โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ในกลุมเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน ชุมชนเทศบาลตำบลยะรัง ปี 2567
-
นางสาวนูรีซันมะแซ
-
พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ
ปัจจุบันทั่วโลกให้ความสำคัญกับการจัดการโรคไม่ติดต่อเรื้อรังมากขึ้น เนื่องจากสภาวะความเป็นอยู่และวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปทำให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้มีจำานวนเพิ่มมาก โดยเฉพาะใน 4 โรคสำคัญคือโรคหัวใจและหลอดเลือด (CVD), โรคเบาหวาน, โรคมะเร็ง และโรคทางเดินหายใจเรื้อรังเป็น4โรคไม่ติดต่อสำคัญที่เป็นภัยเงียบคร่าชีวิตประชากร ทั่วโลกถึงร้อยละ 85 ของการเสียชีวิตจากกลุ่มโรคไม่ติดต่อทั้งหมด โดยเฉพาะภาวะความดันโลหิตสูงนั้น ไม่เพียงแต่นำไปสู่ทั้ง 4 โรคไม่ติดต่อ ที่กล่าวมานั้น แต่ยังเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคไตเรื้อรัง (Chronickidney disease: CKD) โดยร้อยละ 40 ของผู้ป่วยเบาหวาน และ ร้อยละ 20ของผู้ป่วย ความดันโลหิตสูง มีโอกาสเกิดไตเรื้อรังได้ในอนาคตต่อไปและยังมีรายงานว่าทั่วโลก มีผู้ที่มีความดันโลหิตสูงมากถึงกว่า 1,000 ล้านคนโดย2 ใน 3 เป็นประชากร ในประเทศกำลังพัฒนาและได้คาดการณ์ว่าในปีพ.ศ.2568(ค.ศ. 2025) ประชากรวัยผู้ใหญ่ทั่วทั้งโลกจะป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง 1.56 พันล้านคนเบาหวาน เป็นโรคเรื้อรังที่เป็นปัญหาสาธารณสุขทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย เนื่องจากมีความชุกและอุบัติการณ์ของโรคเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการประเมิน สถานการณ์ผู้ป่วยเบาหวานของ สหพันธ์เบาหวานนานาชาติ (International Diabetes Federation: IDF, 2011) พบว่า มีผู้ป่วยเบาหวานทั่วโลกในปี พ.ศ. 2553จำานวน 366 ล้านคน หรือประมาณ ร้อยละ 8.3 ของประชากรวัยผู้ใหญ่ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิต จากโรคเบาหวานถึง 4.6 ล้านคน และคาดว่าจะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็น552 ล้านคนใน ปี พ.ศ. 2573 ซึ่งหมายถึง มีมากกว่า 3 คน ที่ถูกวินิจฉัยว่า เป็นโรคเบาหวานในทุกๆ 10 วินาที สำาหรับประเทศไทยพบว่า อัตราป่วยด้วยโรคเบาหวานได้เพิ่มขึ้นจาก 277.7 ต่อประชากรแสนคนในปี พ.ศ. 2544 เป็น 954.2 ต่อประชากรแสนคนในปี พ.ศ. 2553 หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 3.4 เท่าและโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงนอกจากเป็นสาเหตุการตายที่สำคัญ ยังเป็นสาเหตุในการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นตามระบบต่างๆ ของร่างกายที่สำคัญ ได้แก่หลอดเลือดสมองและหัวใจตาไตและเท้าการดำเนินการป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนต้องตระหนัก จากการตรวจคัดกรองประชาชนตำบลยะรัง พบว่า มีกลุ่มเสี่ยง จำนวน 25 คน ในการนี้ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลยะรัง จึงได้จัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง และเบาหวาน ขึ้น
-
1 เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน25.0018.00
กลุ่มเสี่ยงมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมร้อยละ 70
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง25
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
กิจกรรมอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3 ครั้ง - ค่าอาหารกลางวันผู้เข้าร่วมกิจกรรม วิทยากร และผู้ดำเนินการ ม้ือละ 80 บาท จำนวน 25 คน จำนวน 3 วันเป็นเงิน6,000บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มผู้เข้าร่วมกิจกรรม วิทยากร และผู้ดำเนินการ มื้อละ 35 บาท จำนวน 25 คน 3 วัน ๆ ละ 2 มื้อ เป็นเงิน 5,250บาท - ค่าวิทยากรกระบวนการ วันละจำนวน 5 ชั่วโมง ๆ ละ 300 บาท 3 วันเป็นเงิน4,500 บาท - ค่าจัดทำคู่มือในการอบรม จำนวน 25 เล่ม ๆ ละ 50 บาทเป็นเงิน1,250บาท
1 มีนาคม 2567 ถึง 30 กันยายน 2567ผู้เข้ารับการอบรม มีความรู้ และสามารถนำมาใช้ในการปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้อง
17500.00 บาท -
กิจกรรมถอดบทเรียน และประกาศเกียรติคุณแก่ผู้ที่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้
กิจกรรมถอดบทเรียน และประกาศเกียรติคุณแก่ผู้ที่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ - ค่าอาหารกลางวันผู้เข้าร่วมกิจกรรม วิทยากร และผู้ดำเนินการ ม้ือละ 80 บาท จำนวน 25 คน จำนวน 1 วัน เป็นเงิน 2,000 บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มผู้เข้าร่วมกิจกรรม วิทยากร และผู้ดำเนินการ มื้อละ 35 บาท จำนวน 25 คน 1 วัน ๆ ละ 2 มื้อ เป็นเงิน 1,750 บาท - ค่าวิทยากรกระบวนการ วันละจำนวน 5 ชั่วโมง ๆ ละ 300 บาท 1 วัน เป็นเงิน 1,500 บาท
1 มีนาคม 2567 ถึง 30 กันยายน 2567ผู้ที่ผ่านการอบรมมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ถูกต้อง
5250.00 บาท
งบประมาณถั๋วเฉลี่ยตามที่จ่ายจริง
ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ถูกต้อง และสามารถถ่ายทอดความรู้ให้กับครอบครัวและชุมชนได้ต่อไป
