โครงการบูรณาการป้องกันและควบคุมโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน รพ.สต.บ้านศาลาตำเสา ปีงบประมาณ 2568
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน25
-
ร้อยละประชาชนที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ได้รับการคัดกรองโรคเบาหวาน95.27
-
ร้อยละผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี55.91
-
ร้อยละประชาชนที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ได้รับการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง95.79
-
ร้อยละผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมความดันโลหิตได้ดี75.66
โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(NCDs) เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยด้วยพบว่าอัตราชุกของโรคเหล่านี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆโดยเฉพาะโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมององค์การอนามัยโลก (WHO) มีการประมาณการทางสถิติว่า ทั่วโลกมีผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานประมาณ 125 ล้านคน และมีอัตราการเพิ่มของผู้ป่วยทุกปี และในการศึกษาสถานการณ์ และธรรมชาติวิทยาของโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในประชากร พบว่าภาพรวมของประเทศประชากรไทยมีแนวโน้มการตายและป่วยจากโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเพิ่มสูงขึ้นใน 13 ปีขึ้นไป มากกว่าหนึ่งล้านเก้าแสนคน และมีแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของความชุกและจำนวนผู้เป็นเบาหวานสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนั้นยังพบว่า เมื่ออายุสูงขึ้น มีโอกาสเป็นเบาหวานได้ง่าย เมื่อเป็นโรคเบาหวานระยะเวลาหนึ่งแล้วจะเกิดโรคแทรกซ้อนทาง ตา ไต หัวใจ ระบบประสาท แผลเรื้อรัง ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่มีภาวะความดันโลหิตสูงขึ้นมีโอกาสเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดเพิ่มขึ้น 3-4 เท่า และโรคหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้น 3-8 เท่าจากการดำเนินงานเพื่อตอบสนอง Service Plan สาขาโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในปีงบประมาณ 2566พบว่าจังหวัดพัทลุงมีแนวโน้มผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงสูงขึ้นทุกๆปี เนื่องมาจากปัจจัยเสี่ยงที่คุกคามภาวะสุขภาพเช่นพฤติกรรมการดำรงชีวิตที่อาจทำให้เกิดความเครียด ภาวะโภชนาการเกินการขาดการออกกำลังกายจากสถิติการเกิดโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงของ รพ.สต.บ้านศาลาตำเสา ต.ชะมวงอ.ควนขนุนจ.พัทลุงพบว่าประชากรอายุ35ปีขึ้นไปที่ยังไม่เป็นเบาหวานจำนวน 1,590 คนได้รับการคัดกรองเจาะน้ำตาลปลายนิ้วจำนวน 1,523 คนคิดเป็นร้อยละ 95.79 เป็นกลุ่มเสี่ยงจำนวน 537 คนพบผู้ป่วยรายใหม่จำนวน 5 คนคิดเป็นร้อยละ0.94 ในส่วนของผู้ป่วยเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีจำนวน 104 คนคิดเป็นร้อยละ 55.91 สำหรับการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงพบว่าประชากรอายุ35ปีขึ้นไปที่ยังไม่เป็นโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 1,374คนได้รับการคัดกรอง จำนวน 1,310 คนคิดเป็นร้อยละ 95.27 เป็นกลุ่มเสี่ยงจำนวน 537 คนพบผู้ป่วยรายใหม่จำนวน 6 คนคิดเป็นร้อยละ 7.32ในส่วนของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดีจำนวน 317 คนคิดเป็นร้อยละ 75.66เพื่อให้การดำเนินงานการป้องกันและควบคุมจัดการงานโรคไม่ติดต่อเรื่อรัง NCDsเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เราต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของภาคีเครือข่ายสุขภาพรวมทั้งประชาชนเพื่อพัฒนาระบบบูรณาการการป้องกันและควบคุมจัดการโรคเบาหวาน/โรคความดันโลหิตสูงเพื่อลดอุบัติการณ์การเกิดผู้ป่วยรายใหม่ลดภาวะแทรกซ้อนจากโรครวมทั้งการลดอัตราตายจากภาวะแทรกซ้อนของโรคอีกด้วย ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านศาลาตำเสาจึงจัดทำโครงการป้องกันและควบคุมโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน รพ.สต.บ้านศาลาตำเสา ปีงบประมาณ 2568 ขึ้นเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนทั่วไปและผู้ป่วยมีความตระหนักและสร้างความรอบรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3อ2สผู้ป่วยจะต้องได้รับการดูแลและตรวจสุขภาพประจำปีตามเกณฑ์มาตรฐานเพื่อให้ประชาชนสามารถป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิต
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน2524
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานลดลง
-
เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายเข้าถึงบริการคัดกรองโรคความดันและโรคเบาหวาน9596
ร้อยละประชาชนกลุ่มเป้าหมายเข้าถึงบริการคัดกรองโรคความดันและโรคเบาหวาน
-
เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี55.9156
ร้อยละของผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีไม่น้อยกว่าร้อยละ50
-
เพื่อให้ผู้ป่วยโรคความดับโลหิตสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดี75.6678
ร้อยละของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดีไม่น้อยกว่าร้อยละ78
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง0
-
กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ0
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง1628
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมพัฒนาทักษะเจ้าหน้าที่ รพ.สต./อสม.ต่อสู้โรคNCDs
1.ประชุมพัฒนาทักษะเจ้าหน้าที่ รพ.สต. อสม.เป็นแกนนำอสม.ต่อสู้โรค NCDs (ตรวจคัดกรองและดูแลกลุ่มเสี่ยง ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง)
งบประมาณ
1. ค่าอาหารว่าง สำหรับเจ้าหน้าที่ รพ.สต.ผู้เกี่ยวข้อง,วิทยากร 5 คน และผู้เข้ารับการอบรม 82 คน รวมเป็น 87 คน x1มื้อ x25บาท เป็นเงิน 2,175 บาท9 มกราคม 2568 ถึง 9 มกราคม 2568ผลผลิต 1. เจ้าหน้าที่ รพ.สต./อสม.ทุกคนเข้าร่วมอบรมทักษะตรวจคัดกรองและดูแลกลุ่มเสี่ยง ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง คิดเป็นร้อยละ 100
ผลลัพธ์
1. ลดอัตราการเกิดผู้ป่วยรายใหม่โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง2175 บาท -
คัดกรองโรคเบาหวานในประชาชนกลุ่มเป้าหมายอายุ 35 ปีขึ้นไป
คัดกรองโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูงในประชากรอายุ 35 ปี ขึ้นไป
งบประมาณ 1. จัดซื้อแถบวัดระดับน้ำตาลพร้อมเข็มเจาะ 17 กล่อง ๆ ละ 960 บาท เป็นเงิน 16,320 บาท
2. ค่าเครื่องตรวจระดับน้ำตาลในเลือด จำนวน 3 เครื่อง ๆ ละ 2,650 บาท เป็นเงิน 7,950 บาท7 มกราคม 2568 ถึง 18 ธันวาคม 2567ผลผลิต 1.ประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไป ในเขตรับผิดชอบได้รับการคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงมากกว่าร้อยละ96 2.ผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่จากการคัดกรองน้อยกว่าร้อยละ 2และผู้ป่วยความดันโลหิตสูงรายใหม่จากการคัดกรองน้อยกว่าร้อยละ5
ผลลัพธ์ 1. ประชาชนกลุ่มเป้าหมายรับรู้สถานะสุขภาพของตนเองและสามารถดูแลปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้เหมาะสม
2.ผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่จากการคัดกรองน้อยกว่าร้อยละ 2และผู้ป่วยความดันโลหิตสูงรายใหม่จากการคัดกรองน้อยกว่าร้อยละ524270 บาท -
ประชุมเครือข่ายและสร้างมาตรการชุมชน
1.ประชุมเครือข่ายและสร้างมาตรการชุมชนผ่านการประชุมหมู่บ้าน
ไม่ใช้งบประมาณ
15 มกราคม 2568 ถึง 31 มกราคม 2568ผลผลิต
1.เกิดมาตรการในชุมชน
ผลลัพธ์
1.คนในชุมชนปฏิบัติตามมาตรการในชุมชนได้0 บาท -
สร้างความรอบรู้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก3 อ. 2 ส.ในกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยเป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
กิจกรรม อบรมให้ความรู้เรื่องโรค อาหารและการออกกำลังกายในกลุ่มเสี่ยง/สงสัยเป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
งบประมาณ 1.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม สำหรับเจ้าหน้าที่ รพ.สต.ผู้เกี่ยวข้อง,วิทยากร 5 คนและผู้เข้ารับการอบรม 50 คน รวมเป็น 55 คน x1มื้อ x25บาท เป็นเงิน 1,375 บาท 2.ค่าสมนาคุณวิทยากร ชั่วโมงละ 600 บาท จำนวน 3 ชั่วโมง เป็นเงิน 1,800บาท23 เมษายน 2568 ถึง 23 เมษายน 2568ผลผลิต
1.กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานเข้ารับการอบรมจำนวน50 คน
ผลลัพธ์
1.กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสม
2.ลดกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
3.ลดอัตราป่วยโรคเบาหวานโรคความดันโลหิตสูงรายใหม่
3175 บาท -
กิจกรรมสร้างความรอบรู้เรื่องโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงและการเก็บรักษายาของผู้ป่วยที่รับบริการที่ รพ.สต.
กิจกรรม
1.สร้างความรอบรู้และสื่อสารความเสี่ยงเรื่องโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง เช่น ภาวะ Hypo hyperglycemaiภาวะStroke ผู้ป่วยที่รับบริการที่ รพ.สต.ในวันคลินิก NCD (วันพุธ สัปดาห์ที่ 3 ของเดือน)
2.สร้างความรอบรู้เรื่องการใช้ยา การเก็บรักษายา และนำยาโรคประจำตัวมาด้วยทุกครั้งที่มารับบริการ
3.จัดเก็บยาให้ผู้ป่วยตามมาตรฐานการเก็บรักษายาโรคประจำตัว
งบประมาณ 1.ชุดกล่องเก็บยาพร้อมสติ๊กเกอร์การดูแลยา ขนาด 19 CM X 24.5 CM X 15 CM ชุดละ 100 บาท จำนวน 150 ชุด คิดเป็นเงิน 15,000 บาท1 กุมภาพันธ์ 2568 ถึง 20 สิงหาคม 2568ผลผลิต
1.ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ที่รับบริการที่คลินิก NCDsที่ รพ.สต. เข้าร่วมกิจกรรมสร้างรอบรู้ ร้อยละ 90
ผลลัพธ์ 1. ผู้ป่วยสามารถดูแลตนเองในการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ที่รับบริการที่คลินิก NCDsที่ รพ.สต. 2. ลดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
3. ลดอัตราการตายจากภาวะแทรกซ้อนโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง 4. ผู้ป่วยสามารถหยิบยากินเองที่บ้านได้ถูกต้อง15000 บาท -
ติดตามเจาะ FBS กลุ่มเสี่ยงเบาหวาน
กิจกรรม
ติดตามเจาะ FBS กลุ่มเสี่ยงเบาหวาน ค่าDTX >100mg%
งบประมาณ -ไม่ใช้งบประมาณ3 กุมภาพันธ์ 2568 ถึง 30 พฤษภาคม 2568ผลผลิต
1.กลุ่มเสี่ยงและสงสัยเป็นโรค เบาหวาน จากการคัดกรองได้รับการติดตามเจาะFBSมากกว่า ร้อยละ80
ผลลัพธ์
1.กลุ่มเสี่ยงและสงสัยเป็นโรค เบาหวานรับรู้ภาวะสุขภาพของตนเองมีภาวะสุขภาพดีขึ้น
0 บาท -
ติดตามวัดความดันโลหิตที่บ้าน กลุ่มเสี่ยง/สงสัยป่วยโรคความดันโลหิตสูง
กิจกรรม ติดตามวัดความดันโลหิตที่บ้าน กลุ่มแฝง/เสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง (SBP=120-139 mmHg. หรือ DBP = 80-89 mmHg.) หลังได้รับการคัดกรองภายใน 180 วัน
งบประมาณ -ไม่ใช้งบประมาณ3 กุมภาพันธ์ 2568 ถึง 30 พฤษภาคม 2568ผลผลิต กลุ่มเสี่ยงและสงสัยเป็นโรคความดันโลหิตสูงจากการคัดกรองได้รับการติดตามวัดความดันที่บ้านมากกว่าร้อยละ80
ผลลัพธ์ กลุ่มเสี่ยงและสงสัยเป็นโรคความดันโลหิตสูงมีภาวะสุขภาพดีขึ้น0 บาท -
อบรมให้ความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ป่วยเบาหวานและตรวจประเมินภาวะแทรกซ้อน
กิจกรรม 1.อบรมให้ความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ป่วยเบาหวาน
2.ตรวจประเมินสุขภาพช่องปากพร้อมแนะนำการแปรงฟัน ฝึกปฏิบัติตาม
3.ตรวจเท้าและแช่เท้าสมุนไพรพร้อมให้ฝึกปฏิบัติตาม
งบประมาณ 1.ค่าอาหารว่าง สำหรับเจ้าหน้าที่รพ.สต.ผู้เกี่ยวข้อง, วิทยากร 5 คนและผู้เข้ารับการอบรม 70คน จำนวน 2 รุ่น รวมเป็น75คนx1มื้อx25บาทx2รุ่น เป็นเงิน 3,750 บาท 2.ค่าสมนาคุณวิทยากร 2 คน ชั่วโมงละ 600 บาท จำนวน 3 ชม. จำนวน 2 รุ่น เป็นเงิน 7,200 บาท (ลักษณะฐานการเรียนรู้)16 เมษายน 2568 ถึง 18 เมษายน 2568ผลผลิต
1.ผู้ป่วยเบาหวานเขตรับผิดชอบ รพ.สต.บ้านศาลาตำเสาเข้าร่วมอบรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมร้อยละ 80
2.ผู้ป่วยเบาหวานเขตรับผิดชอบ รพ.สต.บ้านศาลาตำเสา ได้ รับการตรวจประเมินเท้า มากกว่าร้อยละ 80
3.ผู้ป่วยเบาหวานเขตรับผิดชอบ รพ.สต.บ้านศาลาตำเสา ได้รับการตรวจประเมินช่องปากพร้อมฝึกปฏิบัติโดยทันตบุคลากรมากกว่าร้อยละ 80
ผลลัพธ์
1.สามารถลดภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยเบาหวานได้
2.ลดอัตราการตายจากภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน
10950 บาท -
เยี่ยมบ้าน ย่องครัวผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง
กิจกรรม
1.เยี่ยมบ้าน ย่องครัวผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงเพื่อตรวจความเค็มและให้ความรู้เพื่อชะลอไตเสื่อม
ไม่ใช้งบประมาณ
1 พฤษภาคม 2568 ถึง 27 มิถุนายน 2568ผลผลิต
1.ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงทราบค่าความเค็มในอาหาร
ผลลัพธ์
1.ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงมีความรอบรู้และสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการปรุงอาหารเพื่อชะลอไตเสื่อมได้
0 บาท -
สื่อสารความเสี่ยง ป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง
กิจกรรม
1.ประชาสัมพันธ์สื่อสารความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองสัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมอง
2.ประเมิน CVD risk ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
3.ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่มีความเสี่ยง CVD risk ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเข้มข้นและติดตามเยี่ยมบ้านจนมีพยาธิสภาพดีขึ้น
ไม่ใช้งบประมาณ
1 พฤษภาคม 2568 ถึง 31 กรกฎาคม 2568ผลผลิต
1.ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ได้รับการประเมินความเสี่ยง CVD มากกว่า ร้อยละ90
ผลลัพธ์
1.ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงมีความเสี่ยงCVD riskลดลง ป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ
0 บาท
1.ร้อยละของประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไป ในเขตรับผิดชอบได้รับการคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า ร้อยละ95 2.ร้อยละประชากรกลุ่มเป้าหมายมีความเสี่ยงโรคเบาหวานลดลง 3.ร้อยละของผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีไม่น้อยกว่าร้อยละ 5ุ6 4.ร้อยละของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดี ไม่น้อยกว่าร้อยละ80
