โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ จิตใจสดใส ร่างกายแข็งแรง
-
นางศิริวรรณ ทองมี
-
นางภัทรินทร์ มุกดา
-
นางอรรถพร จงเจริญวิทย์
-
นางฉวีวรรณ ไชยแก้ว
-
นางจำรัส ช่วยออก
จากการสำรวจปี 2565 พบว่า ประชากรผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นเมื่อเทียบกับประชากรทั้งหมดบ้านนาท่ามมีประชากรผู้สูงอายุ จำนวน 570 คน คิดเป็นร้อยละ22.60 ของประชากรทั้งหมด ติดสังคม จำนวน 528 คน คิดเป็นร้อยละ92.63 ติดบ้าน 31 คน คิดเป็นร้อยละ 5.43 และติดเตียง 14 คน คิดเป็นร้อยละ 2.45 และมีปัญหาป่วยเป็นโรคเรื้อรัง จำนวน174 คน คิดเป็นร้อยละ 30.52 นั่นหมายความว่า ตำบลนาท่ามใต้เป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์และปัญหาสุขภาพส่วนใหญ่ที่พบคือปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ปัญหาการหกล้ม ภาวะสมองเสื่อม ซึ่งจะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ รวมทั้งส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจของครอบครัว การเตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคม รวมถึงชุมชน ท้องถิ่นจะต้องร่วมมือกันและมีบทบาทในการเตรียมความพร้อมบุคลากร และประชาชนกลุ่มเป้าหมายในความรับผิดชอบให้ก้าวเข้าสู่วัยสูงอายุอย่างมีคุณภาพ สามารถช่วยเหลือตนเองได้ยาวนานที่สุดและไม่เป็นภาระแก่ผู้อื่น จากการสำรวจของสถาบันวิจัยประชากรไทยและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ.2564 (ค.ศ.2021) ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่ สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ เราจะมี ผู้สูงอายุ หรือ คนแก่ มากถึง 20% ของประชากรทั้งประเทศ อย่างไรก็ตาม การก้าวผ่านความท้าทายต้องเริ่มจากการกำหนดนโยบาย มาตรการและแนวทางที่เหมาะสมสำหรับรองรับสังคมสูงวัย รวมทั้งการปฏิบัติตัวของผู้สูงอายุและครอบครัวในการใช้ชีวิตร่วมกัน โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อผู้สูงอายุมากเป็นพิเศษ การสร้างเสริมสุขภาวะผู้สูงอายุให้มีสุขภาพดี ดูแลและช่วยเหลือตนเองได้แล้ว ส่งเสริมให้ชุมชนเกิดกระบวนการดูแลซึ่งกันและกัน ชมรมผู้สูงอายุได้เล็งเห็นปัญหาที่เกิดขึ้น จึงได้จัดทำโครงการนี้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุให้ได้รับการดูแล และเตรียมความพร้อมในการเผชิญหน้ากับภาวะสุขภาพที่ถดถอยโดยไม่ทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง และได้ใช้ชีวิตในบั้นปลายอย่างมีคุณค่าและยาวนาน
-
1. เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับการคัดกรองภาวะสุขภาพที่จำเป็นสำหรับผู้สูงอายุ ได้แก่ ภาวะเสี่ยงหกล้มภาวะสมองเสื่อม เพื่อวางแผนการดูแล ป้องกันความรุนแรงดังกล่าว80.0080.00
- ผู้สูงอายุร้อยละ 90 ได้รับการประเมินความเสี่ยงภาวะหกล้ม
-
2. เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับการประเมินความสามารถในการดูแลกิจวัตรประจำวัน (ADL) เพื่อเตรียมความวางแผนการดูแลระยะยาว80.0080.00
- ผู้สูงอายุร้อยละ 90 ได้รับการประเมินความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อม
-
3. เพื่อให้ผู้สูงอายุ มีความรู้ความเข้าใจ ในการดูแลสุขภาพอนามัยของตนเอง ทั้งด้านโภชนาการ การฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายและจิตใจ80.0080.00
- ผู้สูงอายุร้อยละ 90 ได้รับการประเมินความสามารถในการดูแลกิจวัตรประจำวัน (ADL)
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. กิจกรรมประเมินความเสี่ยงภาวะหกล้ม และภาวะสมองเสื่อม 1.1 กิจกรรมย่อยจัดอบรมอาสาสมัครที่จะลงใช้เครื่องมือการคัดกรองความเสี่ยง เรื่อง การคัดกรองภาวะสมองเสื่อม ภาวะเสี่ยงหกล้ม หมู่บ้านละ 10 คน (หมู่ที่ 1 , 3 , 6 และ 7) และคณะกรรมการชมรมผู้สูงอายุ จำนวน
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 1 มื้อๆ ละ 25 บาท จำนวน 52 คน เป็นเงิน 1,300 บาท
ค่าจัดทำเอกสารสำหรับการคัดกรอง จำนวน 584 ชุดๆ ละ 5 บาท เป็นเงิน 2,920 บาท
1 เมษายน 2566 ถึง 30 กันยายน 2566ผู้สูงอายุได้รับการประเมิน และความเสี่ยงภาวะหกล้ม ซึ่งทำให้พิการและเพิ่มโอกาสติดเตียงในผู้สูงอายุมากขึ้น ได้รับการฟื้นฟูสภาพความแข็งแรงของร่างกายเพื่อป้องกันภาวะหกล้ม ครอบครัวและชุมชนช่วยหาทางลดความเสี่ยงทางกายภาพเพื่อลดความเสี่ยงให้ผู้สูงอายุ
ผู้สูงอายุได้รับการประเมินความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อม ภาวะสมองเสื่อมเป้นภาวะถดถอยตามวัยที่มีโอกาสพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ ทำให้ระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุลดลงอย่างมาก ทำให้ความสามารถในการดูแลตัวเองแย่ลง ซึ่งส่งผลเสียทางเศรษฐกิจของครอบครัว มีภาระเพิ่มขึ้นในการดูแล ถ้าหากสามารถค้นหาได้ตั้งแต่อาการเริ่มต้น เราจะสามารถชะลอความเสี่ยงและช่วยหาทางช่วยเหลือได้โดยการคัดกรองเบื้องต้น
ผู้สูงอายุได้รับการประเมินความสามารถในการดำเนินกิจวัตรประจำวัน ADL เพื่อให้สามารถวางแผนการดูแลระยะยาวได้
ผู้สูงอายุได้ร่วมกิจกรรมทางสังคมมากขึ้น มีความสุขและรู้สึกมีคุณค่าในชีวิต ส่งผลให้มีสุขภาพจิตที่ดี
ผู้สูงอายุมีความรู้ในการดูแลสุขภาพ และสังเกตอาการผิดปกติทางสุขภาพของตนเองได้อย่างถูกต้อง
มีฐานข้อมูลภาวะสุขภาพของชุมชน เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ ได้นำไปใช้
4220.00 บาท -
2. กิจกรรมมหกรรม ส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ 2.1 กิจกรรมย่อย กิจกรรมให้ความรู้การดูแลสุขภาพและออกกำลังกายในผู้สูงอายุกลุ่มติดบ้าน และติดสังคม จำนวน 300 คน 2.2 กิจกรรมย่อย แข่งกีฬามหาสนุกผู้สูงอายุ (กิจกรรมกีฬาเพื่อนันทนาการ) - แข่งขันหัวเรา
ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 1 มื้อๆ ละ 50 บาท จำนวน 300 คน เป็นเงิน 15,000 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 2 มื้อๆ ละ 25 บาท เป็นเงิน 15,000 บาท
ค่าเช่าเครื่องเสียง จำนวน 1 วันๆ ละ 3,000 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท
ค่าเช่าเต็นท์ จำนวน 2 หลังๆ ละ 1,500 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท
ค่าวัสดุอุปกรณ์การแข่งขันกีฬา เป็นเงิน 4,780 บาท
1 เมษายน 2566 ถึง 30 กันยายน 2566ผู้สูงอายุได้รับการประเมิน และความเสี่ยงภาวะหกล้ม ซึ่งทำให้พิการและเพิ่มโอกาสติดเตียงในผู้สูงอายุมากขึ้น ได้รับการฟื้นฟูสภาพความแข็งแรงของร่างกายเพื่อป้องกันภาวะหกล้ม ครอบครัวและชุมชนช่วยหาทางลดความเสี่ยงทางกายภาพเพื่อลดความเสี่ยงให้ผู้สูงอายุ
ผู้สูงอายุได้รับการประเมินความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อม ภาวะสมองเสื่อมเป้นภาวะถดถอยตามวัยที่มีโอกาสพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ ทำให้ระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุลดลงอย่างมาก ทำให้ความสามารถในการดูแลตัวเองแย่ลง ซึ่งส่งผลเสียทางเศรษฐกิจของครอบครัว มีภาระเพิ่มขึ้นในการดูแล ถ้าหากสามารถค้นหาได้ตั้งแต่อาการเริ่มต้น เราจะสามารถชะลอความเสี่ยงและช่วยหาทางช่วยเหลือได้โดยการคัดกรองเบื้องต้น
ผู้สูงอายุได้รับการประเมินความสามารถในการดำเนินกิจวัตรประจำวัน ADL เพื่อให้สามารถวางแผนการดูแลระยะยาวได้
ผู้สูงอายุได้ร่วมกิจกรรมทางสังคมมากขึ้น มีความสุขและรู้สึกมีคุณค่าในชีวิต ส่งผลให้มีสุขภาพจิตที่ดี
ผู้สูงอายุมีความรู้ในการดูแลสุขภาพ และสังเกตอาการผิดปกติทางสุขภาพของตนเองได้อย่างถูกต้อง
มีฐานข้อมูลภาวะสุขภาพของชุมชน เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ ได้นำไปใช้
40780.00 บาท
- ผู้สูงอายุได้รับการประเมิน และความเสี่ยงภาวะหกล้ม ซึ่งทำให้พิการและเพิ่มโอกาสติดเตียงในผู้สูงอายุมากขึ้น ได้รับการฟื้นฟูสภาพความแข็งแรงของร่างกายเพื่อป้องกันภาวะหกล้ม ครอบครัวและชุมชนช่วยหาทางลดความเสี่ยงทางกายภาพเพื่อลดความเสี่ยงให้ผู้สูงอายุ
- ผู้สูงอายุได้รับการประเมินความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อม ภาวะสมองเสื่อมเป้นภาวะถดถอยตามวัยที่มีโอกาสพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ ทำให้ระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุลดลงอย่างมาก ทำให้ความสามารถในการดูแลตัวเองแย่ลง ซึ่งส่งผลเสียทางเศรษฐกิจของครอบครัว มีภาระเพิ่มขึ้นในการดูแล ถ้าหากสามารถค้นหาได้ตั้งแต่อาการเริ่มต้น เราจะสามารถชะลอความเสี่ยงและช่วยหาทางช่วยเหลือได้โดยการคัดกรองเบื้องต้น
- ผู้สูงอายุได้รับการประเมินความสามารถในการดำเนินกิจวัตรประจำวัน ADL เพื่อให้สามารถวางแผนการดูแลระยะยาวได้
- ผู้สูงอายุได้ร่วมกิจกรรมทางสังคมมากขึ้น มีความสุขและรู้สึกมีคุณค่าในชีวิต ส่งผลให้มีสุขภาพจิตที่ดี
- ผู้สูงอายุมีความรู้ในการดูแลสุขภาพ และสังเกตอาการผิดปกติทางสุขภาพของตนเองได้อย่างถูกต้อง
- มีฐานข้อมูลภาวะสุขภาพของชุมชน เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ ได้นำไปใช้
