จัดบริการสถานีบริการสุขภาพในชุมชนแบบมีส่วนร่วมของชุมชน
-
นายเอนกกลิ่นรส
-
นางสาวณัฎณิชาสมจิตร
-
นางสาวเบญจมาศเกื้อสุข
-
นางกิตติยาพรหมปาน
-
นางยุพยงค์เพชรรักษ์
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน25.00
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง37.00
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA)12.00
ในสภาวะปัจจุบันสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อมที่เสี่ยง มีผลกระทบต่อสุขภาพก่อให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งปัจจุยเสี่ยงในยุคบริโภคนิยมและโลกาภิวัฒน์ การจัดการเพื่อลดปัจจัยเสี่ยง พฤติกรรมเสี่ยงนั้น จำเป็นต้องอาศัยการมีส่วนร่วมและสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายที่สำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งความเข้มแข็งของชุมชนเป็นกลไก โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งยาวรับผิดชอบ 3 หมู่บ้าน795 หลังคาเรือน ประชากร 2,739 คนประกอบด้วย หมู่ที่ 1 บ้านควนใหม่ 195 หลังคาเรือน หมู่ที่ 7 บ้านทุ่งยาว 427 หลังคาเรือนหมู่ที่ 9 บ้านควนใหม่173 หลังคาเรือนโดยประชาชนส่วนใหญ่ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำนา ทำไร่ ทำสวน รับจ้างประกอบอาชีพรับจ้างนอกบ้าน จึงมีเวลามารับบริการตรวจคัดกรองโรคเรื้อรังหรือตรวจคัดกรองซ้ำไม่ตรงกับเวลานัดของ รพ.สต. จึงเป็นปัญหาของวัยทำงานด้านพฤติกรรมการบริโภคอาหาร ส่วนใหญ่ซื้ออาหารสำเร็จรูปจากตลาดนัดในพื้นที่และชุมชนใกล้เคียงซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดโรคเรื้อรังดังนั้น โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง นับได้ว่าเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของพื้นที่ในเขตรับผิดชอบ ซึ่งเพิ่มมากขึ้นทุกปี จากสภาพปัญหาการเจ็บป่วยในปัจจุบันการจัดการสุขภาพจำเป็นต้องเกิดขึ้นตั้งแต่ระดับ บุคคล การส่งเสริมการเข้าถึงบริการสุขภาพดังนั้นชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านจึงจัดทำโครงการการจัดบริการสถานีสุขภาพในชุมชนแบบม่ส่วนร่วมของชุมชน
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน20.00
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง28.00
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูงลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA)7.00
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA) ลดลง
-
กลุ่มวัยทำงาน187
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดตั้งศูนย์จัดบริการสถานีบริการสุขภาพในชุมชนแบบมีส่วนร่วมของชุมชน
1.จัดจุดบริการตรวจสุขภาพด้วยตนเองในชุมชน ที่ศาลาเอนกประสงค์ของแต่ละหมู่บ้าน
- การส่งต่อข้อมูลการประเมินสุขภาพผ่านอุปกรณืดิจิทัล เพื่อการดูแลและติดตามสุขภาพของจนเอง ร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข
6 พฤศจิกายน 2567 ถึง 31 กรกฎาคม 2568ประชาชนกลุ่มที่ไม่ได้รับการตรวจประเมินคัดกรองในวันนัดของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข เข้าถึงบริการสุขภาพทุกคน
0.00 บาท -
2. จัดหาวัสดุ อุปกรณ์ ในการจัดบริการสถานีบริการสุขภาพในชุมชนแบบมีส่วนร่วมของชุมชน
- ป้ายไวนิลสถานีสุขภาพ จำนวน 3 ป้ายๆละ 500 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท (หมู่บ้านละ 1 ป้าย)
- เครื่องชั่งน้ำหนักแบบดิจิทอล จำนวน 3 เครื่องๆละ 1,500 บาท เป็นเงิน 4,500 บาท (หมู่บ้านละ 1 เครื่อง)
- เครื่องตรวจน้ำตาลในเลือด จำนวน 3 เครื่องๆละ 1,800 บาท เป็นเงิน 5,400 บาท
- เครื่องวัดความดันโลหิตแบบพกพา จำนวน6 เครื่องๆละ 2,500 บาท เป็นเงิน 15000 บาท
6 พฤศจิกายน 2567 ถึง 31 กรกฎาคม 2568เครื่องมือ อุปกรณ์ พร้อมให้บริการกับประชาชนกลุ่มที่ไม่ได้รับการตรวจประเมินคัดกรองในวันนัดของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข เข้าถึงบริการสุขภาพทุกคน
26400.00 บาท -
3. ติดตามและประเมินผล
ประเมินผลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ การตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
ประเมินผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันในกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
เยี่ยมครัวเรือนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเรื่องการบริโภคหวาน มัน เค็ม
6 พฤศจิกายน 2567 ถึง 31 กรกฎาคม 2568ประเมินผลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ การตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงทุกคน
ประเมินผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงทุกคน
ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันในกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงทุกกลุ่ม
เยี่ยมครัวเรือนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเรื่องการบริโภคหวาน มัน เค็ม ทุกครัวเรือน
0.00 บาท
- ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป ได้รับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 90
- กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานเป็นผู้ป่วยรายใหม่ ไม่เกินร้อยละ 1.2
- กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงเป็นผู้รายใหม่ ไม่เกินร้อยละ 2.7
