โครงการรู้เร็ว สู่ยุคใหม่ สุขภาพที่ดี ส่งเสริมการตรวจคัดกรองความดันโลหิตสูง และเบาหวาน ปี 2567
-
นายอับดุลฮาเร็ม ซีระแม
-
นางยูวารี แวเดร์
-
นางรีณา ลักขนา
-
นายแวมามุ ตาเฮ
-
นางปัทมา ศรีแสง
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน34.17
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง36.86
-
ร้อยละของผู้ป่วยเบาหวานที่เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวานขึ้นจอประสาทตา แผล ไตวาย0.41
จากสถานการณ์ด้านสุขภาพหน่วยบริการสาธารณสุขของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบาโงยซิแน ตลอดจนในพื้นที่อำเภอยะหา พบว่ามีการเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง และกลุ่มเสี่ยงโรคเรื้อรัง ใน 5 ปี ย้อนหลัง พบสูงขึ้น และบางส่วนได้รับการประเมินผลไม่ทัน และสภาวะเหตุการณ์ด้านสุขภาพมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาในด้านการจัดการส่งเสริมป้องกันอย่างทันท่วงที การดูแลส่งต่อรักษา การประเมินการเปลี่ยนแปลงของโรคเรื้อรัง ปัจจุบันทั่วโลกให้ความสนใจ เพื่อใช้ลดความรุนแรงของโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานโดยมุ่งไปที่การป้องกันและควบคุมปัจจัยเสี่ยง เนื่องจากมีผลการศึกษาพบว่า การควบคุมปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวสามารถป้องกันหรือชะลอการเกิดโรคได้ องค์การอนามัยโลกได้เสนอแนวทางป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรังให้ได้ผลโดยการแก้ไขปัญหาด้านปัจจัยเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหลายปัจจัยเสี่ยงไปพร้อมๆกัน และเน้นหนักในการป้องกันระดับปฐมภูมิ อีกทั้งยังลดค่าใช้จ่ายในการรักษาในระยะยาว
จากผลงานการตรวจคัดกรองสุขภาพของตำบลบาโงยซิแนระหว่าง 01/10/2565ถึง 30/09/2566 ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป ได้รับการคัดกรองโรคเบาหวาน (ไม่รวมกลุ่มป่วย) ร้อยละ 89.15ได้รับการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง (ไม่รวมกลุ่มป่วย) ร้อยละ 91.86 พบกลุ่มปกติที่มีภาวะน้ำตาลจากสถานการณ์ด้านสุขภาพหน่วยบริการสาธารณสุขของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบาโงยซิแน ตลอดจนในพื้นที่อำเภอยะหา พบ มีการเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง และกลุ่มเสี่ยงโรคเรื้อรัง ใน 5 ปี ย้อนหลัง พบสูงขึ้น และบางสวนได้รับการประเมินผลไม่ทัน และสภาวะเหตุการณ์ด้านสุขภาพมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาในด้านการจัดการส่งเสริมป้องกันอย่างทันทวงที การดูแลส่งต่อรักษา ที่การประเมินการเปลี่ยนแปลงของโรคเรื้อรัง ปัจจุบันทั่วโลกให้ความสนใจ เพื่อใช้ลดความรุนแรงของโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานโดยมุ่งไปที่การป้องกันและควบคุมปัจจัยเสี่ยงเนื่องจากมีผลการศึกษาพบว่าการควบคุมปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวสามารถป้องกันหรือชะลอการเกิดโรคได้องค์การอนามัยโลกได้เสนอแนวทางป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรังให้ได้ผลโดยการแก้ไขปัญหาด้านปัจจัยเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหลายปัจจัยเสี่ยงไปพร้อมๆกัน และเน้นหนักในการป้องกันระดับปฐมภูมิ อีกทั้งยังลดค่าใช้จ่ายในการรักษาในระยะยาว การดำเนินการทำ Home BP 62 ราย การดำเนินการทำ SMBG 51 ราย ได้รับการปรับเปลี่ยน ภาวะสุขภาพ และส่งต่อการรักษากับหน่วยบริการในพื้นที่
ดังนั้น การได้รู้ข้อมูลสุขภาพของตนเอง จึงสามารถที่จะทำให้ประชาชนตระหนัก ในการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งจะให้ได้ผล และเกิดความยั่งยืนได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยพลังของประชาชนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เน้นชุมชนเป็นศูนย์กลาง สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน ด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการดูแลสุขภาพในชุมชนเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรังชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบาโงยซิแน อำเภอยะหา จังหวัดยะลา ตระหนักถึงภาวะสุขภาพของประชาชนในกลุ่มดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการจัดการเร็ว คัดกรองทัน ส่งเสริมการตรวจคัดกรองความดันโลหิตสูง และเบาหวาน ปี 2566 โครงการรู้เร็ว สู่ยุคใหม่ สุขภาพที่ดี ส่งเสริมการตรวจคัดกรองความดันโลหิตสูง และเบาหวาน ปี 2567 (กิจกรรมดังกล่าวดำเนินการได้ดีและต่อเนื่อง)
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน34.1730.00
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง36.8625.00
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูงลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาผู้ป่วยเบาหวานที่เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวานขึ้นจอประสาทตา แผล ไตวาย0.410.00
ร้อยละของผู้ป่วยเบาหวานที่เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวานขึ้นจอประสาทตา แผล ไตวาย ลดลง
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง569
-
ประชาชนที่อายุ 35 ปี ขึ้นไป2005
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. จัดประชุมคณะทำงาน เพื่อชี้แจงประชาสัมพันธ์
จัดประชุมคณะทำงาน เพื่อชี้แจงประชาสัมพันธ์ ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอความร่วมมือในการดําเนินงานและดำเนินการจัดซื้อชุดตรวจเบาหวาน จัดเตรียมเอกสาร แบบฟอร์มคัดกรอง และเตรียมความพร้อมก่อนดำเนินการ ร่วมกับคณะทำงาน กําหนดบทบาทและหน้าที่ของแต่ละบุคคล
1. เจ้าหน้าที่สาธารณสุข แยกรับผิดชอบเป็นรายหมู่บ้านโดยมีบทบาทดูแลสุขภาพกลุ่มผู้ป่วยเรื้อรังและกลุ่มเสี่ยงให้ความรู้ในหมู่บ้านที่รับผิดชอบ รวมถึงคัดกรองโรคเรื้อรัง
2. คณะกรรมการกองทุนสุขภาพตำบล มีบทบาทในการออกเยี่ยมบ้านในกลุ่มป่วยและประเมินสภาพทั่วไป รวมถึงให้กำลังใจพร้อมกับทีมสุขภาพตำบล
3 พยาบาลวิชาชีพ มีบทบาทในการให้ความรู้ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกัน รักษาพยาบาลและฟื้นฟูสมรรถภาพในกลุ่มที่มีภาวะแทรกซ้อน และกลุ่มเสี่ยงร่วมกับทีมสุขภาพตำบล
4. พยาบาลวิชาชีพที่ผ่านการฟื้นฟู ความด้านวิชาการ และการใช้ยาในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน และความดันโลหิตสูงให้มีบทบาทในการให้ความรู้เรื่องยาในกลุ่มผู้ป่วย
5. นักวิชาการสาธารณสุข มีบทบาทในการรวบรวมข้อมูล ปัญหาอุปสรรค เพื่อรายงานให้กับ หน่วยงานสาธารณสุขและชุมชนรับทราบ พร้อมทั้งวิเคราะห์และหาแนวทางแก้ไข
6. อาสาสมัครสาธารณสุข มีบทบาทในการออกเยี่ยมบ้านและตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน ให้ความรู้ และชักจูงกลุ่มเป้าหมายร่วมกับทีมสุขภาพ
7. ติดตามกลุ่มเสี่ยงที่สุขภาพดีของปีที่ผ่านมา สามารถควบคุม ระดับน้ำตาล หรือ ความดันโลหิต อยู่ในระดับที่ดีตามเกณฑ์ สุขภาพดี รพ.สต.บาโงยซิแน (ในกลุ่มเสี่ยง) พร้อม ชุดเยี่ยมอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ ชุดละ 200 บาท จำนวน10 ชุด รวมเป็นเงิน 2,000 บาท3 มิถุนายน 2567 ถึง 30 กันยายน 2567คณะทำงานมีทิศทางและ เข็มมุ่งในการดำเนินงาน ไปในแนวทางเดียวกัน
2000.00 บาท -
อบรมเชิงปฏิบัติการความรู้เรื่องโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
- จัดอบรมเชิงปฏิบัติการความรู้ของโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวานการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพจำนวน 1 วัน ดังนี้
-จัดทำเนื้อหาหลักสูตร เน้น ความรู้เรื่องเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพตนเองให้เหมาะสมโดยใช้หลัก 3 อ. 2 ส. , ถอดบทเรียนและความรู้ในการตรวจประเมินคัดกรองสุขภาพเบื้องต้น
-ประสานวิทยากร และหากลุ่มเป้าหมายในการอบรมจำนวน 50 คน
-จัดเตรียมวัสดุการอบรม และเตรียมสถานที่
-ให้การฝึกปฏิบัติ/ความรู้ การสาธิตประกอบอาหารเพื่อสุขภาพการออกกำลังกายการอยู่กับโรคอย่างเหมาะสม และการฝึกจิตคลายเครียด
ค่าใช้จ่าย
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 25 บาท* 50 คน* 2 มื้อ เป็นเงิน 2,500 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน 70 บาท* 50 คน เป็นเงิน 3,500 บาท
- ค่าสมนาคุณวิทยากร ชั่วโมง 600 บาท* 5 ชม. เป็นเงิน 3,000 บาท
- ค่าวัสดุในการอบรม (เช่น กระเป๋า สมุด ดินสอ ปากกา กระดาษ เป็นต้น) เป็นเงิน 3,300 บาท รวม 12,300 บาท3 มิถุนายน 2567 ถึง 30 กันยายน 2567-แกนนำคัดกรองประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการและประเมินผลดูแลสุขภาพ และสามารถปฏิบัติได้ถูกต้อง เพื่อป้องกันโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ร้อยละ 80
-มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จนลดภาวะแทรกซ้อน
12300.00 บาท - จัดอบรมเชิงปฏิบัติการความรู้ของโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวานการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพจำนวน 1 วัน ดังนี้
-
จัดบริการทีมสุขภาพออกตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน ร่วมกับติดตาม SMBP และ SMBG
1.ออกตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานประจำจุดต่างๆ ในตำบลบลโดยประสานให้เจ้าหน้าที่ออกร่วมด้วย พร้อมแจ้งผลการคัดกรองให้กลุ่มเป้าหมายทราบ
2.ตรวจความดันที่บ้าน ในผู้ป่วย ต้องตรวจทุกวัน เป็นเวลา 7 วัน
2.1 กิจกรรมย่อยจัดซื้อชุดตรวจเบาหวาน - ค่าจัดซื้อชุดแถบตรวจเบาหวาน จำนวน 24 กล่องๆละ 850 บาท เป็นเงิน 20,400 บาท
2.2 กิจกรรมย่อย จัดซื้อเครื่องวัดความดันโลหิต - เครื่องวัดความดันโลหิต จำนวน 2 เครื่องๆ ละ 2,850 เป็นเงิน 5,700 บาท
2.3 กิจกรรมย่อยเครื่องเจาะน้ำตาล ปลายนิ้วมือ - เครื่องวัดระดับน้ำตาลปลายนิ้วมือ 2 เครื่องๆ ละ 2,100 เป็นเงิน 4,200 บาท
รวม 30,300 บาท3 มิถุนายน 2567 ถึง 30 กันยายน 2567กลุ่มเป้าหมาย 35 ปีขึ้นไป ได้รับการคัดกรองอุปกรณ์ที่เพียงพอ และการประเมินที่ถูกต้องก่อน พบเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และหลังจากประเมินผลการคัดกรองเบื้องต้นแล้ว ได้รับการดำเนินการ SMBP และ SMBG ต่อเนื่องทุกราย
30300.00 บาท
1.ประชาชนกลุ่มป่วยใช้พื้นฐานชีวิตในการดูแลอาการของโรค ด้วยตนเอง โดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายทุกกลุ่ม
2. ชุมชนโดยแกนนำสุขภาพมีส่วนร่วม เห็นความสำคัญ และสามารถเป็นบุคคลต้นแบบในการดูแลสุขภาพของชุมชน เพื่อการดูแลระยะยาว
3. ภาวะแทรกซ้อนทางเท้าในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน ลดลง หรือไม่เกิดเพิ่มขึ้น
4. ผู้ป่วยสามารถควบคุมระดับน้ำตาลและความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์ที่ปกติของโรค
5. เสริมพลัง และการดูแลสุขภาพของกลุ่มผู้สูงอายุที่ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง
