กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

tune

โครงการพัฒนาระบบบูรณาการป้องกันและควบคุมโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน รพ.สต.ปันแต ปีงบประมาณ 2567

กองทุนสุขภาพตำบล อบต.ปันแต
stars
1. ชื่อโครงการ/กิจกรรม
โครงการพัฒนาระบบบูรณาการป้องกันและควบคุมโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน รพ.สต.ปันแต ปีงบประมาณ 2567
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปันแต
หมู่ที่ 1-13 ตำบลปันแต อำเภอควนขนุนจังหวัดพัทลุง
คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
2. ความสอดคล้องกับแผนงาน
คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
3. สถานการณ์
format_list_bulleted_add
สถานการณ์ปัญหา
  1. ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน
    24.11

     

  2. ร้อยละประชาชนที่มีอายุ 35 ปี ขึ้นไป ได้รับการคัดกรองโรคเบาหวาน
    94.13

     

  3. ร้อยละผู้ป่วยเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี
    46.69

     

  4. ร้อยละประชาชนที่มีอายุ 35 ปี ขึ้นไป ได้รับการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง
    93.26

     

  5. ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง
    25.12

     

  6. ร้อยละผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมความดันโลหิตได้ดี
    64.96

     

  7. ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง (CVA)
    14.86

     

description
สถานการณ์ หลักการและเหตุผล หรือ ที่มาของการทำโครงการ เพิ่มเติม

โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(NCDs) เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยด้วยพบว่าอัตราชุกของโรคเหล่านี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมององค์การอนามัยโลก (WHO)รายงานว่า ในปี 2552 ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีจำนวน 108 ล้านคน เพิ่มขึ้นเป็น 422ล้านคน ในปี 2557 มีผู้เสียชีวิตจากโรคเบาหวาน 1.5 ล้านคน นอกจากนี้ ยังพบว่าประชากรทั่วโลกที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ป่วยด้วยโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 4.7 เป็นร้อยละ 8.5 หรือเมื่อเปรียบเทียบแล้ว พบว่า ปัจจุบันประชากรวัยผู้ใหญ่ 1 ใน 11 คนป่วยเป็นโรคเบาหวาน จากการกำเนินงานเพื่อตอบสนอง Service Plan สาขาโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในปีงบประมาณ 2566 พบว่าจังหวัดพัทลุงมีอัตราตายของผู้ป่วยเบาหวานร้อยละ 3.95อำเภอควนขนุนมีอัตราตาย ร้อยละ 4.39 และ มีแนวโน้มผู้ป่วยโรคเบาหวานสูงขึ้นทุกๆปี จากสถิติตั้งแต่ 2561 – 2566ความชุกของผู้ป่วยเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นดังนี้ 4.615, 5.158, 5.483, 5.481 ต่อแสนประชากร ตามลำดับเนื่องมาจากปัจจัยเสี่ยงที่คุกคามภาวะสุขภาพเช่นพฤติกรรมการดำรงชีวิตที่อาจทำให้เกิดความเครียด ภาวะโภชนาการเกินการขาดการออกกำลังกาย จากสถิติการเกิดโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงของ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปันแตอำเภอควนขนุนจังหวัดพัทลุงพบว่าประชากรอายุ 35ปี ขึ้นไปที่ยังไม่เป็นเบาหวานจำนวน 2,352 คน ได้รับการคัดกรองเจาะน้ำตาลปลายนิ้วจำนวน 2,214 คนคิดเป็นร้อยละ 94.13 เป็นกลุ่มเสี่ยงจำนวน 534 คน พบผู้ป่วยรายใหม่จำนวน 20 คนคิดเป็นร้อยละ3.74 ในส่วนของผู้ป่วยเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีจำนวน 169 คนคิดเป็นร้อยละ 46.69 สำหรับการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงพบว่าประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไปที่ยังไม่เป็นโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 1,959 คนได้รับการคัดกรอง จำนวน 1,827คนคิดเป็นร้อยละ 93.26 เป็นกลุ่มเสี่ยงจำนวน 459 คนพบผู้ป่วยรายใหม่จำนวน 61คนคิดเป็นร้อยละ 13.28 ในส่วนของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดีจำนวน 508 คนคิดเป็นร้อยละ 64.96 เพื่อให้การดำเนินงานการป้องกันและควบคุมจัดการงานโรคไม่ติดต่อเรื่อรัง NCDs เป็นไปอย่างต่อเนื่อง เราต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของภาคีเครือข่ายสุขภาพรวมทั้งประชาชนเพื่อพัฒนาระบบบูรณาการการป้องกันและควบคุมจัดการโรคเบาหวาน/โรคความดันโลหิตสูงเพื่อลดอุบัติการณ์การเกิดผู้ป่วยรายใหม่ลดภาวะแทรกซ้อนจากโรครวมทั้งการลดอัตราตายจากภาวะแทรกซ้อนของโรคอีกด้วย ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปันแต จึงจัดทำโครงการพัฒนาระบบบูรณาการป้องกันและควบคุมโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปันแต ปีงบประมาณ 2567 ขึ้นเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนทั่วไปและผู้ป่วยมีความตระหนักและสร้างความรอบรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3 อ2 ส เพื่อให้ประชาชนสามารถป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตได้

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
4. วัตถุประสงค์และตัวชี้วัด
  1. เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน
    25.00

    ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานลดลง

  2. เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง (CVA)
    4.00

    ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง (CVA) ลดลง

  3. เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายเข้าถึงบริการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน
    96.00

    ร้อยละประชาชนกลุ่มเป้าหมายเข้าถึงบริการคัดกรองโรคความดันและโรคเบาหวาน

  4. เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี
    50.00

    ร้อยละของผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีไม่น้อยกว่าร้อยละ 50

  5. เพื่อให้ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดี
    60.00

    ร้อยละของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดีไม่น้อยกว่าร้อยละ 60

 

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
5. กลุ่มเป้าหมาย
format_list_bulleted_add
กลุ่มเป้าหมาย
  1. กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
    315
  2. กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง
    50
description
รายละเอียดกลุ่มเป้าหมายเพิ่มเติม

 

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
6. ระยะเวลาดำเนินงาน
1 มีนาคม 2567 31 สิงหาคม 2567
คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
7. วิธีการดำเนินงาน
  • กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
  • งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
sports_handball
กิจกรรมที่จะดำเนินการ
  1. กิจกรรม อบรมให้ความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง/เบาหวาน

    กิจกรรม อบรมให้ความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง/เบาหวาน
    1. จัดหากลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง/เบาหวาน เพื่อเข้าร่วมโครงการ 2. จัดหาวิทยากรให้ความรู้เรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3.จัดอบรให้ความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพโรคความดันโลหิตสูง/เบาหวาน จำนวน 1 วัน 4. ประเมินภาวะสุขภาพหลังปรับเปลี่ยนพฤติกรรม-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมอบรมและผู้จัด จำนวน 220 คน x 1 มื้อ x 25 บาทเป็นเงิน 5,500 บาท

    1 มีนาคม 2567 ถึง 31 สิงหาคม 2567
    • ผลผลิต จำนวนผู้เข้ารับการอบรมครบตามเป้าหมาย

    • ผลลัพธ์ ลดการเกิดโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง รายใหม่

    5500.00 บาท
  2. 5.2 สร้างกระแสในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รักสุขภาพ รายละเอียด กิจกรรม1. ประชาสัมพันธ์รณรงค์การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รักสุขภาพในกลุ่มเสี่ยง/สงสัยเป็น โรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน2. จัดกิจกรรมสร้างกระแสการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รักสุขภาพโดยการ

    5.2 สร้างกระแสในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รักสุขภาพ รายละเอียด กิจกรรม1. ประชาสัมพันธ์รณรงค์การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รักสุขภาพในกลุ่มเสี่ยง/สงสัยเป็น โรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน 2. จัดกิจกรรมสร้างกระแสการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รักสุขภาพโดยการออกกำลังกาย แบบแอโรบิค 3. ตรวจสุขภาพกลุ่มเสี่ยง/สงสัยเป็นโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานที่สมัครใจ เข้าร่วมกิจกรรมรักสุขภาพสร้างกระแสในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รักสุขภาพโดยการรณรงค์การออกกำลังกายและตรวจสุขภาพ เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมรักสุขภาพ

    1. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม สำหรับวิทยากรและผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน 55 คน x 1 มื้อ x
      5 วัน x 25 บาทเป็นเงิน 6,875บาท
    2. ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 15 ชั่วโมง ๆ ละ 300 บาทเป็นเงิน 4,500 บาท
    3. ค่าอุปกรณ์ออกกำลังกาย (ตาราง 9 ช่อง) จำนวน 20 แผ่น x 100บาท
      เป็นเงิน 2,000 บาท
    1 มีนาคม 2567 ถึง 31 สิงหาคม 2567
    • ผลผลิต จำนวนกลุ่มเสี่ยง/กลุ่มสงสัยเป็นโรคเบาหวาน/โรคความดันโลหิตสูง เข้าร่วมกิจกรรม

    ครบตามจำนวน

    • ผลลัพธ์ กลุ่มเสี่ยง/กลุ่มสงสัยเป็นโรคเบาหวาน/โรคความดันโลหิตสูง สามารถควบคุมระดับ

    ความดันและระดับน้ำตาลได้

    13375.00 บาท
  3. 5.2 กิจกรรม ให้ความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ป่วยเบาหวาน/โรคความดันโลหิตสูง ในวันคลินิกโรคผู้ป่วยเรื้อรัง
    1. กิจกรรม ให้ความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ป่วยเบาหวาน/โรคความดันโลหิตสูง ในวันคลินิกโรคผู้ป่วยเรื้อรัง

    2. ให้ความรู้เรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน ในวันรับบริการคลินิกโรคเรืัอรัง ทุกวันจันทร์ โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข

    1 มีนาคม 2567 ถึง 31 สิงหาคม 2567
    • ผลผลิต จำนวนผู้เข้ารับการอบรมครบตามเป้าหมาย

    • ผลลัพธ์ 1. ผู้ป่วยโรคเรื้อรังมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี

      1. ผู้ป่วยสามารถควบคุมระดับความดันและระดับน้ำตาลได้ดี
    0.00 บาท
  4. 5.3 สื่อสารความเสี่ยง ป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง

    กิจกรรม 1. ประชาสัมพันธ์สื่อสารความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองสัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมอง

    2.ประเมิน CVD risk ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง

    1. ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่มีความเสี่ยง CVD risk ได้รับการปรับเปลี่ยน

    พฤติกรรมอย่างเข้มข้นและติดตามเยี่ยมบ้านจนมีพยาธิสภาพดีขึ้น

    1. ค่าป้ายไวนิลโรลอัพ ขนาดไม่น้อยกว่า 60x 160 ซม. พร้อมขาตั้ง จำนวน 1 ชุด

    เป็นเงิน 1,000 บาท

    1 มีนาคม 2567 ถึง 31 สิงหาคม 2567
    • ผลผลิต 1.จำนวนผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ได้รับการประเมิน CVD risk

      2.จำนวนผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

      • ผลลัพธ์ 1.จำนวนผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ควบคุมระดับความดันและระดับน้ำตาล

    ได้ดี

    1. จำนวนผู้ป่วยโรความดันโลหิตสูง/เบาหวาน มีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี
    1000.00 บาท
description
วิธีการดำเนินงานเพิ่มเติม

 

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
8. งบประมาณโครงการ
description
หมายเหตุ

 

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
9. ผลการดำเนินงานที่คาดหวัง
format_list_bulleted_add
ผลจากการดำเนินโครงการท่านคาดว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร?
  1. ร้อยละของประชากรกลุ่มเป้าหมายมีความเสี่ยงโรคเบาหวานลดลง
    1. ร้อยละของผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีไม่น้อยกว่าร้อยละ 50
    2. ร้อยละของผู้ป่วยโรความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดีไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80
คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
10. เอกสารประกอบโครงการ
คะแนน:
1
2
3
4
5
กัจดา สร้อยทองโครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2567 20:31 น. แก้ไขล่าสุดเมื่อ 28 ก.พ. 2567 14:47 น.
คะแนน:
1
2
3
4
5