โครงการพัฒนาระบบบูรณาการป้องกันและควบคุมโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน รพ.สต.ปันแต ปีงบประมาณ 2567
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน24.11
-
ร้อยละประชาชนที่มีอายุ 35 ปี ขึ้นไป ได้รับการคัดกรองโรคเบาหวาน94.13
-
ร้อยละผู้ป่วยเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี46.69
-
ร้อยละประชาชนที่มีอายุ 35 ปี ขึ้นไป ได้รับการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง93.26
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง25.12
-
ร้อยละผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมความดันโลหิตได้ดี64.96
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง (CVA)14.86
โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(NCDs) เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยด้วยพบว่าอัตราชุกของโรคเหล่านี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมององค์การอนามัยโลก (WHO)รายงานว่า ในปี 2552 ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีจำนวน 108 ล้านคน เพิ่มขึ้นเป็น 422ล้านคน ในปี 2557 มีผู้เสียชีวิตจากโรคเบาหวาน 1.5 ล้านคน นอกจากนี้ ยังพบว่าประชากรทั่วโลกที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ป่วยด้วยโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 4.7 เป็นร้อยละ 8.5 หรือเมื่อเปรียบเทียบแล้ว พบว่า ปัจจุบันประชากรวัยผู้ใหญ่ 1 ใน 11 คนป่วยเป็นโรคเบาหวาน จากการกำเนินงานเพื่อตอบสนอง Service Plan สาขาโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในปีงบประมาณ 2566 พบว่าจังหวัดพัทลุงมีอัตราตายของผู้ป่วยเบาหวานร้อยละ 3.95อำเภอควนขนุนมีอัตราตาย ร้อยละ 4.39 และ มีแนวโน้มผู้ป่วยโรคเบาหวานสูงขึ้นทุกๆปี จากสถิติตั้งแต่ 2561 – 2566ความชุกของผู้ป่วยเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นดังนี้ 4.615, 5.158, 5.483, 5.481 ต่อแสนประชากร ตามลำดับเนื่องมาจากปัจจัยเสี่ยงที่คุกคามภาวะสุขภาพเช่นพฤติกรรมการดำรงชีวิตที่อาจทำให้เกิดความเครียด ภาวะโภชนาการเกินการขาดการออกกำลังกาย จากสถิติการเกิดโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงของ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปันแตอำเภอควนขนุนจังหวัดพัทลุงพบว่าประชากรอายุ 35ปี ขึ้นไปที่ยังไม่เป็นเบาหวานจำนวน 2,352 คน ได้รับการคัดกรองเจาะน้ำตาลปลายนิ้วจำนวน 2,214 คนคิดเป็นร้อยละ 94.13 เป็นกลุ่มเสี่ยงจำนวน 534 คน พบผู้ป่วยรายใหม่จำนวน 20 คนคิดเป็นร้อยละ3.74 ในส่วนของผู้ป่วยเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีจำนวน 169 คนคิดเป็นร้อยละ 46.69 สำหรับการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงพบว่าประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไปที่ยังไม่เป็นโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 1,959 คนได้รับการคัดกรอง จำนวน 1,827คนคิดเป็นร้อยละ 93.26 เป็นกลุ่มเสี่ยงจำนวน 459 คนพบผู้ป่วยรายใหม่จำนวน 61คนคิดเป็นร้อยละ 13.28 ในส่วนของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดีจำนวน 508 คนคิดเป็นร้อยละ 64.96 เพื่อให้การดำเนินงานการป้องกันและควบคุมจัดการงานโรคไม่ติดต่อเรื่อรัง NCDs เป็นไปอย่างต่อเนื่อง เราต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของภาคีเครือข่ายสุขภาพรวมทั้งประชาชนเพื่อพัฒนาระบบบูรณาการการป้องกันและควบคุมจัดการโรคเบาหวาน/โรคความดันโลหิตสูงเพื่อลดอุบัติการณ์การเกิดผู้ป่วยรายใหม่ลดภาวะแทรกซ้อนจากโรครวมทั้งการลดอัตราตายจากภาวะแทรกซ้อนของโรคอีกด้วย ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปันแต จึงจัดทำโครงการพัฒนาระบบบูรณาการป้องกันและควบคุมโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปันแต ปีงบประมาณ 2567 ขึ้นเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนทั่วไปและผู้ป่วยมีความตระหนักและสร้างความรอบรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3 อ2 ส เพื่อให้ประชาชนสามารถป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตได้
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน25.00
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง (CVA)4.00
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง (CVA) ลดลง
-
เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายเข้าถึงบริการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน96.00
ร้อยละประชาชนกลุ่มเป้าหมายเข้าถึงบริการคัดกรองโรคความดันและโรคเบาหวาน
-
เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี50.00
ร้อยละของผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีไม่น้อยกว่าร้อยละ 50
-
เพื่อให้ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดี60.00
ร้อยละของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดีไม่น้อยกว่าร้อยละ 60
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง315
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรม อบรมให้ความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง/เบาหวาน
กิจกรรม อบรมให้ความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง/เบาหวาน
1. จัดหากลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง/เบาหวาน เพื่อเข้าร่วมโครงการ 2. จัดหาวิทยากรให้ความรู้เรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3.จัดอบรให้ความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพโรคความดันโลหิตสูง/เบาหวาน จำนวน 1 วัน 4. ประเมินภาวะสุขภาพหลังปรับเปลี่ยนพฤติกรรม-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมอบรมและผู้จัด จำนวน 220 คน x 1 มื้อ x 25 บาทเป็นเงิน 5,500 บาท1 มีนาคม 2567 ถึง 31 สิงหาคม 2567ผลผลิต จำนวนผู้เข้ารับการอบรมครบตามเป้าหมาย
ผลลัพธ์ ลดการเกิดโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง รายใหม่
5500.00 บาท -
5.2 สร้างกระแสในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รักสุขภาพ รายละเอียด กิจกรรม1. ประชาสัมพันธ์รณรงค์การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รักสุขภาพในกลุ่มเสี่ยง/สงสัยเป็น โรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน2. จัดกิจกรรมสร้างกระแสการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รักสุขภาพโดยการ
5.2 สร้างกระแสในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รักสุขภาพ รายละเอียด กิจกรรม1. ประชาสัมพันธ์รณรงค์การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รักสุขภาพในกลุ่มเสี่ยง/สงสัยเป็น โรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน 2. จัดกิจกรรมสร้างกระแสการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รักสุขภาพโดยการออกกำลังกาย แบบแอโรบิค 3. ตรวจสุขภาพกลุ่มเสี่ยง/สงสัยเป็นโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานที่สมัครใจ เข้าร่วมกิจกรรมรักสุขภาพสร้างกระแสในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รักสุขภาพโดยการรณรงค์การออกกำลังกายและตรวจสุขภาพ เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมรักสุขภาพ
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม สำหรับวิทยากรและผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน 55 คน x 1 มื้อ x
5 วัน x 25 บาทเป็นเงิน 6,875บาท - ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 15 ชั่วโมง ๆ ละ 300 บาทเป็นเงิน 4,500 บาท
- ค่าอุปกรณ์ออกกำลังกาย (ตาราง 9 ช่อง) จำนวน 20 แผ่น x 100บาท
เป็นเงิน 2,000 บาท
1 มีนาคม 2567 ถึง 31 สิงหาคม 2567- ผลผลิต จำนวนกลุ่มเสี่ยง/กลุ่มสงสัยเป็นโรคเบาหวาน/โรคความดันโลหิตสูง เข้าร่วมกิจกรรม
ครบตามจำนวน
- ผลลัพธ์ กลุ่มเสี่ยง/กลุ่มสงสัยเป็นโรคเบาหวาน/โรคความดันโลหิตสูง สามารถควบคุมระดับ
ความดันและระดับน้ำตาลได้
13375.00 บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม สำหรับวิทยากรและผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน 55 คน x 1 มื้อ x
-
5.2 กิจกรรม ให้ความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ป่วยเบาหวาน/โรคความดันโลหิตสูง ในวันคลินิกโรคผู้ป่วยเรื้อรัง
กิจกรรม ให้ความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ป่วยเบาหวาน/โรคความดันโลหิตสูง ในวันคลินิกโรคผู้ป่วยเรื้อรัง
ให้ความรู้เรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน ในวันรับบริการคลินิกโรคเรืัอรัง ทุกวันจันทร์ โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
1 มีนาคม 2567 ถึง 31 สิงหาคม 2567ผลผลิต จำนวนผู้เข้ารับการอบรมครบตามเป้าหมาย
ผลลัพธ์ 1. ผู้ป่วยโรคเรื้อรังมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี
- ผู้ป่วยสามารถควบคุมระดับความดันและระดับน้ำตาลได้ดี
0.00 บาท -
5.3 สื่อสารความเสี่ยง ป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง
กิจกรรม 1. ประชาสัมพันธ์สื่อสารความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองสัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมอง
2.ประเมิน CVD risk ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
- ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่มีความเสี่ยง CVD risk ได้รับการปรับเปลี่ยน
พฤติกรรมอย่างเข้มข้นและติดตามเยี่ยมบ้านจนมีพยาธิสภาพดีขึ้น
- ค่าป้ายไวนิลโรลอัพ ขนาดไม่น้อยกว่า 60x 160 ซม. พร้อมขาตั้ง จำนวน 1 ชุด
เป็นเงิน 1,000 บาท
1 มีนาคม 2567 ถึง 31 สิงหาคม 2567ผลผลิต 1.จำนวนผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ได้รับการประเมิน CVD risk
2.จำนวนผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
- ผลลัพธ์ 1.จำนวนผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ควบคุมระดับความดันและระดับน้ำตาล
ได้ดี
- จำนวนผู้ป่วยโรความดันโลหิตสูง/เบาหวาน มีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี
1000.00 บาท
- ร้อยละของประชากรกลุ่มเป้าหมายมีความเสี่ยงโรคเบาหวานลดลง
- ร้อยละของผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีไม่น้อยกว่าร้อยละ 50
- ร้อยละของผู้ป่วยโรความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดีไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80
