถึงบริการการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกตามกฎหมายประกอบโรคศิลปะ ตามที่คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติประกาศกำหนดไว้

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
4. วัตถุประสงค์และตัวชี้วัด
  1. เพื่อคัดกรองโรคเบาหวานในประชากรกลุ่มเป้าหมายอายุ 35 ปี ขึ้นไป
    95.00

    ร้อยละของประชากรที่มีอายุ35ปีขึ้นไป ได้รับการคัดกรองเบาหวานเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า ร้อยละ95

  2. เพื่อคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงในประชากรกลุ่มเป้าหมายอายุ 35 ปี ขึ้นไป
    95.00

    ร้อยละของประชากรที่มีอายุ35ปีขึ้นไป ได้รับการคัดกรองความดันโลหิตเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า ร้อยละ95

  3. เพื่อแก้ปัญหาประชากรที่มีความเสี่ยงโรคเบาหวานจากการคัดกรอง
    23.00

    ร้อยละประชากรมีความเสี่ยงโรคเบาหวานลดลง

  4. เพื่อแก้ปัญหาประชากรที่มีความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงจากการคัดกรอง
    13.00

    ร้อยละของประชากรอายุ35ปีขึ้นไปมีความเสี่ยงโรคความดันโลหิตลดลง

  5. เพื่อให้ผู้ป่วยโรคความดับโลหิตสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดี
    80.00

    ร้อยละของผู้ป่วยโรคความดับโลหิตสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

  6. เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี
    55.00

    ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี ไม่น้อยกว่าร้อยละ50

 

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
5. กลุ่มเป้าหมาย
  1. กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
    420

 

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
6. ระยะเวลาดำเนินงาน
1 มกราคม 2566 25 กันยายน 2566
คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
7. วิธีการดำเนินงาน
  • กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
  • งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
  1. คัดกรองโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูงในประชากรอายุ 35 ปี ขึ้นไป ในชุมชนร่วมกับ อสม.

    คัดกรองโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูงในประชากรอายุ 35 ปี ขึ้นไป ในชุมชนร่วมกับ อสม.
    งบประมาณ
    1. จัดซื้อแถบวัดระดับน้ำตาลพร้อมเข็มเจาะ 17 กล่อง กล่องละ 960 บาท เป็นเงิน 16,320 บาท
    2. ค่าเครื่องตรวจระดับน้ำตาลในเลือด จำนวน 2 เครื่อง เครื่องละ 2,650 บาท เป็นเงิน 5,300 บาท

    1 มกราคม 2566 ถึง 31 มกราคม 2566

    ผลผลิต
    1. ประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไป ในเขตรับผิดชอบได้รับการคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงมากกว่าร้อยละ95
    ผลลัพธ์ 1. ผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่จากการคัดกรองน้อยกว่าร้อยละ2
    2. ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงรายใหม่จากการคัดกรองน้อยกว่าร้อยละ5

    21620.00 บาท
  2. อบรมให้ความรู้เรื่องโรค อาหารและการออกกำลังกายในกลุ่มเสี่ยง/สงสัยเป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง

    อบรมให้ความรู้เรื่องโรค อาหารและการออกกำลังกายในกลุ่มเสี่ยง/สงสัยเป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง จำนวน 50 คน
    งบประมาณ
    1.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม สำหรับเจ้าหน้าที่ รพ.สต.ผู้เกี่ยวข้อง,วิทยากร 5 คนและผู้เข้ารับการอบรม 50 คน รวมเป็น 55 คน x1มื้อ x25บาท เป็นเงิน 1,375 บาท 2.ค่าสมนาคุณวิทยากร ชั่วโมงละ 600 บาท จำนวน 3ชม. เป็นเงิน 1,800 บาท
    3.ป้ายไวนิลโรลอัฟ ขนาด 60 x 160ซม. จำนวน 3 แผ่น แผ่นละ 1,000 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท

    1 กุมภาพันธ์ 2566 ถึง 1 กุมภาพันธ์ 2566

    ผลผลิต
    1.กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานเข้ารับการอบรมจำนวน 50 คน
    ผลลัพธ์
    1.กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสมส่งผลให้กลุ่มเสี่ยงลดลง

    6175.00 บาท
  3. กิจกรรมติดตามเจาะ FBS กลุ่มเสี่ยงและสงสัยป่วยโรคเบาหวาน
    1. ติดตามกลุ่มสงสัยเป็นโรคเบาหวาน (ค่า DTX≥126 mg/dL) เจาะ FBS ครั้งที่ 1 หลังปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ครบ 1 เดือนและเจาะครั้งที่ 2 หลังเจาะครั้งแรก 1 อาทิตย์
    2. ติดตามเจาะ FBS กลุ่มเสี่ยงเบาหวาน (ค่า DTX=100-125 mg/dL) หลังได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมครบ 6 เดือน
    1 กุมภาพันธ์ 2566 ถึง 31 กรกฎาคม 2566

    ผลผลิต
    1.กลุ่มเสี่ยงและสงสัยเป็นโรคเบาหวาน จากการคัดกรองได้รับการติดตามเจาะFBSมากกว่าร้อยละ80
    ผลลัพธ์
    1.กลุ่มเสี่ยงและสงสัยเป็นโรค เบาหวานมีภาวะสุขภาพดีขึ้น

    0.00 บาท
  4. ติดตามวัดความดันโลหิตที่บ้าน กลุ่มแฝง/เสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง (SBP=120-139 mmHg. หรือ DBP = 80-89 mmHg.) หลังได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

    1.ติดตามวัดความดันโลหิตที่บ้าน กลุ่มแฝง/เสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง (SBP=120-139 mmHg. หรือ DBP = 80-89 mmHg.) หลังได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดย อสม.ที่รับผิดชอบครัวเรือน

    1 กุมภาพันธ์ 2566 ถึง 31 กรกฎาคม 2566

    ผลผลิต
    1.กลุ่มเสี่ยงและสงสัยเป็นโรคความดันโลหิตสูงจากการคัดกรองได้รับการติดตามวัดความดันที่บ้านมากกว่าร้อยละ80
    ผลลัพธ์
    1.กลุ่มเสี่ยงและสงสัยเป็นโรคความดันโลหิตสูงมีภาวะสุขภาพดีขึ้น

    0.00 บาท
  5. อบรมให้ความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ป่วยเบาหวานและตรวจประเมินสุขภาพช่องปากและเท้าพร้อมฝึกปฏิบัติ

    1.กิจกรรมอบรมให้ความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ป่วยเบาหวาน จำนวน 140 คน 2.ตรวจประเมินสุขภาพช่องปากและเท้าพร้อมฝึกปฏิบัติตาม จำนวน 140 คน งบประมาณ 1. ค่าอาหารว่างและเคื่องดื่ม สำหรับเจ้าหน้าที่รพ.สต.ผู้เกี่ยวข้อง,วิทยากร 5 คนและผู้เข้ารับการอบรม 70 คน จำนวน 2 รุ่น รวมเป็น75คนx1มื้อx25บาทx2รุ่น เป็นเงิน 3,750 บาท 2. ค่าสมนาคุณวิทยากร 2 คนๆละ 3 ชั่วโมงๆละ 600 บาท จำนวน 2 รุ่น เป็นเงิน 7,200 บาท
    3. ค่าชุดอุปกรณ์ทำความสะอาดช่องปากเพื่อฝึกปฏิบัติ ราคาชุดละ 55 บาท จำนวน 140 ชุด เป็นเงิน 7,700 บาท

    20 กรกฎาคม 2566 ถึง 28 กรกฎาคม 2566

    ผลผลิต 1.ผู้ป่วยเบาหวานเขตรับผิดชอบ รพ.สต.บ้านศาลาตำเสา เข้ารับการอบรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและได้รับการตรวจประเมินสุขภาพช่องปากและเท้าพร้อมฝึกปฏิบัติตาม จำนวน 140 คน
    ผลลัพธ์ 1.สามารถลดภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยเบาหวานได้และส่งผลให้สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี

    18650.00 บาท
  6. ประเมิน CVD Risk และติดตามเยี่ยมบ้านเพื้อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเข้มข้นในผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงที่มีความเสี่ยงCVD riskและผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง

    1.ประเมิน CVD risk ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
    2.ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่มีความเสี่ยง CVD risk และภาวะไตวายเรื้อรังได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเข้มข้นและติดตามเยี่ยมบ้านจนมีสภาพดีขึ้น ไม่ใช้งบประมาณ

    1 เมษายน 2566 ถึง 31 สิงหาคม 2566

    ผลผลิต
    1.ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ได้รับการประเมินความเสี่ยง CVD มากกว่า ร้อยละ 90
    ผลลัพธ์
    1.ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงมีความเสี่ยงCVD riskลดลง ป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง

    0.00 บาท
  7. ประเมินผลและสรุปผลการดำเนินโครงการ
    1. ประเมินผลและสรุปผลการดำเนินงานตามโครงการ
    2. รายงานกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลชะมวง
    1 กันยายน 2566 ถึง 15 กันยายน 2566

    ผลผลิต
    1.สามารถประเมินผลและสรุปผลการดำเนินงานตามโครงการและรายงานกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลชะมวง
    ผลลัพธ์
    1.กลุ่มเป้าหมายได้รับการคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง และสามรถจัดการโรคดังกล่าวได้

    0.00 บาท

 

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
8. งบประมาณโครงการ

 

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
9. ผลการดำเนินงานที่คาดหวัง
  1. ร้อยละของประชากรที่มีอายุ35ปีขึ้นไป ได้รับการคัดกรองเบาหวานเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า ร้อยละ95
  2. ร้อยละของประชากรที่มีอายุ35ปีขึ้นไป ได้รับการคัดกรองความดันโลหิตเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า ร้อยละ95
  3. ร้อยละประชากรมีความเสี่ยงโรคเบาหวานลดลง
  4. ร้อยละของประชากรอายุ35ปีขึ้นไปมีความเสี่ยงโรคความดันโลหิตลดลง
  5. ร้อยละของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
  6. ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี ไม่น้อยกว่าร้อยละ50
คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
10. เอกสารประกอบโครงการ
คะแนน:
1
2
3
4
5
รพ.สต.บ้านศาลาตำเสาโครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2565 11:11 น. แก้ไขล่าสุดเมื่อ 16 มี.ค. 2566 10:16 น.
คะแนน:
1
2
3
4
5