โครงการ ลดเค็ม ลดความดัน 7 วัน ความดันลด ประจำปี 2566
-
นายนิฟัยรุส สมานกุลวงศ์
-
นายสันต์ พรมสร
โรคความดันโลหิตสูง เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน กล้ามเนื้อหัวใจตายหรือขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง อัมพฤกษ์ อัมพาต ไตวายเรื้อรัง หัวใจล้มเหลว และสมองเสื่อม นอกจากนี้ ระดับความดันโลหิตที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วยังเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดหลอดเลือดสมองแตก เลือดออกในสมอง (Hemorrhagic stroke) หลอดเลือด หัวใจตีบตันเกิดภาวะหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลันหรือหลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกขาด โรคความดันโลหิตสูงจึงเป็นปัจจัยเสี่ยงในการเสียชีวิตด้วย
จากข้อมูลการสำรวจพบว่าความชุกของโรคความดันโลหิตสูงในประชากรอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้น จากร้อยละ 21.4 ในปี 2552 เป็นร้อยละ 24.7 ในปี 2557 พฤติกรรมเสี่ยงสำคัญที่สนับสนุนให้ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้น คือ การกินเค็ม (เกลือ/โซเดียม) ซึ่งพบว่า คนไทยบริโภคเกลือเฉลี่ย 10.8 กรัมต่อวัน (โซเดียม 5,000 มิลลิกรัม) ซึ่งสูงกว่าความต้องการที่ร่างกายควรได้รับถึง 1 เท่า คือ ควรบริโภคเกลือไม่เกิน 5 กรัมต่อวัน (โซเดียม 2,400 มิลลิกรัม) การศึกษาในพื้นที่อำเภอบางพลี สมุทรปราการ โดยภาควิชาอายุรศาสตร์ร่วมกับภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี พบว่าการให้ความรู้อย่างเข้มข้นโดยแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ร่วมกับการซักถามการบริโภคอาหารย้อนหลังและแนะนำการลดบริโภคอาหารเค็ม (โซเดียม) อย่างถูกต้องและสม่ำเสมอทุก 2 สัปดาห์ ในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงนั้น ส่งผลให้ความดันโลหิตตัวบนลดลงได้ 10 มิลลิเมตรปรอท และตัวล่างลดลงถึง 5 มิลลิเมตรปรอท
อีกทั้งการศึกษาในผู้สูงอายุไทยที่เป็นความดันฯสูงควบคุมไม่ได้ พบว่า การวัดความดันฯด้วยตนเองที่บ้านช่วยให้อัตราการควบคุมความดันฯได้เพิ่มขึ้นมากกว่า ร้อยละ 50 และผู้ป่วยความดันฯสูงที่วัดความดันฯด้วยตนเองที่บ้าน ช่วยลดระดับความดันฯได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 4 – 8 มม.ปรอทในเวลา 1 ปี เมื่อเทียบกับการวัดความดันฯที่โรงพยาบาล ดังนั้นการวัดความดันโลหิตที่บ้าน (Home Blood Pressure Monitoring: HBPM) หรือ การวัดความดันโลหิตด้วยตนเอง (Self Monitoring Blood Pressure: SMBP) จึงเป็นสิ่งจำเป็นในการดูแลผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงซึ่งเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่สำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มที่ควบคุมความดันฯไม่ได้ตามเกณฑ์
ในพื้นที่ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลมูโนะ ปัจจุบันปี 2565 มีผู้ที่เป็นความดันโลหิตสูง ทั้งที่รับบริการจากโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก และที่รพ.สต. ทั้งสิ้น จำนวน 726 คน แต่ควบคุมความดันโลหิตได้เพียง 325 คน คิดเป็นร้อยละ 44.77 เท่านั้นดังนั้น รพ.สต มูโนะจึงจัดทำโครงการลดเค็ม ลดความดัน 7 วัน ความดันลด 2566 เพื่อสนับสนุนการปรับพฤติกรรมการกินโดยคาดหวังว่าจะช่วยลดความดันโลหิตในผู้ที่มีโรคความดันโลหิตสูง จนควบคุมความดันโลหิตได้หรือเป็นปกติได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน
-
เพื่อควบคุมความดันโลหิตในกลุ่มป่วยความดันโลหิตสูงอย่างน้อยร้อยละ 50 ของผู้ป่วยความดันโลหิตสูง0.0050.00
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง30
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดอบรมให้ความรู้
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวน 30 คน จำนวน 2 มื้อๆละ 25 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท
ค่าอาหารกลางวันผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวน 30 คน จำนวน 1 มื้อๆละ 50 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท
ค่าสมนาคุณวิทยากรบรรยาย จำนวน 2 คนๆ ละ 2 ชั่วโมงๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 2,400 บาท
ค่าสมนาคุณวิทยากรกลุ่มแต่ละฐาน จำนวน 4 คน จำนวน 2 ชั่วโมงๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 4,800 บาท
ค่าจัดซื้อเครื่องวัดความดันโลหิต จำนวน 5 เครื่อง ๆ ละ 2,500 บาท เป็นเงิน 12,500 บาท
1 กุมภาพันธ์ 2566 ถึง 31 กรกฎาคม 256622700.00 บาท
- ผู้ป่วยที่เข้าร่วมโครงการสามารถลดความดันโลหิตและควบคุมความดันโลหิตได้
