โครงการรักน้อง ๆ ห่างไกลโรคพิษสุนัขบ้า ประจำปี 2568
-
นายพิทักศิษย์พานิชธนาคม ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขฯ
-
นางสาวอรุณวาตี สิทธิเส็ม หัวหน้าฝ่ายบริการสาธารณสุข
-
นางสาวรอซีดาเจ๊ะแว พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ 064-0477513
-
นางสาวพนิดารัตนสุริยา พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 0973452068
-
เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้เรื่องการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าและนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้80.00
โรคพิษสุนัขบ้าเป็นโรคที่มีอันตรายร้ายแรง เมื่อเป็นโรคแล้วไม่สามารถที่จะรักษาให้หายได้ ผู้ป่วยที่เป็นโรคจะต้องชีวิตทุกคน ซึ่งโรคมีพาหะที่นำโรคคือสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนม เช่นสุนัข แมว หนู เป็นต้น เมื่อคนไปสัมผัสสัตว์ที่เป็นโรคหรือถูกน้ำลายของสัตว์ที่เป็นโรคก็จะทำให้เชื้อโรคนั้นแพร่ติดต่อมาสู่คนได้ และสัตว์ที่เป็นโรค ก็ยังสามารถที่ติดต่อเชื้อโรคไปยังสัตว์ปกติที่ไม่เป็นโรคได้ โรคพิษสุนัขบ้ามักจะพบในช่วงฤดูร้อน คือ ตั้งแต่เดือน มีนาคม – มิถุนายน ของทุกปี สามารถควบคุมป้องกันได้แต่ไม่สามารถรักษาได้เมื่อมีอาการของโรค การป้องกันที่ดี คือ การระวังไม่ให้ถูกสัตว์กัดหรือถูกน้ำลายของสัตว์ รวมทั้งการพาสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข แมวและสัตว์ เลี้ยงลูกด้วยนม ไปรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าซึ่ง นายแพทย์เฉลิมพล โอสถพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา กล่าวถึงสถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้า จากระบบรายงานเฝ้าระวังโรค 506 ปีพ.ศ. 2561 - 2566 ประเทศไทยพบผู้ป่วย 34 ราย (ปี 2566 พบ 5 ราย) เสียชีวิตทั้ง 34 ราย สำหรับเขตสุขภาพที่ 12 ข้อมูลปี 2561 - 2566 พบผู้ป่วย 6 ราย (ปี 2566 พบ 1 ราย)เสียชีวิตทั้ง 6 ราย เป็นเพศชายทั้งหมด อายุระหว่าง 16 - 65 ปี โดยมีประวัติโดนสุนัขของตนเองและสุนัขไม่มีเจ้าของกัด ผู้เสียชีวิตไม่ฉีดวัคซีนหลังโดนสุนัขกัด และข้อมูลจากนายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้า ประจำวันที่ 16 กันยายน 2567 ว่ามีการส่งตัวอย่างส่งตรวจสะสมปี 2567 จำนวน 4615 ตัวอย่าง ผลบวกสะสมจำนวน 225 ตัวอย่าง ชนิดสัตว์ที่เกิดโรค แบ่งเป็นสุนัข 193 โค 21 แมว 7 กระบือ 4 โดยมีพื้นที่ที่พบการเกิดโรค 10 จังหวัด 16 จุด ได้แก่ จังหวัดชลบุรี นครนายก บุรีรัมย์ สุรินทร์ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ เชียงราย อุตรดิตถ์ พัทลุง และสงขลา ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลกได้เล็งเห็นความสำคัญของการดำเนินงานอบรมและรณรงค์ให้ความรู้ให้แก่นักเรียนและเยาวชนในพื้นที่ ในเรื่องการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สามารถกระตุ้นให้นักเรียนที่มีสุนัข แมว และสัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงลูกด้วยนม ที่มีอยู่ในความดูแล หันมาตระหนักถึงปัญหาของโรคดังกล่าว รวมทั้งส่งเสริมให้นักเรียนลดความเสี่ยงของการถูกสุนัข แมวและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่สงสัยหรือเป็นโรคพิษสุนัขบ้ากัดและป้องกันไม่ให้มีผู้เสียชีวิตด้วยโรคนี้และมีความรู้ ทัศนคติและการปฏิบัติที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้าต่อไป ด้วยเหตุนี้ กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลกจึงกำหนดจัดกิจกรรมโครงการรักน้องๆห่างไกลโรคพิษสุนัขบ้า ประจำปี 2568 นี้ขึ้น
-
เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้เรื่องการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าและนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้50.0080.00
ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้เรื่องการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าและนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ โดยการสังเกตพฤติกรรมและการตอบคำถาม
-
เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมตระหนักถึงปัญหาโรคพิษสุนัขบ้า สามารถดูแลสัตว์เลี้ยงของตนได้อย่างถูกวิธีปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า60.0080.00
ผู้เข้ารับการอบรมตระหนักถึงปัญหาโรคพิษสุนัขบ้า สามารถดูแลสัตว์เลี้ยง และตนเองให้ปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้าได้อย่างถูกวิธี จากการตอบแบบประเมิน
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน105
-
คณะทำงาน15
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้เรื่องโรคพิษสุนัขบ้า
กลุ่มเป้าหมาย ดังนี้
- แกนนำนักเรียนโรงเรียนละ 15 คน ในเขตเทศบาล 7 โรงเรียน (ในช่วงชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-5) จำนวน 105 คน
- คณะทำงาน 15 คน
รวม 120 คน
รายละเอีดกิจกรรม
- จัดทำหนังสือเชิญตัวแทนแกนนำนักเรียนโรงเรียนละ 15 คน ในเขตเทศบาล 7 โรงเรียน (ในช่วงชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-5)
- จัดกิจกรรมบรรยายให้ความรู้และรณรงค์เรื่องการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า เป็นระยะเวลาครึ่งวัน
กำหนดการ
08.30 - 09.00 น. ลงทะเบียน /ทำแบบทดสอบความรู้ ความเข้าใจ ก่อนเริ่มการอบรมและรณรงค์ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
09.00 - 12.00 น. อบรมให้ความรู้ในหัวข้อ โรคพิษสุนัขบ้าคืออะไร/สถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าในปัจจุบัน/สัตว์ที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้าจะมีอาการอย่างไร/ประเภทสัตว์ต่างๆที่เป็นพาหะนำโรค/คนติดโรคพิษสุนัขบ้าจากทางใด /อาการของคนที่ติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า/ข้อควรปฏิบัติภายหลังจากถูกสุนัขบ้าหรือสัตว์ที่สงสัยว่าบ้ากัด/วัคซีนที่ใช้ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า /กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หลังการอบรมรณ์ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า / แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซักถาม ตอบคำถามเพื่อประเมินความรู้ความเข้าใจหลังการอบรม / ทำแบบทดสอบความรู้ ความเข้าใจ หลังการอบรมและรณรงค์ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
- ติดตามและประเมินผลโครงการ และสรุปและรายงานผลโครงการ
งบประมาณ
- ค่าตอบแทนวิทยากรบรรยาย 600 x 3 ชั่วโมง เป็นเงิน 1,800 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 30 บาท x 120 คน เป็นเงิน 3,600 บาท
- ค่าป้ายโครงการเป็นเงิน 1,090 บาท
- ค่าจัดซื้อวัสดุอุกรณ์ที่ใช้สำหรับการอบรม ได้แก่ สมุด ปากกา ฯลฯ เป็นเงิน 3,000 บาท
หมายเหตุ สามารถถัวเฉลี่ยได้ทุกรายการ1 มกราคม 2568 ถึง 31 มีนาคม 2568เด็กนักเรียนและเยาวชนที่เข้ารับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจและสามารถป้องกันตนเองจากโรคพิษสุนัขบ้าได้
9490.00 บาท
สามารถถัวเฉลี่ยได้ทุกรายการ
- ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้เรื่องการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าและนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้อง
- ผู้เข้ารับการอบรมตระหนักรับทราบถึงปัญหาโรคพิษสุนัขบ้า สามารถดูแลสัตว์เลี้ยงของตนได้อย่างถูกวิธีปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า
