โครงการพัฒนารูปแบบการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในกลุ่มเสี่ยงสูง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านควนเคี่ยม
-
นายกิตติพงษ์กาญจนูปถัมภ์
-
นางเปรมใจชูดวง
-
นางสาววรรณิสานพรัตน์
-
นางณัฐติกาพุทธพงศ์
-
นางสาวอังคณาศักดิ์ยิ้ม
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA)35.00
-
ร้อยละของผู้ป่วยเบาหวาน และ/หรือ ความดันโลหิตสูง ตำบลฝาละมี ที่มีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือสมอง (CVD Risk ≥ 20%)35.00
โรคหลอดเลือดสมองเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญระดับโลก เป็นสำเหตุการเสียชีวิตอันดับ 2 ของโลก มีผู้ป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมองทั่วโลก จำนวน 101 ล้านคน เป็นผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 12 ล้านคน และเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมอง จำนวน 6.5 ล้านคน สำหรับระเทศไทย จากสถิติของกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2566 พบผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง จำนวน 349,126 ราย เสียชีวิต จานวน 36,214 ราย พบเพศชายมากกว่าเพศหญิง ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มีอายุน้อยกว่า 70 ปี โรคความดันโลหิตสูงเปนปจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดสมองที่สำคัญ เป็นอันดับ 2 จากการศึกษาฟรามิงแฮม (Framingham) พบความเสี่ยงสัมพัทธ์ (Relative risk) ของการเกิดโรคหลอดเลือดสมองเมื่อปรับตามอายุ ในผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตมากกว่า 160/95 มม.ปรอท เทากับ 3.1 ในผู้ชาย และเท่ากับ 2.9 ในผู้หญิง นอกจากนี้ พบว่า เมื่อความดันโลหิตซิสโตลิก (systolic) เพิ่มขึ้น 10 มม.ปรอท จะมีความเสี่ยงสัมพัทธ์ของการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง เท่ากับ 1.9 ในเพศชาย และ 1.7 ในเพศหญิง การควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ใกล้เคียงเกณฑ์ปกติมากที่สุด ไม่เกิน 140/90 มม.ปรอท ) เป็นการแก้ไขปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน ซึ่งอาจใช้การปรับเปลี่ยนวิถีการดาเนินชีวิตเพียงอย่างเดียว หรือการใช้ยาร่วมดวย การปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตที่สำคัญ ได้แก่การลดน้ำหนัก การจำกัด โซเดียม ไม่เกินวันละ 2,300 มก. การรับประทานอาหารเพื่อควบคุมความดันโลหิตสูง (Dietary Approaches to Stop Hypertension: DASH) การออกกำลังกาย การจำกัดแอลกอฮอล์การใช้เทคนิคการผ่อนคลาย การหยุดสูบบุหรี่ โดยผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง บางส่วนจะเป็นโรคความดันโลหิตสูงร่วมด้วย เพราะถ้ามีความดันโลหิตที่สูงเป็นระยะเวลานานอาจทำให้หลอดเลือดแดงตีบแคบมากขึ้นและอุดตัน เกิดหลอดเลือดสมองตีบ หรือแตก ก่อให้เกิดความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลาง การควบคุมความดันโลหิตในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงให้อยูในระดับปกติ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วย ป้องกันภาวะแทรกซ้อนของโรคความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดสมองได้ และจากการทบทวนวรรณกรรมเกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง พบว่า โรคความดันโลหิตสูงสามารถป้องกันได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยง ซึ่งจำเป็นต้องได้ รับการส่งเสริม หรือพัฒนาให้เกิดความรอบรู้ และทักษะในการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง จึงเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ดีได้ ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพของกลุ่มผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ให้สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ตัดสินใจเลือก และปฏิบัติตนในการดูแลสุขภาพ เพื่อป้องกันการเกิดโรค และลดจำนวนผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลบ้านควนเคี่ยม เป็นหน่วยบริการสุขภาพระดับพื้นที่ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนในกลุ่มผู้ป่วยความดันโลหิตสูง จึงได้จัดทำโครงการพัฒนารูปแบบการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในกลุ่มเสี่ยงสูง เพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในเขตรับผิดชอบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลบ้านควนเคี่ยม ตำบลฝาละมี อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ และป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในกลุ่มเสี่ยงสูงต่อไป
-
เพื่อให้ความรู้ในการดูแลตนเองในการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองแก่กลุ่มเสี่ยงสูง0.00
กลุ่มเสี่ยงสูงมีความรู้ในการดูแลตนเอง เพื่อการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง ร้อยละ 85
-
2.เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงสูงสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ในการป้องกันโรคหลอดเลือสมองได้0.00
กลุ่มเสี่ยงสูงสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ในการป้องกันโรคหลอดเลือสมองได้ ร้อยละ 85
-
เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองในกลุ่มเสี่ยงสูง0.00
ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดสมองให้น้อยกว่า ร้อยละ 20
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง30
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง20
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1.จัดทำโครงการ และเสนอเพื่อขออนุมัติ1 เมษายน 2567 ถึง 30 กันยายน 25670.00 บาท
-
2.จัดทำทะเบียนกลุ่มเป้าหมาย1 เมษายน 2567 ถึง 30 กันยายน 25670.00 บาท
-
3.การจัดกิจกรรมตามโปรแกรมป้องกนโรคหลอดเลือดสมองครั้งที่่1 “ใครเสี่ยง เสี่ยงอย่างไร โรคหลอดเลือดสมองน่ากลัวหรือไม่”ในการให้ความรู้เรื่องความเสี่ยงและความรุนแรงของการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง
1.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 50 คน จำนวน 2 มื้อ ๆ ละ 25 บาท เป็นเงิน2,500 บาท 2.ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 50 คน จำนวน 1 มื้อ ๆ ละ 70 บาท เป็นเงิน3,500 บาท 3.ค่าวิทยากร จำนวน 3 คน ๆ ละ 2 ชั่วโมง ๆ ละ 300 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท 4. ค่าป้ายไวนิลโครงการฯ ขนาด 2 x 2.5 ตรม.ๆ ละ 200 บาท จำนวน 1 แผ่นๆ ละ 1,000 บาท เป็นเงิน 1,000 บาท 5. ค่าจ้างถ่ายเอกสารแแบบประเมินความเสี่ยง แบบติดตามการดูแลสุขภาพ แบบสอบถามความรู้ ความเสี่ยงและความรุนแรงของการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง แลพฤติกรรมสุขภาพของกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง (ตลอดโครงการ ตั้งแต่ให้ความรู้ การติดตาม และการประเมินผล) เป็นเงิน 2,000 บาท 6. ค่าวัสดุในการจัดทำโครงการ (ปากกา,แฟ้ม) จำนวน 50 ชุด ๆ ละ 30 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท
1 เมษายน 2567 ถึง 30 กันยายน 2567มีผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 50 คน / และมีความรู้เรื่องความเสี่ยงและความรุนแรงของการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง อย่างน้อยร้อยละ 85
12300.00 บาท -
4.การจัดกิจกรรมตามโปรแกรมป้องกันโรคหลอดเลือดสมองครั้งที่ 2 “ปฏิบัติดี...มีประโยชน์อย่างไร อุปสรรคมี...จัดการอย่างไร” ในเรื่่องการรับรู้ประโยชน์และอุปสรรคของการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกนโรคหลอดเลือดสมอง
1.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 50 คน จำนวน 2 มื้อ ๆ ละ 25 บาท เป็นเงิน2,500 บาท 2.ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 50 คน จำนวน 1 มื้อ ๆ ละ 70 บาท เป็นเงิน3,500 บาท 3.ค่าวิทยากร จำนวน 2 คน ๆ ละ 2 ชั่วโมง ๆ ละ 300 บาท เป็นเงิน 1,200 บาท
1 เมษายน 2567 ถึง 30 กันยายน 2567มีผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 50 คน / และมีเรื่่องการรับรู้ประโยชน์และอุปสรรคของการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกนโรคหลอดเลือดสมอง อย่างน้อยร้อยละ 85
7200.00 บาท -
การจัดกิจกรรมตามโปรแกรมป้องกันโรคหลอดเลือดสมองครั้งที่ 3 “กําจัดอุปสรรค...มีวิธีปฏิบัติอย่างไร”เรื่องทบทวนและหาแนวทางปฏิบัติ ในการป้องกนโรคหลอดเลือดสมองเรื่ องติดตามและทบทวนผลการ ปฏิบัติในการป้องกนโรคหลอดเลือดสมอง
1.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 50 คน จำนวน 2 มื้อ ๆ ละ 25 บาท เป็นเงิน1,250 บาท 2.ค่าวิทยากร จำนวน 1 คน จำนวน 2 ชั่วโมง ๆ ละ 300 บาท เป็นเงิน 600 บาท 3.เครื่องวัดปริมาณโซเดียมในอาหาร จำนวน 2 เครื่อง ๆ ละ 1,600 บาท เป็นเงิน 3,200 บาท
1 เมษายน 2567 ถึง 30 กันยายน 2567มีผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 50 คน / และมีแนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกนโรคหลอดเลือดสมอง
5050.00 บาท -
การจัดกิจกรรมตามโปรแกรมป้องกันโรคหลอดเลือดสมองครั้งที่ 4 “ปฏิบัติได้ผลอย่างไร...ให้กําลังใจ...หาทางออก”เรื่่องติดตามและทบทวนผลการปฏิบัติในการป้องกนโรคหลอดเลือดสมอง
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 50 คน จำนวน 1 มื้อ ๆ ละ 25 บาท เป็นเงิน1,250 บาท
1 เมษายน 2567 ถึง 30 กันยายน 2567มีผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 50 คน / และมีการติดตามและทบทวนผลการปฏิบัติในการป้องกนโรคหลอดเลือดสมอง
1250.00 บาท -
การจัดกิจกรรมตามโปรแกรมป้องกันโรคหลอดเลือดสมองครั้งที่ 5 “ปฏิบัติได้ผลอย่างไร....ให้กําลังใจถึงบ้าน” โดยติดตามเป็นกลุ่มในชุมชนและประเมินผลจากกลุ่มเสี่ยงสูง และญาติ/ผู้ดูแลในสัปดาห์ที่ 5-7
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 50 คน จำนวน 1 มื้อ ๆ ละ 25 บาท เป็นเงิน1,250 บาท
1 เมษายน 2567 ถึง 30 กันยายน 2567การติดตามเยี่ยมบ้านกลุ่มเสี่ยงสูงเป็นรายบุคคล
1250.00 บาท -
การจัดกิจกรรมตามโปรแกรมป้องกันโรคหลอดเลือดสมองครั้งที่ 6 ปฏิบัติได้ดี...มีกําลังใจ...ทําต่อไปเพื่อป้องกัน การติดตามการปฏิบัติเพื่อป้องกนโรคหลอดเลือดสมอง ั โดยการออกติดตามเยี่ยมบ้านเป็นรายบุคคลในสัปดาห์ที่ 8-9 โดยกลุ่มเสี่ยงสูงจะต้องได้รับการติดตามเยี่ยมบ้1 เมษายน 2567 ถึง 30 กันยายน 2567
การติดตามเยี่ยมบ้านกลุ่มเสี่ยงสูงเป็นรายบุคคล
0.00 บาท -
สรุปการดําเนินกิจกรรมและประเมินผล
1.สรุปการปฏิบัติตามโครงการร่วมกับกลุ่มเสี่ยงสูง ญาติ/ผู้ดูแล ซักถามข้อสงสัยPost-test 2. กิจกรรม สรุปและประเมินผลโครงการร่วมกบกลุ่มเสี่ยงสูงและญาติ/ผู้ดูแล ทําแบบสัมภาษณ์ตามแบบสัมภาษณ์ความรู้เรื่องโรคหลอดเลือดสมอง การรับรู้ความเสี่ยง การรับรู้ความรุนแรง การรับรู้ประโยชน์และอุปสรรคของการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกนโรคหลอดเลือดสมองและแรงสนับสนุนทางสังคมของกลุ่มเสี่ยงสูง(Post-test)หลังโครงการศึกษา ซักถามข้อสงสัย ปิดโครงการ 3.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ จำนวน 50 คน จำนวน 1 มื้อ ๆ ละ 25 บาท เป็นเงิน 1,250 บาท
ถึงสรุปผลการดำเนินโครงการ
1250.00 บาท
- กลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองมีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมในการป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดสมองมากขึ้น
- มีโปรแกรมป้องกนโรคหลอดเลือดสมองของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านควนเคี่ยม
- ผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมระดับนํ้าตาลและความดันโลหิตได้
- อุบัติการณ์การเกิดโรคหลอดเลือดสมองในพื้นที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านควนเคี่ยมลดง
