โครงการเฝ้าระวังสารเคมีตกค้างในเลือด ปี 2566
-
นายมนพ ยกฉวี
-
นางพวงพผกาช่วยบำรุง
-
นางจำนรรจา ช่วยเนียม
-
นายสรพงษ์ชูเพชร
-
นางสาวน้องนุชหรุดคง
ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นประเทศเกษตรกรรมประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศกว่าร้อยละ 50.30 ประกอบอาชีพเกษตรกรรม และในปัจจุบันการประกอบอาชีพเกษตรกรรมเริ่มประสบปัญหาผลผลิตตกต่ำอันเนื่องมาจากสภาพของดินที่เสื่อมสภาพและจากแมลงศัตรูพืช ทำให้เกษตรกรหันมาใช้ปุ๋ยบำรุงดินและสารเคมีกำจัดศัตรูพืชมากขึ้น แม้ทางราชการจะรณรงค์ให้มีการใช้พืชสมุนไพรก็ยังมีข้อจำกัดในการใช้หลายประการ อาทิ ไม่สะดวกเนื่องจากต้องใช้เวลาในการจัดหาหรือเตรียมและไม่สามารถใช้ได้ผลกับแมลงบางชนิด จึงทำให้เกษตรกรยังนิยมที่จะใช้สารเคมีในการกำจัดศัตรูพืชมากกว่า ซึ่งส่งผลให้เกิดอันตรายกับตัวเกษตรกรผู้ใช้เเองแลสภาพแวดล้อมหากว่าการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชไม่ถูกต้อง จากการเฝ้าระวังโรคจากการแพ้พิษสารเคมีกำจัดศัตรูพืชของกองชี่วอนามัย กรมอนามัยพบว่าเกษตรกรทั่วประเทศมีภาวะเสี่ยงแลไม่ปลอดภัยร้อยละ 13.07 และตำบลท่ามิหรำเป็นตำบลหนึ่งที่ประชาชนมีอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลักจึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัญหานี้ได้ ทั้งในเกษตรที่เป็นผู้ผลิตซึ่งยังไม่มีการป้องกันที่ดีพอ และในประชาชนทั่วไปที่เป็นผู้บริโภคก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงโอกาสที่จะรับสารเคมีตกค้างในสิ่งแวดล้อมและในอาหารที่บริโภคเข้าไปได้ จากผลการตรวจคัดกรองสารเคมี่ตกค้างในเลือด ปี2564 จำนวน 492 คน พบปกติ 145 คน คิดเป็นร้อยละ29.47 ปลอดภัย จำนวน 247คน คิดเป็นร้อยละ 50.20 มีความเสี่ยง จำนวน 72 คน คิดเป็นร้อยละ 14.63 และไม่ปลอดภัย จำนวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ 5.70 และสำหรับปี 2565 จำนวน 492 คน พบปกติ 175 คน คิดเป็นร้อยละ 35.57 ปลอดภัย จำนวน 260 คน คิดเป็นร้อยละ 52.85 คน มีความเสี่ยง จำนวน 56 คน คิดเป็นร้อยละ 11.38 คน และไม่ปลอดภัย 1 คน คิดเป็นร้อยละ 0.20 ซึ่งจะเห็นว่า ปี 2566 มีเกษตรกรที่มีสารเคมีตกค้างเพิ่มสูงขึ้นมาก ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านน้ำเลือด ตำบลท่ามิหรำ จึงได้จัดทำโครงการเฝ้าระวังสารเคมีตกค้างในเลือดขึ้นมาเพื่อเป็นการคัดกรองเบื้องต้นในการค้นหากลุ่มที่มีความเสี่ยงสารเคมีตกค้างให้ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพอย่างถูกต้อง เพื่อเป็นการเฝ้าระวังไม่ให้ประชาชนมีอาการเจ็บป่วยที่รุนแรงจากการที่มีสารเคมีตกค้างในเลือดเป็นระยะเวลานาน และเป็นการเฝ้าระวังไม่ให้ประชาชนมีอาการเจ็บป่วยที่รุนแรงจากการที่มีสารเคมีตกค้างในเลือดเป็นระยะเวลานาน และเพื่อเป็นการป้องกันในเบื้องต้นจึงจะจัดให้มีการรณรงค์ปลูกพืชผักปลอดสารพิษ และลดการใช้สารเคมีในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม เพื่อนำไปสู่ความปลอดภัยและการมีสุขภาพที่ดีในระยะยาวของประชาชน ในตำบลท่ามิหรำต่อไป
-
กลุ่มประชาชนได้รับความรุ้เกี่ยวกับสารพิษตกค้างในเลือด การหลีกเลี่ยง และปรับเปลี่ยนพฤติกรรม20.00
กลุ่มประชาชนได้เข้ารับการอบรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง492
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้แก่กลุ่มเป้าหมายเกษตรกร
1.กิจกรรมเจาะเลือดหาสารเคมีตกค้างในเลือด แก่กลุ่มเป้าหมายทุกหมู่บ้าน
2.อบรมให้ความรู้แก่กลุ่มเป้าหมายเกษตรกรจำนวน 492 คน แบ่งอบรมเป็น 4 รุ่น
งบประมาณ 30,000 บาท รายละเอียดดังนี้
ค่าวิทยากร จำนวน 4 วัน x 3 ชั่วโมง x 600 เป็นเงิน 7,200
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าอบรมจำนวน 492 คน x 25 บาท เป็นเงิน 12,300 บาท
ค่าหลอดใส่เลือดฮีมาโตคริกติ้ว 100 ชิ่้น/กล่องๆละ 150 บาท จำนวน 6 กล่อง เป็นเงิน 900 บาท
ค่าเข็มเจาะเลือด บรรจะ 200 ชิ้น/กล่องๆละ 1,200 บาทจำนวน 3 กล่อง เป็นเงิน 3,600 บาท
ค่าแถบตรวจโคริ่นเอสเตอเรส บรรจุ 100 ชิ้น/กล่องๆละ 1,000 บาท จำนวน 6 กล่อง เป็นเงิน 6,000 บามท
1 กุมภาพันธ์ 2566 ถึง 20 กันยายน 2566กลุ่มเกษตรกรทั่วไปได้รับการเจาะเลือดและอบรม จำนวน 492 คน
30000.00 บาท
หลังจากได้รับความรู้และมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม กลุ่มเสี่ยงมีผลเลือดสู่ภาวะปกติ/ปลอดภัยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20
