วัยรุ่นรู้รัก รู้ปลอดภัย ห่างไกลโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และป้องกันตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร ปีงบประมาณ 2567
-
นายนพรัตน์หัตถี และคณะ
ปัจจุบันผลกระทบของกระแสโลกาภิวัตน์ ทำให้ประเทศไทยประสบปัญหาทางสังคมมากมายโดยเฉพาะปัญหาที่เกิดกับเด็กและเยาวชน ปัจจุบันพบว่า เยาวชนมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย คือ ประมาณ ๑๒ ปี ซึ่งเด็กในวัยนี้ยังขาดวุฒิภาวะและขาดความรับผิดชอบตัวเอง ดังนั้น จึงมีความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ เช่น โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อม การทำแท้ง ความไม่พร้อมในการเลี้ยงดูลูก
จากข้อมูลสรุปผลการดำเนินงานสาธารณสุขประจำปี ๒๕63 ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านแสงสว่าง พบว่า มีอัตราการคลอดมีชีพในหญิงอายุ 15-19 ปี เท่ากับ......................โดยตั้งครรภ์ อายุน้อยสุด....... ปี นับเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญ ที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขและควรสร้างแนวทางมาตรการเพื่อเฝ้าระวังการเกิดปัญหาซ้ำ
ประชากรตำบลห้วยกรด ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก ได้แก่ ทำนา ทำไร่ ทำสวนผักผลไม้ เป็นต้น ซึ่งมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชกันอย่างมากในทุกพื้นที่ทางด้านการเกษตร และในปี 2566
สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี จังหวัดชัยนาท ได้คัดกรองสารเคมีตกค้างของเกษตรกรตำบลตำบลห้วยกรด โดยดำเนินการตรวจสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดของประชาชนทั้ง 9 หมู่บ้าน จำนวน 148 คน
พบระดับปกติ ร้อยละ 3.38 ระดับปลอดภัย ร้อยละ 75.68ระดับมีความเสี่ยง ร้อยละ 19.59 ระดับไม่ปลอดภัย ร้อยละ 1.35 ซึ่งจากผลการตรวจพบประชาชนในพื้นที่ มีสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดอยู่เป็นจำนวนมาก และเป็นการสุ่มสำรวจประชาชนเพียงบางกลุ่มเท่านั้น จึงจำเป็นที่จะต้องตรวจค้นหาผู้ที่มีสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดให้มีความครอบคลุมมากยิ่งขึ้น และการส่งเสริมความรู้การใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ตลอดจนการป้องกันการได้รับสารเคมีที่จะเข้าสู่ร่างกายด้วยช่องทางต่างๆ เพื่อสร้างความตระหนักในการเฝ้าระวังการใช้ และการสัมผัสสารเคมีทางเกษตรต่างๆ
จากข้อมูลดังกล่าว สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรา นวมินทราชินี จังหวัดชัยนาท จึงได้จัดทำโครงการเฝ้าระวังสารเคมีตกค้างของเกษตรกร ปีงบประมาณ 2567 ขึ้น เพื่อให้ประชาชนและเกษตรกรกลุ่มเสี่ยงในตำบลห้วยกรด ได้รับทราบข้อมูลความเสี่ยงของตนเองจากการตรวจเลือดหาปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือด และรับความรู้ในการป้องกันสารเคมีตกค้างในชีวิตประจำวันต่อไป
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง300
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ขั้นเตรียม
ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชุมชน สถานีอนามัย และอื่น ๆ ร่วมกันวางแผนดำเนินการ สำรวจข้อมูลเกษตรกร จัดทำทะเบียนเกษตรกรและประเมินความเสี่ยงเกษตรกรจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชเบื้องต้น ประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มเกษตรกรทราบเพื่อเตรียมกลุ่มเป้าหมาย และนัดหมายการตรวจ
1 มีนาคม 2567 ถึง 8 มีนาคม 25670.00 บาท -
ขั้นดำเนินการ
จัดเตรียมเครื่องมือ อุปกรณ์ในการตรวจคัดกรองสารเคมีตกค้างในกระแสเลือด และจัดเตรียมเอกสารเผยแพร่ความรู้เรื่องการจัดการสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดจากสมุนไพร
ดำเนินการตรวจคัดกรองสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดครั้งที่ 1 และให้ความรู้แก่กลุ่มเป้าหมายตามตารางการให้ความรู้ โดยมีกิจกรรมที่ดำเนินการ ดังนี้
5.1 ตอบคำถามการปฏิบัติตัวเกี่ยวกับการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชทั้งในส่วนของการทำการเกษตร และการใช้ในชีวิตประจำวัน
5.2 ตรวจคัดกรองสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดร่วมกับทีมงาน อสม.แต่ละหมู่บ้าน
เจาะเลือดกลุ่มเป้าหมาย
ตรวจหาระดับสารเคมีตกค้างในเลือก
อ่านและแปรผลการตรวจเลือด
5.3 ให้ความรู้แก่ประชากรกลุ่มเป้าหมายในวันตรวจเลือดในหัวข้อเรื่องดังต่อไปนี้
อันตรายของสารเคมีตกค้างในกระแสเลือด
วิธีการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องในการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชในการเกษตร
วิธีการป้องกันตนเองจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในชีวิตประจำวัน
การใช้สมุนไพรในการกำจัดพิษในร่างกายเบื้องต้น
งบประมาณ
- ค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อวัสดุ อุปกรณ์การตรวจสารเคมีตกค้างในกระแสเลือด จำนวน 300 คนเป็นเงิน 3,796 บาท รายละเอียด ดังนี้
กระดาษทดสอบหาปริมาณโคลีนเอสเตอเรส จำนวน 3 ชุดๆละ 100 ตัวอย่าง ราคาชุดละ 642 บาท เป็นเงิน 1,926 บาท
เข็มเจาะเลือดปลายนิ้ว จำนวน 3 กล่องละๆ 100 ชิ้น ราคากล่องละ 285 บาท เป็นเงิน 855 บาท
หลอดคาปิลลารี่ (Capillary tube) เก็บตัวอย่างเลือด จำนวน 3 กล่องๆละ 100 ชิ้น ราคากล่องละ 85 บาท เป็นเงิน 255 บาท
ถุงมือชนิดใช้ครั้งเดียวทิ้ง จำนวน 3 กล่องๆละ 120 บาท เป็นเงิน 360 บาท
แอลกอฮอล์ 70% ขนาด 450 มล. จำนวน 2 ขวดๆละ 50 บาท เป็นเงิน 100 บาท
สำลีก้อนเล็ก 450 G. จำนวน 2 ถุงๆละ 150 บาท เป็นเงิน 300 บาท
แผ่นสไลด์สำหรับวางแผ่นกระดาษทดสอบ จำนวน 1 กล่องๆละ 50 บาท
เป็นเงิน 50 บาท
ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม 1 มื้อ จำนวน 300 คนๆละ 25 บาท เป็นเงิน 7,500 บาท
ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 2 ชั่วโมง ๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 1,200 บาท
ค่าจัดทำเอกสารความรู้การปฏิบัติตัวในการป้องกันสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดและการจัดการสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดจากสมุนไพรด้วยตนเอง จำนวน 300 แผ่นๆละ 5 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท
ค่าป้ายโครงการขนาด 1.20 x 2.40 เมตร 1 ป้ายๆ ละ 450 บาท เป็นเงิน 450 บาท
กิจกรรมที่ 2 ติดตามผลการปฏิบัติตัวในการใช้สมุนไพรล้างพิษตกค้างในกระแสเลือด โดยการตรวจคัดกรองสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดครั้งที่ 2 (กลุ่มมีความเสี่ยง และกลุ่มไม่ปลอดภัย) โดยใช้ระยะเวลา 3 เดือน
ค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อวัสดุ อุปกรณ์การตรวจสารเคมีตกค้างในกระแสเลือด จำนวน 300 คน เป็นเงิน 2,464 บาท รายละเอียด ดังนี้
กระดาษทดสอบหาปริมาณโคลีนเอสเตอเรส จำนวน 2 ชุดๆละ 100 ตัวอย่าง ราคาชุดละ 642 บาท เป็นเงิน 1,284 บาท
เข็มเจาะเลือดปลายนิ้ว จำนวน 2 กล่องละๆ 100 ชิ้น ราคากล่องละ 285 บาท เป็นเงิน 570 บาท
หลอดคาปิลลารี่ (Capillary tube) เก็บตัวอย่างเลือด จำนวน 2 กล่องละ100 ชิ้น ราคากล่องละ 85 บาท เป็นเงิน 170 บาท
ถุงมือชนิดใช้ครั้งเดียวทิ้ง จำนวน 2 กล่องๆละ 120 บาท เป็นเงิน 240 บาท
แอลกอฮอล์ 70% ขนาด 450 มล. จำนวน 1 ขวดๆละ 50 บาท เป็นเงิน 50 บาท
สำลีก้อนเล็ก 450 G. จำนวน 1 ถุงๆละ 150 บาท เป็นเงิน 150 บาท
รวมทั้งสองกิจกรรมเป็นเงินทั้งสิ้น 16,910 บาท
1 มีนาคม 2567 ถึง 30 กันยายน 2567- ทราบถึงสถานการณ์สารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในกระแสเลือดของเกษตรกรกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่และนำมาวางแผนในการแก้ไขปัญหา
- ประชาชนมีความรู้ มีความตระหนักในเรื่องสารเคมีตกค้างในกระแสเลือด
- ประชาชนสามารถปฏิบัติตัวในการป้องกันสารเคมีกำจัดศัตรูพืชได้อย่างถูกต้อง
- ประชาชนมีความรู้ในการใช้สมุนไพรล้างสารพิษตกค้างในกระแสเลือด และสามารถใช้ได้อย่างถูกต้อง
16910.00 บาท -
สรุป
-รายงานผลการคัดกรองครั้งที่ 1 ให้กับกลุ่มเป้าหมายได้รับทราบ แจกเอกสารความรู้การปฏิบัติตัวในการป้องกันสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดและการจัดการสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดจากสมุนไพรด้วยตนเอง พร้อมนัดหมายตรวจคัดกรองสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดครั้งที่ 2 ในกลุ่มเป้าหมายที่มีผลการตรวจอยู่ในกลุ่มมีความเสี่ยง และกลุ่มไม่ปลอดภัย
ติดตามผลการปฏิบัติตัวในการใช้สมุนไพรล้างพิษตกค้างในกระแสเลือด โดยการตรวจสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดครั้งที่ 2 (กลุ่มมีความเสี่ยง และกลุ่มไม่ปลอดภัย) โดยใช้ระยะเวลา 3 เดือน
สรุปผลการดำเนินงาน รายงานผลการคัดกรองให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบถึงสถานการณ์
1 มีนาคม 2567 ถึง 30 กันยายน 2567- ทราบถึงสถานการณ์สารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในกระแสเลือดของเกษตรกรกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่และนำมาวางแผนในการแก้ไขปัญหา
- ประชาชนมีความรู้ มีความตระหนักในเรื่องสารเคมีตกค้างในกระแสเลือด
- ประชาชนสามารถปฏิบัติตัวในการป้องกันสารเคมีกำจัดศัตรูพืชได้อย่างถูกต้อง
- ประชาชนมีความรู้ในการใช้สมุนไพรล้างสารพิษตกค้างในกระแสเลือด และสามารถใช้ได้อย่างถูกต้อง
0.00 บาท
- ทราบถึงสถานการณ์สารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในกระแสเลือดของเกษตรกรกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่และนำมาวางแผนในการแก้ไขปัญหา
- ประชาชนมีความรู้ มีความตระหนักในเรื่องสารเคมีตกค้างในกระแสเลือด
- ประชาชนสามารถปฏิบัติตัวในการป้องกันสารเคมีกำจัดศัตรูพืชได้อย่างถูกต้อง
- ประชาชนมีความรู้ในการใช้สมุนไพรล้างสารพิษตกค้างในกระแสเลือด และสามารถใช้ได้อย่างถูกต้อง
