โครงการดูแลและห่วงใยสุขภาพผู้สูงอายุ(ชราธิวาส)และผู้มีภาวะพึงพิงและการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายปี 2566
ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุ (Aging Society) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 ตามคำนิยามขององค์การสหประชาชาติที่กำหนดสัดส่วนของประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 10 ของจำนวนประชากร ซึ่งจะเข้าสู่สังคมสูงอายุโดยสมบูรณ์ (Complete - Aging Society) เมื่อมีสัดส่วนของประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเกินร้อยละ 20 และเข้าสู่สังคมสูงอายุระดับสุดยอด (Super - Aging Society) เมื่อมีสัดส่วนของประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเกินร้อยละ 28 ตามลำดับ พบว่า ผู้สูงอายุมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี การคัดกรองผู้สูงอายุจำแนกตามความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันของรพ.สต.ตะปอเยาะ ปี2565 พบว่า ผู้สูงอายุได้รับการคัดกรองประเมินความสามารถในการประกอบกิจวัตรประจำวัน (Barthel Activities of Daily Living : ADL) ร้อยละ 93.65 , 94.21 และ 96.25 ผลจากการคัดกรองฯ ผู้สูงอายุส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มติดสังคม ร้อยละ 97.15, 94.21 และ 97.26 รองลงมาเป็นผู้สูงอายุติดบ้าน ร้อยละ 2.24,3.70 และ 1.17 และกลุ่มติดเตียงพบร้อยละ0.61,0.42 และ 0.58ภารกิจหลักในการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุและอนามัยสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อผู้สูงอายุในทุกระดับ บนฐานข้อมูลและองค์ความรู้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย (GOAL) “ผู้สูงอายุสุขภาพดี ดูแลตนเองได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี” พร้อมทั้งสนับสนุนให้ผู้สูงอายุที่และผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงได้รับการดูแลบริการด้านสาธารณสุขถึงที่บ้านอย่างต่อเนื่อง โดยการอบรมพัฒนาทักษะผู้ดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง และนักอาสาบริบาลในชุมชน จิตอาสาในชุมชน ชมรมผู้สูงอายุ โดยการมีส่วนร่วมของครอบครัว ชุมชนและท้องถิ่น ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุให้บรรลุเป้าหมาย แผนงานบูรณาการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสังคมสูงวัย ทางรพ.สต.ตะปอเยาะได้ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการดูแลและห่วงใยสุขภาพผู้สูงอายุ(ชราธิวาส)และผู้มีภาวะพึงพิงและการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายปี 2566 เพื่อให้ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงได้รับการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค รักษาพยาบาล และฟื้นฟูสุขภาพในชุมชนอย่างทั่วถึงเท่าเทียม เสริมสร้างความเสมอภาคเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุไทยมีสุขภาวะที่ดีในปัจจุบันและอนาคตต่อไป
-
2.เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับความรู้อย่างต่อเนื่องในการดูแลสุขภาพกายและใจ20.0050.00
ร้อยละ50 ของชมรมผู้สูงอายุมีการวางแผน well ness plan
-
กลุ่มผู้สูงอายุ149
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง100
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1จัดอบรมให้ความรู้แก่ผู้สูงอายุติดสังคมเรื่อง การดูแลสุขภาพที่จำเป็นการทานอาหารเป็นยา ไม่หลง ไม่ลืม ไม่ซึมเศร้า ทานข้าวอร่อย
กิจกรรมที่ 1 1.1ประชาสัมพันธ์โครงการให้ชุมชนทราบอย่างทั่วถึง 1.2จัดประชุมเชิงปฏิบัติการในการคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุ 10 ด้าน และการบันทึกข้อมูลของอสม.ผ่าน Application Blue book 1.3 อสม.คัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุ 10 ด้านในชุมชน และ บันทึกข้อมูลผ่าน ApplicationBlue book 1.4จัดอบรมให้ความรู้แก่ผู้สูงอายุติดสังคมเรื่อง การดูแลสุขภาพที่จำเป็นการทานอาหารเป็นยา ไม่หลง ไม่ลืม ไม่ซึมเศร้า ทานข้าวอร่อย
งบประมาณ 1.1 ป้ายไวนิลประชาสัมพันธ์โครงการฯ ขนาด 1.20*2.35 ม.จำนวน 1 ผืนๆละ เป็นเงิน 700 บาท 1.2 ค่าอาหารกลางวันและอาหารว่าง สำหรับ อสม.เข้ารับการอบรม จำนวน 100 คนx 140 บาท เป็นเงิน14,000.-บาท 1.3 ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน6 ชั่วโมง ๆ ละ 600 บาท x1วัน
เป็นเงิน3,600.- บาท 1.4 ค่าอาหารกลางวันและอาหารว่าง สำหรับผู้สูงอายุกลุ่มเป้าหมาย ในการจัดอบรมฯ 100 คน x140 บาท
เป็นเงิน 14,000บาท รวมเป็นเงิน 32,200.-บาท
กิจกรรมที่ 4 1.จัดอบรมให้ความรู้ความรู้กับญาติหรือผู้ดูแลผู้สูงอายุในการดูแลผู้มีภาวะพึงพิงและการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย 2.เยี่ยมบ้านพร้อมสมาชิกชมรมผู้สูงอายุที่เจ็บป่วยพิการหรือทุพพลภาพ พร้อมมอบของเยี่ยม 3.สรุปและติดตามประเมินผล งบประมาณ 4.1 ค่าอาหารกลางวันและอาหารว่าง สำหรับกลุ่มเป้าหมายในการจัดอบรมฯ จำนวน 40 คน x140 บาท เป็นเงิน5,600.-บาท 4.2 ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 6 ชั่วโมง ๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน3,600.-บาท รวมเป็นเงิน 9,200-บาท
1 ธันวาคม 2565 ถึง 31 กรกฎาคม 25661.ผู้สูงอายุได้รับการคัดกรองสุขภาพตามเกณท์
2ผู้สูงอายุได้รับความรู้อย่างต่อเนื่องในการดูแลสุขภาพกายและใจ
3.ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงได้รับการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค รักษาพยาบาล และฟื้นฟูสุขภาพในชุมชน
32300.00 บาท -
กิจกรรมที่2ประชุมชี้แจงแผนการดำเนินงาน ชมรมผู้สูงอายุแก่คณะทำงาน
กิจกรรมที่ 2 2.1 ประชุมแต่งตั้ง คณะกรรมการและจัดทำคำสั่งการดำเนินงานชมรมผู้สูงอายุ 2 ชมรม 2.2ประชุมชี้แจงแผนการดำเนินงาน ชมรมผู้สูงอายุแก่คณะทำงาน 3.จัดทำแผนผู้สูงอายุส่งเสริมสุขภาพดี (Wellness Plan) 4.เจ้าหน้าที่ลงเยี่ยมติดตามชมรมผู้สูงอายุ งบประมาณ 1 ค่าอาหารว่าง สำหรับการจัดประชุมคณะกรรมการชมรมผู้สูงอายุจำนวน 24 คน x35 บาท 2 ครั้ง เป็นเงิน 1,680 บาท รวมเป็นเงิน 1,680.-บาท
1 ธันวาคม 2565 ถึง 31 กรกฎาคม 2566ผู้สูงอายุได้รับความรู้อย่างต่อเนื่องในการดูแลสุขภาพกายและใจ
1680.00 บาท -
กิจกรรมที่3จัดกิจกรรมพร้อมให้ความรู้ตรวจสุขภาพช่องปากในผู้สูงอายุ
กิจกรรมที่ 3 1.-ประชาสัมพันธ์โครงการให้ชุมชนทราบอย่างทั่วถึง 2.คัดเลือกผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม 3.จัดกิจกรรมพร้อมให้ความรู้ตรวจสุขภาพช่องปากในผู้สูงอายุและคัดกรองผู้สูงอายุที่ไม่มีฟันให้มาทำฟันปลอมจำนวน 25 คน ตามกิจกรรมดังนี้ พิมพ์ปาก วัดขนาดช่องปากเพื่อส่งแลปฟัน ทดลองฟันครั้งที่1พร้อมแก้ฟัน ทดลองฟันครั้งที่2 5.จัดประชุมให้ความรู้การดูแลรักษาความสะอาดฟันเทียมพร้อมมอบฟันเทียม สำหรับคนไม่มีฟัน 6.สรุปและติดตามประเมินผล งบประมาณ 3.1ค่าอุปกรณ์ทำความสะอาดฟันผู้สูงอายุ 100 คนๆละ 50 บาทเป็นเงิน 5,000 บาท 3.2ค่าวัสดุอุปกรณ์ในการทำฟันเทียม 3.3ปูน Stone จำนวน 6 ถุงๆละ 350 บาทเป็นเงิน 2,100 บาท. 3.3 อาจิเน็ต จำนวน 6 ถุงๆละ 185 บาท เป็นเงิน 1,110 บาท รวมเป็นเงิน 8,210.-บาท
1 ธันวาคม 2565 ถึง 31 กรกฎาคม 2566-ผู้สูงอายุความรู้ตรวจสุขภาพช่องปากในผู้สูงอายุและคัดกรองผู้สูงอายุที่ไม่มีฟันให้มาทำฟันปลอม
8210.00 บาท -
กิจกรรม 4 จัดอบรมให้ความรู้กับญาติหรือผู้ดูแลผู้สูงอายุในการดูแลผู้มีภาวะพึงพิงและการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย
กิจกรรมที่ 4 1.จัดอบรมให้ความรู้ความรู้กับญาติหรือผู้ดูแลผู้สูงอายุในการดูแลผู้มีภาวะพึงพิงและการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย 2.เยี่ยมบ้านพร้อมสมาชิกชมรมผู้สูงอายุที่เจ็บป่วยพิการหรือทุพพลภาพ พร้อมมอบของเยี่ยม 5.สรุปและติดตามประเมินผล งบประมาณ 1 ค่าอาหารกลางวันและอาหารว่าง สำหรับกลุ่มเป้าหมายในการจัดอบรมฯ จำนวน 40 คน x140 บาท เป็นเงิน5,600.-บาท 4.2 ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 6 ชั่วโมง ๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน3,600.-บาท รวมเป็นเงิน 9,200-บาท
1 ธันวาคม 2565 ถึง 31 กรกฎาคม 2566ญาติหรือผู้ดูแลผู้สูงอายุในการดูแลผู้มีภาวะพึงพิงและการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายมีความรู้
9200.00 บาท
1.ผู้สูงอายุได้รับการคัดกรองสุขภาพตามเกณท์ ๒.ผู้สูงอายุได้รับความรู้อย่างต่อเนื่องในการดูแลสุขภาพกายและใจ 3.มีการขับเคลื่อนการดำเนินกิจกรรมชมรมผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่อง ตอบสนองต่อปัญหาและความต้องการของผู้สูงอายุ ทั้งในด้านสุขภาพ สังคม และสวัสดิการ 4.ผู้สูงอายุมีสุขภาพช่องปากที่ดี 5.เครือข่ายมีส่วนร่วมในการดูแลผู้มีภาวะพึงพิงและการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย
