โครงการคู่คิดพิชิตเบาหวาน
โรคไม่ติดต่อยังคงเป็นปัญหาสุขภาพอันดับหนึ่งของประชาชนไทยทั้งในแง่ภาระโรค และอัตราการเสียชีวิตอัตราการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร (30 - 69 ปี) จากโรคไม่ติดต่อที่สำคัญประกอบด้วย โรคหลอดเลือดสมอง, โรคหัวใจขาดเลือด, โรคเบาหวาน, ภาวะความดันโลหิตสูง และโรคทางเดินหายใจอุดกั้นเรื้อรัง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 ถึง ปี พ.ศ. 2559 หลังจากนั้น มีแนวโน้มลดลงเล็กน้อยและคงที่ ในปี พ.ศ. 2561 สำหรับสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคดังกล่าว มักเกิดจาก“กรรมพันธุ์และพฤติกรรม” ตามที่นโยบายของกระทรวงสาธารณสุขได้ไห้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกคนภาคส่วนในสังคมในการพัฒนาประเทศด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะด้านการเสริมสร้างสุขภาวะให้คนไทยมีสุขภาพแข็งแรงทั้งกายและใจ สามารถดูแลตนเองได้โดยมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาทุนสังคม และภูมิปัญญาชุมชน ตลอดจนการมีส่วนร่วมของพื้นที่ในระดับท้องถิ่น กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดเกณฑ์ชี้วัดความสำเร็จของการสร้างสุขภาวะให้คนไทยแข็งแรง ส่วนหนึ่งนั้นโดยได้กำหนดตัวชี้วัดของโรคไม่ติดต่อ ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ โดยกำหนดให้มีกิจกรรมการคัดกรอง ค้นหาผู้ป่วยในชุมชน และให้มีการลดละกิจกรรมเสี่ยงอันได้แก่ละเลิกการสูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ลดอาหารที่มีรสหวาน มัน เค็ม และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานผักผลไม้เพิ่มขึ้น มีการออกกำลังกายเป็นประจำ ลดภาวะน้ำหนักเกิน การดำเนินงานให้ประสบความสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนนั้นจำเป็นจะต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง และการกำหนดยุทธศาสตร์ที่เหมาะสมของพื้นที่
จากจำนวนประชากรอายุ 35 ปีที่ได้รับการคัดกรองเพื่อวินิจฉัยเบาหวาน ในปีงบประมาณ 2567 จำนวน 660 คน มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน 542 คน พบผู้ป่วยโรคเบาหวานของตำบลนาประดู่ในปี 2567 จำนวน 150 คน คิดเป็นร้อยละ 27.67 ของประชาชากร และพบว่ากลุ่มผู้ป่วยดังกล่าวมีระดับน้ำตาลในเลือดที่สูง ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อนทางไต และภาวะแทรกซ้อนของโรคอื่น ๆ อันจะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาประดู่ มุ่งหวังเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวาน จึงได้จัดทำโครงการคู่คิดพิชิตเบาหวาน เพื่อให้ผู้ป่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ส่งผลในอาการของโรคแย่ลง โดยมีอาสาสมัครสาธารณสุขเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเป็นคู่คิดในการปรับเปลี่ยน และเฝ้าระวังสังเกตอาการผิดปกติร่วมกัน อันจะส่งผลให้ผู้ป่วยสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
-
เพื่อให้เกิดภาคีเครือข่ายความร่วมมือในการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน126.00
เกิดภาคีเครือข่ายความร่วมมือในการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน
-
เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานและผู้ดูแลมีความรู้ ความเข้าใจ การดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ126.00
ผู้ป่วยโรคเบาหวานและผู้ดูแลมีความรู้ ความเข้าใจ การดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
-
เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่เข้าร่วมกิจกรรมสามารถควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุมได้126.00
ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่เข้าร่วมกิจกรรมสามารถควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุมได้
-
กลุ่มวัยทำงาน20
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง106
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้
อบรมให้ความรู้ แบ่งออกเป็น 2 รุ่น งบประมาณดังนี้
- ค่าป้ายไวนิลโครงการฯ 1 x 4 เมตร ๆ ละ 250 บาทเป็นเงิน1,000บาท
1.1 รุ่นที่ 1 (กลุ่มเป้าหมายจำนวน 53 คน และอสม. จำนวน 10 คน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 4 คน วิทยากร จำนวน 1 คน)
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 68 คน x 2 มื้อ x 35 บาทเป็นเงิน 4,760 บาท
ค่าอาหารกลางวัน 68 คน x 60 บาทเป็นเงิน4,080 บาท
ค่าวิทยากร จำนวน 6 ชั่วโมง ๆ ละ 300 บาทเป็นเงิน1,800 บาท
ค่าวัสดุอุปกรณ์ในการอบรม 63 คน x 50 บาท เป็นเงิน3,150 บาท
ค่าเอกสารในการอบรม 63 x 5 บาทเป็นเงิน 315 บาท
1.2 รุ่นที่ 2 (กลุ่มเป้าหมายจำนวน 53 คน และอสม. จำนวน 10 คน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 4 คน วิทยากร จำนวน 1 คน)
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 68 คน x 2 มื้อ x 35 บาท เป็นเงิน 4,760 บาท
ค่าอาหารกลางวัน 68 คน x 60 บาทเป็นเงิน4,080 บาท
ค่าวิทยากร จำนวน 6 ชั่วโมง ๆ ละ 300 บาท เป็นเงิน1,800 บาท
ค่าวัสดุอุปกรณ์ในการอบรม 63 คน x 50 บาท เป็นเงิน3,150 บาท
ค่าเอกสารในการอบรม 63 x 5 บาทเป็นเงิน 315 บาท
รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 29,210 บาท
1 พฤศจิกายน 2567 ถึง 30 กันยายน 2568ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานมากขึ้น
29210.00 บาท -
เจาะเลือดเพื่อหาค่าระดับน้ำตาลสะสมในกลุ่มผู้ป่วยโรคเหวาน
เจาะเลือดเพื่อหาค่าระดับน้ำตาลสะสมในกลุ่มผู้ป่วยโรคเหวาน โดยอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน
1 พฤศจิกายน 2567 ถึง 30 กันยายน 2568เพื่อทราบค่าระดับน้ำตาลสะสมในกลุ่มผู้ป่วยโรคเหวาน
0.00 บาท -
ติดตามประเมินผลระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วย เพื่อประเมินการดูแลตนเองของผู้ป่วย ทุก 3 เดือน
ติดตามประเมินผลระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วย เพื่อประเมินการดูแลตนเองของผู้ป่วย ทุก 3 เดือน โดยอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน
1 พฤศจิกายน 2567 ถึง 30 กันยายน 2568เพื่อประเมินการดูแลตนเองของผู้ป่วย
0.00 บาท
ผู้ป่วยเบาหวานมีความรู้ ความเข้าใจ และเกิดความตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลตนเอง
ผู้ป่วยเบาหวานที่เข้าร่วมกิจกรรมสามารถควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุมได้
สามารถป้องกัน/ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มาร่วมกิจกรรม
