โครงการกินอยู่อย่างไรให้ปลอดภัยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานของกลุ่มเสี่ยง
-
นส.เจะรอฮานิงกาเดร์ ประธานอสม ม.9
-
นส.มาสด๊ะดือราแม ประธานอสม ม.7
-
นส มายีด๊ะวอแฉะอสม ม.9
-
นส รอฮานีเอกรัตน์อสม ม.9
-
นส.พาอีซะห์ ดือราแม อสม ม.7
ปัจจุบันคนไทยทั้งที่อยู่ในชุมชนเมืองและในชนบททั่วประเทศประสบปัญหาสุขภาพไม่แตกต่างกันล้วนเป็นโรคที่เกิดมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูงตรวจพบจำนวนกว่า 10 ล้านคนเพิ่มขึ้นจาก พ.ศ. 2559 ถึง 4 เท่าตัวและพบว่าโรคเบาหวานกว่า 3 ล้านคน ซึ่งใช้เงินสำหรับรักษาผู้ป่วยเบาหวานอายุ 20 - 79 ปี มากถึงราว 10.688 ล้านล้านบาท สภาพปัญหาสาธารณสุข ได้มีโรคใหม่เกิดขึ้นมามากมายมีทั้งโรคติตต่อและโรคไม่ติดต่อ ซี่งกลุ่มโรคไม่ติดต่อพบลว่ามีคนไทยจำนวนมากป่วยและยังมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้น อันได้แก่โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน อุบัติเหตุ โรคหัวใจ มะเร็ง ภาวะไขมันในเลือดสูง ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน โรคที่เกิดจากความเครียดและโรคทางจิตประสาท โรคไม่ติดต่อเมื่อป่วยแล้วส่วนใหญ่รักษาไม่หาย ต้องกลายเป็นโรคเรื้อรังที่ต้องรับประทานยาตลอดชีวิต มีผลต่อสุขภาพกาย สุขภาพจิต ทำให้คุณภาพชีวิตไม่ดี ปัจจุบันมีการปฏิรูประบบสุขภาพที่เน้นการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค การพัฒนาขบวนการสร้างเสริมสุขภาพและการสาธารณสุขมูลฐานที่กระทำโดยประชาชนเพื่อประชาชน โดยเน้นการเสริมสร้างพลังอำนาจและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลสุขภาพตนเองทั้งด้านกาย - ใจ สังคม จิตวิญญาณ ดังนั้นการค้นหาโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานทุกปี จึงเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนในพื้นที่ตื่นตัวในการตรวจสุขภาพเพื่อหาโรคดังกล่าว ซึ่งการค้นพบตั้งแต่เริ่มแรกทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที สูญเสียทรัพยากรบุคคลน้อยลง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำลบ้านบูกิ๊ตจือแร ได้จัดอบรมกลุ่มเสี่ยง ซึ่งเห็นได้จากการสรุปผลการอบรมว่า กลุ่มเสี่ยงมีความรู้เรื่องโรคเบาหวานและความดันโลหิตเพิ่มขึ้น รู้จักวิธีการกินอาหารอย่างถูกสัดส่วน ออกกำลังกายตามสภาพ และกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานจึงเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างเสริมสุขภาพที่ดีเพื่อจะได้ไม่เป็นโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานต่อไป
-
๑. เพื่อลดอัตราการป่วยโรคความดันโลหิตสูงรายใหม่5.00
๑. อัตราผู้ป่วยความดันโลหิตสูงรายใหม่ ไม่เกินร้อยละ5
-
๒. เพื่อลดอัตราการป่วยโรคเบาหวานรายใหม่2.40
๒.อัตราผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่ ไม่เกินร้อยละ2.4
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง100
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. กิจกรรมประชุมกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคความเบาหวาน
- ค่าอาหารกลางวันผู้เข้าประชุมจำนวน 70 คนๆ ละ 1 มื้อๆ ละ 60 บาท เป็นเงิน4,200 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มผู้เข้าประชุม จำนวน 70 คนๆ ละ 2 มื้อๆ ละ 30 บาทเป็นเงิน4,200 บาท
- ค่าสาธิตการประกอบอาหารเพื่อสุขภาพและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ 1.ผักชนิดต่างๆ ราคา 300 บาท 2. ปลา ราคา 100 บาทเป็นเงิน 400
- ค่าวิทยากร 600 บาท x 6 ชม เป็นเงิน3,600 บาท
- ค่าอุกรณ์เครื่องวัดความดันและเบาหวาน 1. Omron (7120) ราคา 2,2902 เครื่อง = 4,580 บาท 2.เครื่องเจาะDTX(Accu-Chek)ราคา 1,9902 เครื่อง = 3,980 บาทเป็นเงิน 8,560
1 พฤษภาคม 2567 ถึง 31 สิงหาคม 256720960.00 บาท -
๒.กิจกรรมประชุมเชิงปฏิบัติการและเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้แก่กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มผู้เข้าประชุม จำนวน 70 คนๆ ละ 1 มื้อๆ ละ 30 บาทเป็นเงิน2,100 บาท
1 มิถุนายน 2567 ถึง 31 สิงหาคม 25672100.00 บาท
- กลุ่มเสี่ยงและผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานได้รับความรู้ ความเข้าใจและสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างถูกต้อง ๒. อัตราป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานลดลง ๓. เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพลดโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
