โครงการชุมชนลดเสี่ยงลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังโดยบัดดี้ อสม. ปี 2567
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานความดัน3
ปัจจุบันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) หรือที่เรียกกันว่า “โรควิถีชีวิต” ซึ่งเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญในระดับประเทศและระดับโลก เป็นโรคที่สำคัญที่ทำให้คนไทยเจ็บป่วย พิการ และเสียชีวิต มีแนวโน้มความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี จากสภาพเศรษฐกิจและสังคมไทยในปัจจุบัน การดำเนินชีวิตที่ต้องแข่งขันเวลา ทำให้การใส่ใจในการดูแลสุขภาพลดลง โดยสาเหตุของการเกิดโรคนั้น ส่วนหนึ่งมาจากพันธุกรรม และพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะในการดำเนินชีวิต อันได้แก่ พฤติกรรมการบริโภคอาหาร (รับประทานอาหาร หวาน มัน เค็ม เกินความต้องการที่ร่างกายรับได้ รับประทานผัก ผลไม้น้อยไป) พฤติกรรมทางการเคลื่อนไหวทางกายน้อย ขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ รวมถึงภาวะเครียด ทำให้เกิดภาวะไขมันในเลือดสูง ภาวะความดันโลหิตสูง ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ภาวะน้ำหนักเกินและอ้วน ซึ่งถ้าหากไม่มีการจัดการตนเองให้หลีกเลี่ยงจากพฤติกรรมเสี่ยง จะส่งผลให้เกิดการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) หรือโรควิถีชีวิต พิการ เสียชีวิต และสร้างภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเป็นอย่างมากจะเห็นได้ว่าสถานการณ์การเกิดผู้ป่วยโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง ในพื้นที่รพสต.ควนธานีในปี 2566 พบว่า มีผู้ป่วยความดันโลหิตสูงรายใหม่ จำนวน 19 คน ผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่ จำนวน 18 คน ซึ่งยังมีเป็นจำนวนมากที่ไม่สามารถควบคุมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลควนธานีได้เล็งเห็นความสำคัญของการติดตามดูแลกลุ่มเสี่ยงที่ยังไม่สามารถควบคุมความดันโลหิต และเบาหวานได้ โดยใช้กระบวนการติดตามกลุ่มเสี่ยงของบัดดี้ อสม.อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพไม่กลายเป็นผู้ป่วย และสามารถกลับมาเป็นกลุ่มปกติได้ จึงได้จัดทำโครงการชุมชนลดเสี่ยงลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังโดยบัดดี้ อสม. ปี 2567
-
1.เพื่อสร้างชุมชนต้นแบบ “ลดเสี่ยง ลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง” โดยใช้บัดดี้ อสม. ดูแลกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง350
๑.อัตราการเกิดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงรายใหม่ ในกลุ่มเสี่ยงลดลง
-
2.เพื่อให้มีมาตรการชุมชน “ลดเสี่ยง ลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง”ที่เป็นข้อตกลงของชุมชน370
ตัวชี้วัดความสำเร็จ
๑.อัตราการเกิดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงรายใหม่ ในกลุ่มเสี่ยงลดลง
2.มีบุคคลต้นแบบ/มาตรการของชุมชน ลดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน0
-
กลุ่มวัยทำงาน82
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง82
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1.อบรมให้ความรู้อสม.บัดดี้กลุ่มเสี่ยง
1.อบรมให้ความรู้อสม.บัดดี้กลุ่มเสี่ยง เรื่องโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากบุคคลต้นแบบ ในการลดโรค ความดันโลหิตสูงเบาหวานรวม 82 คน - ค่าวิทยากร 600 บาท 1 คน= 3,000 บาท - ค่าอาหารกลางวัน 50 บาท82 คน= 4,100 บาท - ค่าอาหารว่าง 25 บาท 82 คน 2 มื้อ= 4,100 บาท - ค่าวัสดุอุปกรณ์= 1,000บาท
รวม 11200 บาท1 มกราคม 2567 ถึง 31 มกราคม 25671.อสม.และแกนนำมีความรู้เรื่องโรคความดันโลหิตสูง เบาหวานและสามารถให้คำแนะนำ
11200 บาท -
2.จัดกิจกรรมอบรมกลุ่มเสี่ยงเรื่องการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมสุขภาพในชุมชน
จัดกิจกรรมอบรมกลุ่มเสี่ยงเรื่องการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมสุขภาพ ในชุมชน 82 คน จำนวน 2 ครั้ง
ค่าอาหารว่าง จำนวน 82 คน ๆ ละ 25 บาท 2 ครั้ง เป็นเงิน = 4,100 บาท
รวมเป็นเงิน 4100 บาท
1 กุมภาพันธ์ 2567 ถึง 31 มีนาคม 2567กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และประชาชนทั่วไปมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพได้อย่างเหมาะสมตามบริบท
4100 บาท -
3 กิจกรรม ติดตามเยี่ยมกลุ่มเสี่ยงที่บ้าน
ติดตามเยี่ยมกลุ่มเสี่ยงที่บ้าน โดยการวัดความดันโลหิต และเจาะน้ำตาลในเลือด โดยอสม.เดือนละ 1 ครั้ง
สมุดประจำตัวกลุ่มเสี่ยง จำนวน 82 เล่มๆละ 30 บาท = 2,460-ค่าเครื่องเจาะน้ำตาลในเลือด จำนวน 6 เครื่อง ๆละ 600 บาท
เป็นเงิน 3,600 บาท
• -ค่าแถบตรวจน้ำตาลกล่องละ 320 บาท 6 กล่อง เป็นเงิน 1,920 บาท
• -ค่าเข็มเจาะเลือด กล่องละ 100 บาท 6 กล่อง เป็นเงิน 600 บาท
• รวมเป็นเงิน 8,580 บาท
1 มกราคม 2567 ถึง 30 กันยายน 2567มีมาตรการของชุมชน ที่เป็นข้อตกลงและปฏิบัติเพื่อไม่เกิดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไตวายเรื้อรังรายใหม่
8580 บาท
๑. บัดดี้ อสม.,กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และประชาชนทั่วไปมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพได้อย่างเหมาะสมตามบริบท ๒. บัดดี้ อสม. และกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงไม่ป่วยเป็นโรคโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไตวายเรื้อรังรายใหม่ ๓.มีมาตรการของชุมชน ที่เป็นข้อตกลงและปฏิบัติเพื่อไม่เกิดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไตวายเรื้อรังรายใหม่
