โครงการลดเสี่ยงเลี่ยงโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ
-
นางอาภรณ์ เจะอุบง เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ
โรคหัวใจและหลอดเลือด ได้แก่ โรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมองตีบ (อัมพฤกษ์ อัมพาต) เป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญระดับประเทศ เป็นสาเหตุการป่วย พิการ และเสียชีวิตอันดับต้นๆของโลกรวมถึงประเทศไทย ส่งผลให้เกิดภาระและการสูญเสียในทุกมิติทั้ง กาย จิต สังคม เศรษฐกิจ ต่อทั้งผู้ป่วยครอบครัว และประเทศชาติ โดยปัจจัยเสี่ยงหลักต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในคนไทยที่สำคัญ ได้แก่ ภาวะความดันโลหิตสูง เบาหวาน การสูบบุหรี่ ภาวะอ้วน และการมีประวัติโรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมองในครอบครัว การประเมินโอกาสเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดในกลุ่มที่มีปัจจัยเสี่ยงหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีโรคประจำตัว เบาหวานและความดันโลหิตสูงที่ใช้ยาในการรักษามากกว่า 3 ตัว ต้องได้รับการดูแลรักษา อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบานา มีบทบาทหน้าที่ในการดูแล รักษา ป้องกัน และส่งเสริมสุขภาพ ประชาชนตำบลบานาในปี2565 ,2566 มีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 1,760,1,783 ราย สามารถคุมระดับความดันโลหิตได้ดี จำนวน401, 422 รายคิดเป็นร้อยละ 22.78 ,23.67และมีผู้ป่วยโรคเบาหวานจำนวน 985 ,1,008 ราย สามารถคุมระดับเบาหวานได้ดี จำนวน 184 ,245 ราย คิดเป็นร้อยละ 18.68 ,24.31 ตามลำดับ และยังพบว่า อุบัติการณ์การป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมองเกิดความพิการปี2565 ,2566 มีจำนวน 50 ,70 คน ตามลำดับ(อ้างอิงข้อมูลHDC จังหวัดปัตตานี)ซึ่งจากการลงติดตามเยี่ยมบ้าน พบว่ากลุ่มพิการดังกล่าว ส่วนใหญ่ มีโรคความดันโลหิตสูง ,เบาหวานและไขมัน ได้รับการรักษาโดยใช้ยามากกว่า3 ตัวขึ้นไป, ขาดความต่อเนื่องในการรักษา , ผู้สูงอายุอยู่ตามลำพังไม่มีผู้ดูแล, ไม่อยากรับประทานยา เกิดความเบื่อหน่ายในการรับประทานยาจำนวนมากๆ ระยะเวลานานๆ ,ขาดความตระหนักในการดูแลสุขภาพเป็นต้นส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนโรคระบบหลอดเลือดตามมา กระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ซึ่งในปี2566 พบว่าผู้ป่วยโรคเบาหวานในเขตตำบลบานา ใช้ยารักษามากกว่า3ตัว มีจำนวน 173 รายและผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ใช้ยาในการรักษามากกว่า3 ตัวมีจำนวน43 ราย ดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบานา เล็งเห็นและตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ใช้ยาในการรักษามากกว่า 3 ตัวขึ้นไป ( polypharmacy )ให้มีความรู้และตระหนักในการดูแลตนเองเพื่อไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนดังกล่าวข้างต้น จึงได้จัดทำโครงการลดเสี่ยงเลี่ยงโรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจ ผู้ป่วยและผู้ดูแล รวมถึง เพื่อให้อาสาสมัครสาธารณสุขมีความรู้ความเข้าใจเรื่องโรคหัวใจและหลอดเลือด สามารถประเมินภาวะเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยใช้แบบประเมินโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด (CVD Risk) ให้แก่ประชาชนในเขตตำบลบานาได้ทราบโอกาสเสี่ยงของตนเอง
-
เพื่อให้กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังมีความรู้ความเข้าใจ ที่ถูกต้อง เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ0.00
- ร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมายที่เข้ารับการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับถูกต้อง เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจและภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นได้
- ร้อยละ80 ของกลุ่มเป้าหมายที่เข้ารับการอบรมสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้เหมาะสม
- ร้อยละ95 กลุ่มเป้าหมายรับการรักษาต่อเนื่องไม่ขาดยา
- ร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมายที่เข้ารับการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับถูกต้อง เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจและภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นได้
-
เพื่อเป็นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม โดยให้ครอบครัวมีส่วนร่วมในการดูแลผู้ป่วย0.00
ร้อยละ 90 ผู้ดูแล สามารถประเมินภาวะเสี่ยง และติดตามผู้ป่วยได้
-
เพื่อค้นหาบุคคลตัวอย่างในการดุแลสุขภาพให้เลี่ยงโรคหลอดเลือด0.00
ติดตามกลุ่มเป้าหมายและประเมินสุขภาพโดยใช้ CVD risk มีแนวโน้มลดลง จำนวน 3 ราย
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง40
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง40
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
รู้เร็ว รู้ไว ลดเสี่ยงหลอดเลือด
กิจกรรม รู้เร็วรู้ไว ลดเสี่ยงหลอดเลือด
กลุ่มเป้าหมาย ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ใช้ยามากว่า3ตัวจำนวน 40 คน และญาติผู้ดูแล 40 คน
นัดประชากรกลุ่มเป้าหมาย ณ. ห้องประชุมโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบานา
มีการประเมินความรู้เบื้องต้น เกี่ยวกับโรคการรักษาและภาวะแทรกซ้อน ก่อนและหลังการอบรม
ให้ความรู้เกี่ยวโรคเรื้อรัง/โรคหลอดเลือดสมองการสร้างแรงจูงใจในการรักษา ( Motivation Interview )และภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้
มีการฝึกปฏิบัติการประเมินโอกาสเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด (CVDrisk )
ถอดบทเรียน อยู่อย่างไรไม่ให้เสี่ยงโรคแทรกซ้อน
ให้ความรู้เรื่อง ยา , การบริหารยาด้วยตนเอง , การผ่อนคลาย จิตบำบัด
แลกเปลี่ยนเรียนรู้(rolemodel )นำผู้ป่วยที่เคยเป็นstroke และสามารถดูแลตนเองได้ดี
ติดตามเยี่ยมบ้าน โดย อสม. ครอบคลุมผู้ป่วย 40 คนพร้อมรายงานผล
สรุปผลการดำเนินงานโครงการ
อาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม ( จำนวน 80 คน ผู้จัดอบรม 5 คน รวม 85 คน ) 35 บาท X 2 มื้อ X 85 คน เป็นเงิน 5,950.- บาท
อาหารกลางวัน( พร้อมผู้จัดอบรม) 60 บาท X 85คน เป็นเงิน 5,100.-บาท
ค่าเอกสารประกอบการอบรม 40 บาทX 40 ชุด เป็นเงิน 1,600.-บาท
ค่าสมุดประจำตัว 30 บาท X 40 ชุด เป็นเงิน 1,200.-บาท
กล่องยาของฉัน 120 บาท X 40 ชุด เป็นเงิน 4,800.-บาท
ค่านวัตกรรมปฏิทินยา คู่ใจ 100 บาท X 40 ชิ้น เป็นเงิน 4,000.-บาท
ค่าป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ ขนาด1เมตรX3เมตรจำนวน1 ป้าย เป็นเงิน 750.- บาท
ค่าสื่่อไวนิลความรู้โรคหลอดเลือดสมอง ( roll up )ขนาด80 X 160 cm จำนวน 3 ป้าย x 1,000 บาท เป็นเงิน 3,000.- บาท
ค่าสื่่อไวนิลความรู้โรคหลอดเลือดหัวใจ ( roll up )ขนาด80 X 160 cm จำนวน 3 ป้าย x 1,000 บาท เป็นเงิน 3,000.- บาท
ค่าวัสดุ-อุปกรณ์ ในการจัดอบรมเป็นเงิน 4,000.- บาท
ค่าวิทยากร 600 บาทX 6 ชม เป็นเงิน 3,600.- บาท
ค่าพาหนะ อสม.ติดตามผู้ป่วย ราคา 100 บาท x 40 คน เป็นเงิน 4,000.-บาท
ค่าเอกสารติดตามผู้ป่วย ราคา 40 บาท x 40 คน เป็นเงิน 1,600.-บาท
สื่อความรู้แผ่นพับ ราคา 25 บาท x 150 แผ่น เป็นเงิน 3,750.-บาท
28 กันยายน 2566 ถึง 30 กันยายน 256646350.00 บาท
1.ผู้ป่วย/ผู้ดูแล และอาสาสมัครสาธรณสุขมีความรู้ –ความเข้าใจเกี่ยวกับโรค ,การรักษา,การใช้ยา ตลอดจนมารับการรักษาอย่างต่อเนื่องและประเมิน ภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดกับผู้ป่วยได้ 2.กลุ่มเป้าหมายที่ป่วยสามารถควบคุมความดันโลหิต และระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น 3. กลุ่มเป้าหมายสามารถเลือกใช้ยาได้ถูกต้องและเหมาะสม 4.กลุ่มเป้าสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้เหมาะสม และมีสุขภาพจิตดี 5.ชุมชนได้รับความรู้ความเข้าใจผ่านสื่อไวนิลเกี่ยวกับโรคเรื้อรังและนำไปปฏิบัติได้ถูกต้องชุมชน 6.ผู้ป่วย ผู้ดูแลและ อาสาสมัครสาธารณสุขแปรผลจากสมุดประจำตัวได้และ ร่วมกันดูแลซึ่งกันและกัน เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้น
