โครงการคุ้มครองผู้บริโภคด้านอาหารปลอดภัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี
ในปัจจุปันจากสถิติการป่วยและเสียชีวิตของคนไทยป่วยด้วยโรคที่เกิดจากพฤติกรรมเป็นอันดับตัน ๆ เช่น โรคมะเร็งทุกชนิด โรคหัวใจขาดเลือต โรคส้นเลือในสมองอุดตันเป็นตัน ซึ่งสาเหตุหนึ่งมาจากการบริโภคอาหารที่ไม่ปลอดภัย มีสารปนเปื้อน อาหารที่ไม่มีมาตรฐาน อหารแปลกปลอม อาหารสุกๆดิบๆ เป็นต้น ปัญหาการคุ้มครองผู้บริโภคในปัจจุบัน พบว่าผู้ประกอบการมีความไม่เพียงพอในการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม ขาดข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ผู้ประกอบการมีแนวโน้มผ่าฝืนหรือละเลยข้อกฎหมายและบางส่วนยังไม่มีความรู้ในเรื่องของข้อกฎหมายต่างๆ และในส่วนอาหารปลอดภัย อาหารเป็นหนึ่งในปัจจัยที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต การบริโภคอาหารที่ไม่สะอาด เป็นปัญหาสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคภัยไข้เจ็บ โดยมีเชื้อโรคและสารปนเปื้อนหลายชนิดที่เป็นอันตรายถึงชีวิต หลักสำคัญในการรับประทานอาหารนอกเหนือจากรสชาติอาหารแล้ว สิ่งที่ต้องคำนึงและพิจารณาควบดูไปด้วย คือ คุณภาพความสะอาดและปราศจากสารปนเปื้อน การบริโภคอาหารเพื่อให้ได้อาหารที่สะอาดปลอดภัย ปราศจากสารปนเปื้อนนั้น จำเป็นต้องมีระบบการดูแลควบคุมตรวจสอบคุณภาพความปลอดภัยของอาหาร และสังคมในยุคโลกาภิวัตน์ ทำให้ผู้คนในสังคมต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่อความอยู่รอด การใช้ชีวิตของผู้คนคำเนินไปอย่างเร่งรีบและให้ควมสำคัญกับความสะดวกจนบางครั้ง ลืมมองถึงอันตรายที่อยู่รอบตัว การให้ความสำคัญกับความสะดวก ประหยัดเวลาจนกระทั่งละเลยความใสใจ เรื่องพิษภัยที่อยู่รอบตัว ที่เห็นได้ชัดเจนอย่างหนึ่งคือ กล่องโฟมบรรจุอาหารซึ่งเป็นสิ่งที่ตอบสนองชีวิตที่เร่งรีบได้อย่างลงตัว จนได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่ขณะเดียวกันก็มีอันตรายที่แฝงมากับกล่องโฟมที่บรรจุอาหาร นอกจากโรคภัยไข้เจ็บแล้ว ปัจจุบันจากการบริโภคอาหารและสินค้าต่างๆของมนุษย์ ก่อให้เกิดขยะขึ้นมากมาย โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์บรรจุอาหารที่ผลิตจากพลาสติก ย่อยสลายยากส่งผลต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในอนาคต เกิดปัญหาขยะลันชุมชน ปัญหามลพิษทางน้ำ อากาศ ทางทะเล และอื่นๆตามมา จึงส่งเสริมให้ลดการใช้พลาสติกประเภท single use เช่น หลอดดูด แก้วใส่เครื่องดื่ม ถุงหูหิ้ว ถุงพลาสติก เป็นต้น และส่งเสริมสนับสนุนใช้วัสดุ หรือภาชนะที่ทำจากธรรมชาติหรือผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ
งานคุ้มครองผู้บริโภคด้านสาธารณสุข เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการควบคุม กำกับ ดูแลและบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์สุขภาพและบริการสุขภาพ เช่น อาหาร ยา เครื่องสำอาง ร้านขายของชำในหมู่บ้าน เป็นต้น ซึ่งในส่วนของผลิตภัณฑ์สุขภาพและบริการสุขภาพเหล่านี้มีผู้เกี่ยวข้องหลายส่วน เช่น ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ตลอดจนผู้บริโภค โดยเฉพาะผู้บริโภคจะเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านั้น หากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีคุณภาพ ลอกกเลียนแบบ เจือปนสารอันตรายลงไป หรือหากบริกาสุขภาพนั้นไม่ได้มาตรฐานจะทำให้ผู้บริโภคได้รับผลกระทบต่อสุขภาพจนอาจทำให้เสียชีวิตได้ ร้านขายของชำในหมู่บ้าน เป็นร้านที่ผู้บริโภคจับจ่ายใช้สอยและซื้อสินค้ามากที่สุด เนื่องจากเป็นร้านที่อยู่ในหมู่บ้าน สะดวกในการซื้อสินค้า และเป็นร้านที่จำหน่ายสินค้าหลากหลายชนิด เช่น ยา เครื่องสำอาง อาหารสำเร็จรู้ป เครื่องปรุงรส อาหารแปรรูป บุหรี่และแอลกอฮอล์ แต่จากการดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภค พบว่า การใช้เครื่องอุปโภค บริโภคที่ไม่ได้มาตรฐานจากร้านขายของชำในชุมชน ไม่ว่าจะเป็น ผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องสำอางที่ไม่ได้คุณภาพ จำหน่ายให้กับประชาชนในชุมชน และยังจำหน่ายยาบางชนิดที่ไม่สามารถจำหน่ายได้ในร้านขายของชำ ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่มีความรู้ที่ชัดเจนเกี่ยวกับการเลือกผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องสำอางที่มีคุณภาพ ความรู้เรื่องประเภทของยาแต่ละชนิดที่สามารถจำหน่ายได้ในร้านขายของชำ และจำหน่ายให้กับร้านค้าในชุมชนได้ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคทั้งสิ้น จากข้อมูลการสำรวจร้านชำ ปี 2566 โดยทีมเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภค มีการตรวจร้านชำ จำนวน 33 ร้าน ร้านแผงลอย/ร้านอาหาร จำนวน 29 ร้านและโรงอาหารในโรงเรียน จำนวน 8 โรงเรียน ในพื้นที่รับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลลำไพล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลลำไพล จึงมีความจำเป็นต้องดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคในชุมชน เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ประกอบการร้านชำในชุมชน
ในการนี้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลลำไพล ได้เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าวจึงจัดทำโครงการคุ้มครองผู้บริโภคด้านอาหารปลอดภัย และผลิตภัณฑ์สุขภาพในร้านชำ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เป็นการเฝ้าระวังคุณภาพของอาหาร การพัฒนาและสร้างความรู้แก่ผู้ประกอบการ สร้างความตะหนักถึงความสำคัญความปลอดภัยของอาหารทุกกระบวนการ และเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการร้านขายของชำในหมู่บ้าน สามารถตรวจสอบและเฝ้าระวังความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์สุขภาพได้ จึงได้จัดโครงการนี้ขึ้น
-
1.ร้านแผงลอยจำหน่ายอาหารในชุมชนและโรงเรียนมีความรู้ ความเข้าใจเรื่องสุขาภิบาลอาหารอย่างถูกต้อง29.00
ร้อยละ 80 ของร้านแผงลอยจำหน่ายอาหารในชุมชนและในโรงเรียนมีความรู้ ความเข้าใจเรื่องสุขาภิบาลอาหารอย่างถูกต้อง
-
2.ผู้ประกอบการร้านขายของชำ มีความรู้เกี่ยวกับอาหาร ยา เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์สุขภาพ33.00
ร้อยละ 80 ของผู้ประกอบการร้านขายของชำ มีความรู้เกี่ยวกับอาหาร เคื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์สุขภาพ
-
ร้านขายของชำ33
-
ร้านแผงลอย/ร้านอาหาร29
-
ร้านแผงลอย/ร้านอาหาร/โรงเรียน8
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ให้ความรู้ผู้ประกอบการแผงลอยจำหน่ายอาหารในชุมชนและโรงเรียน
1.กิจกรรมให้ความรู้เรื่องสุขาภิบาลอาหารในผู้ประกอบการในชุมชนและในโรงเรียน จำนวน 37 คน
-ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน2 คนๆละ 1 ชั่วโมงๆ 600บาทเป็นเงิน 1200.00 บาท
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มจำนวน37 คนๆละ 35บาทเป็นเงิน 1295.00 บาท
-ค่าป้ายโครงการ ขนาด 2*3 เมตรจำนวน1 แผ่นๆละ 900.00 บาท
-ค่าแบบประเมินก่อนและหลังให้ความรู้/วัสดุจำนวน 37 ชุดๆละ 20บาทเป็นเงิน740.00 บาท
-ค่าผ้ากันเปื้อนกับหมวกคลุมผมจำนวน40 ชุดๆละ 230บาทเป็นเงิน9,200.00 บาท
-ค่าเกียรติบัตรผู้ผ่านการอบรม จำนวน37 คนๆละ 50 บาทเป็นเงิน 1850.00 บาท
-ค่าป้ายอาหารสะอาด รสชาติอร่อย จำนวน 37 ป้ายๆละ 300 บาทเป็นเงิน11100.00 บาท1 มกราคม 2567 ถึง 30 กันยายน 2567ผู้ประกอบการร้านอาหารแผงลอยในชุมชน และในโรงเรียนผ่านการอบรม มีความรู้และปฎิบัติได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน
26285.00 บาท -
ให้ความรู้ผู้ประกอบการร้านขายของชำในชุมชน
ให้ความรู้วิธีการเลือกซื้ออาหารและผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องสำอางที่ถูกต้องจำนวน 33 ร้าน
1.ค่าตอบแทนวิทยากรจำนวน 2 คนๆละ 1 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 1200.00 บาท
2.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มจำนวน 33 คนๆละ 1 มื้อๆละ 35 บาทเป็นเงิน 1155.00 บาท
3.ค่าแบบประเมินก่อนและหลังให้ความรู้ จำนวน 33 ชุด (ไม่ใช้งบประมาณ)
4.ค่าเกียรติบัตรผู้ผ่านการอบรมจำนวน 33 ใบๆละ 50 บาทเป็นเงิน 1650.00 บาท1 มกราคม 2567 ถึง 30 กันยายน 2567ผู้ประกอบการร้านชำมีความรู้และสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์มาจำหน่ายในร้านได้ปลอดภัย
4005.00 บาท -
ตรวจประเมินแผงลอยจำหน่ายอาหารในชุมชนและโรงเรียนให้ตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด
1.จัดทำแผนลงประเมินแผงลอย
-แผงลอยจำหน่ายอาหารในชุมชน จำนวน 29 ร้าน
- โรงอาหารโรงเรียน จำนวน 8 โรง
2. สรุปผลการประเมินให้กับแผงลอยและโรงเรียนเพื่อปรับปรุงส่วนขาด
3.รายงานผลการประเมินให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ1 มกราคม 2567 ถึง 30 กันยายน 2567แผงลอยและโรงอาหารได้รับการประเมิน ตามเกณฑ์มาตรฐาน และพัฒนาปรับปรุงส่วนขาด
0.00 บาท -
ตรวจร้านชำในชุมชน เพื่อเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์สุขภาพ
1.จัดทำแผนตรวจร้านชำ
- จำนวนร้านชำ33 ร้าน
2.ลงตรวจร้านชำ จำนวน 33 ร้าน
3.สรุปผลการประเมิน1 มกราคม 2567 ถึง 30 กันยายน 2567ร้านชำได้รับการตรวจ จำนวน 33 ร้าน
0.00 บาท -
ตรวจสารเคมีตกค้างในเลือดกลุ่มเกษตรกร
1.ค่าชุดตรวจ จำนวน 100 ชุดๆละ 17.50 บาท เป็นเงิน 1,750 บาท
2.สำลีแห้ง (ใช้วัสดุ รพ.สต.)
3.สำลีแอลกอฮอล์70% (ใช้วัสดุรพ.สต.)30 เมษายน 2567 ถึง 30 กันยายน 25671750.00 บาท
ทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยกันได้
1.ผู้ประกอบการแผงลอยในชุมชนและผู้ปรุงอาหารในโรงเรียนมีความรู้ในเรื่องสุขาภิบาลอาหาร ได้รับความปลอดภัยในการบริโภคอาหารมากขึ้น 2.ผู้ประกอบการร้านขายของชำสามารถเลือกซื้ออาหาร ยา เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์สุขภาพและบริการสินค้าสุขภาพที่มีคุณภาพมาจำหน่ายให้กับประชาชน สามารถลดปัญหาโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ฝ่าฝืนกฎหมาย และเรื่องร้องเรียนด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพในพื้นที่
