โครงการความปลอดภัยในการบริโภคจากสารพิษตกค้างในเกษตรกร รพ.สต.นาทับ
-
ร้อยละของเกษตร(คน)ที่มีสารเคมีทางเกษตรตกค้างในกระแสเลือดระดับอัตราย10.00
ในปัจจุบันถึงแม้จะมีการยกเลิกการใช้สารเคมีปราบศัตรูพืช จำพวกยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลง โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไป ซึ่งนับเป็นผลดีต่อผู้บริโภคที่จะได้ปลอดภัยจากสารเคมีดังกล่าวไปอีกช่องทางหนึ่ง แต่ในอีกด้านหนึ่งเกษตรที่มีสารเคมีจำพวกนี้อยู่ในครอบครอง ก็อาจมีการนำมาใช้ ก่อนที่จะมีกฎหมายมาบังคับ ซึ่งอาจใช้ในปริมาณมาก ไม่เหมาะสม ก็ยังมีผลกระทบต่อผู้บริโภคได้เช่นกัน ซึ่งจากการดำเนินงานที่ผ่านมา ในการคัดกรองหาสารพิษตกค้างในผู้บริโภค ยังพบว่าผู้ที่มีความเสี่ยงในอัตราที่ยังสูง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาทับ จึงเห็นควรดำเนินกิจกรรมการคัดกรองเจาะเลือดหาสารรพิษตกค้างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องและผู้บริโภคได้ทราบถึงสภาวการณ์ของสารพิษที่ตกค้าง พร้อมทั้งผลกระทบที่จะเกิดขึ้น อีกทั้งเพื่อจะได้เปรียบเทียบผลหลังจากที่มีกฏหมายยกเลิกการใช้สารเคมีในกลุ่มดังกล่าวด้วย และเพื่อให้ประชากรกลุ่มดังกล่าวได้หาแนวทางการป้องกันการรับสารพิษเข้าสู่ร่างกาย เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพในโอกาสต่อไป
-
ลดจำนวนเกษตรกรที่พบมีสารเคมีตกค้างในเลือด ไม่เกินร้อยละ 510.005.00
เกษตรกรกลุ่มตัวอย่างทราบระดับของสารพิษตกค้างของตนเอง
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง7200
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1.สำรวจข้อมูลประชาชนที่ประกอบอาชีพปลูกผัก
สำรวจข้อมูลประชาชนที่ประกอบอาชีพปลูกผัก
1 กุมภาพันธ์ 2566 ถึง 15 กุมภาพันธ์ 25660.00 บาท -
รับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวน 35 คน
ประชุมชี้แจงอาสาสมัครสาธารณสุข จำนวน 8 หมู่บ้านๆ ละ 2 คน รวมจำนวน 19 คน (รวมเจ้าหน้าที่คณะทำงาน) -ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม คนละ 30 บาท จำนวน 54 คน เป็นเงิน 1,620 บาท -ค่าวัสดุสำนักงาน (ในการประชุม) 500 บาท
16 กุมภาพันธ์ 2566 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2566อาสาสมัครสาธารณสุข จำนวน 8 หมู่บ้าน จำนวน 19 คน (รวมเจ้าหน้าที่คณะทำงาน) สามารถเข้าใจและอธิบายได้
2120.00 บาท -
3.อาสาสมัครเจาะเลือดตรวจหาสารพิษตกค้าง
-ชุดทดสอบหายาฆ่าแมลงในเลือดเกษตรกร(กระดาษทดสอบโคลีนเอสเตอเรสและชุดอุปกรณ์ตรวจ) เป็นเงิน 1,805บาท
1 มีนาคม 2566 ถึง 30 มีนาคม 25661805.00 บาท -
4.อบรมให้ความรู้อาสาสมัครที่เข้าร่วม
ค่าป้ายไวนิลโครงการ ขนาด 1.22.4 ม. แผ่นละ 500 บาทจำนวน 1 แผ่น เป็นเงิน 500 บาท - ค่าป้ายไวนิลให้ความรู้ 1.02.0 ม. แผ่นละ 350 บาท จำนวน 2 แผ่น เป็นเงิน 700 บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มคนละ 30 บาทจำนวน 35 คน เป็นเงิน 1,050 บาท - ค่าวัสดุการอบรม 500 บาท -ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 3 ชม. ชม.ละ 600 บาท รวมเงิน 1,800 บาท
1 เมษายน 2566 ถึง 30 เมษายน 25664550.00 บาท -
5.ติดตามเจาะเลือดตรวจสารพิษตกค้างครั้งที่ 21 พฤษภาคม 2566 ถึง 30 มิถุนายน 25660.00 บาท
-
6.สรุปโครงการ
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม คนละ 30 บาท จำนวน 19 คน เป็นเงิน 570 บาท
1 มิถุนายน 2566 ถึง 30 กรกฎาคม 2566570.00 บาท
ทุกรายการถัวเฉลี่ยกันได้
1.เกษตรกรและประชาชนทั่วไปได้รับการตรวจเลือด และรู้ผลมีสารเคมีตกค้างอยู่ในระดับใด 2.เกษตรกรมีความรู้และเข้าใจอันตรายจากการใช้สารเคมีปราบศัตรูพืช 3.เกษตรกรมีความรู้ในการป้องกันตัวเองหากมีความจำเป็นต้องใช้สารเคมีปราบศัตรูพืช
