โครงการชะลอภาวะไตรเสื่อม ในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่มีภาวะแทรกซ้อนทางไตระยะที่ 2 ปีงบประมาณ 2567
โรคไตเรื้อรัง (chronic kidney disease; CKD) เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย โดยสาเหตุของโรคที่พบบ่อย ได้แก่ โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง โดยโรคเบาหวานเป็นสาเหตุที่สำคัญที่สุด คิดเป็นร้อยละ 37.5 รองลงมาคือโรคความดันโลหิตสูง คิดเป็นร้อยละ 25.6 โรคไตเรื้อรังในระยะแรกมักไม่แสดงอาการผิดปกติ ทำให้ผู้ป่วยไม่ทราบว่าเป็นโรคไตเรื้อรัง โดยมักตรวจพบเมื่อโรคดำเนินไปมากแล้วหรือเข้าสู่โรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย (end stage renal disease) อีกทั้งการที่ไม่มีอาการผิดปกติ ทำให้ผู้ป่วยบางกลุ่มขาดความตระหนักต่อความรุนแรงของโรค จึงละเลยการดูตนเอง ไม่ค่อยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและระดับความดันโลหิต บางกลุ่มเข้าใจว่าโรคไตที่ดำเนินอยู่เกิดจากการรับประทานยารักษาโรคเบาหวานหรือโรคความดันโลหิตสูงเป็นเวลานาน จึงแสวงหาหนทางในการดูแลตัวเอง ตามการรับรู้ หรือทัศนคติของตนเอง ได้แก่การรับประทานอาหารชีวจิตที่มีโปรตีนจากพืชและมีแคลเซียมฟอสเฟอรัสสูง หรือรับประทานสมุนไพรที่มีแร่ธาตุความเข้มข้นสูง เป็นการแก้ไขที่ไม่สอดคล้องกับพยาธิสภาพของโรค เพราะการรับประทานต่อเนื่องเป็นเวลานานเนื้อไต จะถูกทำลาย ทำให้โรคดำเนินไปอย่างรวดเร็วเข้าสู่ระยะสุดท้ายที่ต้องได้รับการบำบัดทดแทนไต (Thai Renal Replacement Therapy : RRT)การรักษาผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังทำให้รัฐบาลต้องใช้ทรัพยากรบุคคลและเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาปีละกว่า 20,000 ล้านบาท โดยเป้าหมายที่สำคัญในการรักษา โรคไตเรื้อรัง คือ การป้องกันการเสื่อมของไตไม่ให้เข้าสู่ภาวะโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายและการป้องกัน ภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น ดังนั้นการตรวจคัดกรองและวินิจฉัยโรคตั้งแต่ระยะเริ่มแรก เพื่อควบคุมปัจจัย เสี่ยงและให้การดูแลรักษาอย่างทันท่วงที จึงนับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งจากข้อมูลสถานการณ์ผู้ป่วยโรคเรื้อรังตำบลท่านั่ง ปี 2564-2566 โดยในปี 2564 มีผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 1 จำนวน 163 คน , ระยะที่ 2 จำนวน 223 คน , ระยะที่ 3 จำนวน 57 คน, ปี 2565 มีผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 1 จำนวน 103 คน , ระยะที่ 2 จำนวน 225 คน , ระยะที่ จำนวน 55 คนและ ปี 2566 พบว่า เป็นผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 1 จำนวน 99 ราย, ระยะที่ 2 จำนวน 179 ราย, ระยะที่ 3a จำนวน 104 ราย, ระยะที่ ๓b จำนวน 52 ราย, ระยะที่ 4 จำนวน 13 ราย, ระยะที่ 5 จำนวน 3 ราย ดังนั้นเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังให้มากยิ่งขึ้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่านั่ง จึงได้จัดทำโครงการชะลอภาวะไตเสื่อมในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานความดันโลหิตสูงที่มีภาวะแทรกซ้อนทางไตระยะที่ 2 ขึ้น เพื่อให้ผู้ป่วยในระยะแรกเริ่มได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อชะลอความเสื่อมของไตและลดโอกาสต่อการเกิดภาวะไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย หากประสบความสำเร็จก็จะขยายไปสู่กลุ่มผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 1 ตลอดจนประชาชนกลุ่มอื่น ๆ ต่อไป
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง179
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดทำแผนงานโครงการเพื่อเสนอข้ออนุมัติ1 ตุลาคม 2566 ถึง 31 ธันวาคม 25660.00 บาท
-
กิจกรรม ค้นหากลุ่มเป้าหมาย และตรวจค่า eGFR (อัตราการกรองของไต) ในผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง1 มกราคม 2567 ถึง 29 กุมภาพันธ์ 25670.00 บาท
-
จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ ให้ความรู้ เกี่ยวกับการชะลอภาวะไตเสื่อม ให้กับผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงที่มีภาวะแทรกซ้อนทางไต ระยะที่ 2
ค่าอาหารกลางวัน 1 มื้อ อาหารว่างและเครื่องดื่ม 2 มื้อ จำนวน 1 วัน จำนวน 60 คนๆละ100 บาท เป็นเงิน 6,000 บาท
ค่าวิทยากร จำนวน 6 ชั่วโมงๆละ 600 บาท จำนวน 1 วัน เป็นเงิน 3,600 บาท
สื่อโมเดลอาหารผู้ป่วยโรคไต จำนวน 1 ชุด เป็นเงิน 4,900 บาท
เครื่องตรวจวัดความเค็ม จำนวน 6 เครื่องๆละ 2,400 บาท เป็นเงิน 14,400 บาท
1 มกราคม 2567 ถึง 29 กุมภาพันธ์ 256728900.00 บาท
ผู้ป่วยโรคเรื้อรังมีความรู้และทักษะในเรื่อง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารรสเค็ม และใช้ยาอย่างปลอดภัย สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน สามารถลดระดับค่า eGFR (อัตราการกรองของไต) ของกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ให้มีค่า eGFR (อัตราการกรองของไต) ดีขึ้น
