โครงการพัฒนาระบบบูรณาการ โรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงเพื่อลดอุบัติการณ์การเกิดโรครายใหม่และเพิ่มอัตราการควบคุมโรค ในเขตเทศบาลตำบลบ้านสวน ปีงบประมาณ 2568
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน44.47
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง44.47
โรคไม่ติดต่อเรื้อรังเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทย ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและความเป็นอยู่ของประชาชน ทำให้วิถีการดำรงชีวิตของประชาชนเปลี่ยนแปลงตามไปจากการประเมินสถานการณ์พบว่า อัตราชุกของโรคเหล่านี้ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นแบบชันอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง ในส่วนของโรคเบาหวานเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ปัจจุบันมีจำนวนผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานเพิ่มขึ้น สถานการณ์โรคเบาหวานทั่วโลก จากข้อมูล IDF Diabetes Atlas ทั่วโลกมีผู้ป่วยโรคเบาหวานมากถึง 537 ล้านคน มากกว่า 90% เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เกือบครึ่งหนึ่งยังไม่ได้รับการวินิจฉัย คาดว่าภายในปี 2573 จะเพิ่มขึ้นเป็น 643 ล้านคน และภายในปี 2588 จะเพิ่มมากถึง 783 ล้านคน ส่วนสถานการณ์โรคเบาหวานในประเทศไทย ข้อมูลจากรายงานสถิติสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ปี พ.ศ.2566 ประเทศไทยพบอุบัติการณ์โรคเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี 2566 มีผู้ป่วยรายใหม่ เพิ่มขึ้น 3 แสนคนต่อปี ในปี พ.ศ. 2565 มีผู้ป่วยโรคเบาหวานสะสมจำนวน 3.3 ล้านคนเพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. 2564 มากถึง 1.5 แสนคน (รายงานสถิติสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข,2566) ซึ่งโรคเบาหวาน เป็นภาวะที่ร่างกายขาดอินซูลินหรือไม่สามารถใช้อินซูลินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดความผิดปกติในกระบวนการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติเกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบต่างๆ ของร่างกาย (สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ฯ, 2566)เมื่อคนๆหนึ่งเป็นโรคเบาหวานมีโอกาสจะเป็นโรคเรื้อรังอย่างอื่นตามมา ตามกลไกของการเกิดโรค สถานการณ์โรคเบาหวานของจังหวัดพัทลุง ในปี 2565 มีจำนวนผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมด 28,456 ราย สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีร้อยละ 45.02มีผู้ป่วยความดันโลหิตสูงทั้งหมด 64,039 ราย สามารถควบคุมระดับความดันได้ดีร้อยละ61.58ในปี 2566 มีจำนวนผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมด 30,364 รายสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีร้อยละ 44.61 มีผู้ป่วยความดันโลหิตสูงทั้งหมด 66,114 ราย สามารถควบคุมระดับความดันได้ดีร้อยละ 62.15 และในปี 2567 มีจำนวนผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมด 32,203 รายสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีร้อยละ 44.24 มีผู้ป่วยความดันโลหิตสูงทั้งหมด 70,027 ราย สามารถควบคุมระดับความดันได้ดีร้อยละ63.35 (HDC จ.พัทลุง, 2567) ผู้ป่วยที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลและความดันโลหิตได้ดี จะมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้สูง มีผลกระทบต่อตัวผู้ป่วยและครอบครัวโดยตรงและอาจจะมีการคุกคามชีวิตได้ นอกจากนี้ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของรพ.สต.บ้านปากคลอง ในปี พ.ศ.2567 มีกลุ่มเสี่ยงเบาหวาน 33 ราย พบเป็นผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่ 11 ราย คิดเป็นร้อยละ 33.33 และมีกลุ่มเสี่ยงความดันโลหิตสูง 67 ราย พบผู้ป่วยความดันโลหิตสูงรายใหม่ 1 ราย คิดเป็น ร้อยละ 1.49จะเห็นได้ว่าโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงยังเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของพื้นที่ จำเป็นต้องมีการดำเนินการจัดทำโครงการพัฒนาระบบบูรณาการ โรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงเพื่อลดอุบัติการณ์การเกิดโรครายใหม่และเพิ่มอัตราการควบคุมโรค อย่างต่อเนื่อง
-
เพื่อให้ประชากรกลุ่มเป้าหมายที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ได้รับการคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง80.0090.00
ประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไป ได้รับการคัดกรองเพื่อวินิจฉัยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ร้อยละ 90
-
เพื่อประชาชนกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยเป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงจากการคัดกรอง ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก 3 อ. 2 ส.50.0080.00
ประชาชนกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ร้อยละ 80
-
เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวานได้รับการส่งเสริมการดูแลสุขภาพและเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนทาง ตา ไต เท้า40.0080.00
ผู้ป่วยเบาหวานในเขตรับผิดชอบ ได้รับการตรวจภาวะแทรกซ้อนทางตา ไตและเท้า ร้อยละ 80
-
เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในสถานบริการและชุมชน ได้รับความรู้และส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วย เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลและความดับโลหิตได้ดี40.0060.00
ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี ร้อยละ 60
ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมได้ดี ร้อยละ 60
-
เพื่อลดจำนวนผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงรายใหม่34.0010.00
จำนวนผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงรายใหม่ ไม่เกินร้อยละ 10
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง200
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง800
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมชี้แจงโครงการ
ประชุมชี้แจงโครงการแก่เจ้าหน้าที่ รพ.สต.บ้านปากคลอง และอสม.ทุกคน เพื่อเตรียมดำเนินการตามแผนงานของโครงการ ไม่มีงบประมาณ
15 กุมภาพันธ์ 2568 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2568-เจ้าหน้าที่และอสม.ทุกคนรับทราบ แนวทางการดำเนินงานโครงการตรงกัน
-มีกลุ่มเป้าหมาย
-มีกลไกการดำเนินงาน
0.00 บาท -
คัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ในประชากร.อายุ 35 ปี ขึ้นไป
ดำเนินการคัดกรองเพื่อค้นหากลุ่มเสี่ยง/กลุ่มสงสัยป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ในประชากรอายุ 35 ปี ขึ้นไป โดยการเจาะโลหิตปลายนิ้วหาระดับน้ำตาล (DTX) และคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง โดยการวัดความดันโลหิต (BP) ในแต่ละหมู่บ้าน งบประมาณ
-ค่าแถบตรวจระดับน้ำตาลในเลือดพร้อมเข็มเจาะจำนวน 10 กล่อง ๆ ละ 1,000 บาท เป็นเงิน 10 ,000 บาท
-เครื่องเจาะน้ำตาลปลายนิ้ว ราคาเครื่องละ 2,500 บาท จำนวน 1 เครื่อง เป็นเงิน 2,500 บาท
17 กุมภาพันธ์ 2568 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2568ประชากรกลุ่มเป้าหมายอายุ35ปีขึ้นไปได้รับการคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง โดยการเจาะน้ำตาลปลายนิ้วและวัดความดันโลหิต ร้อยละ 90
12500.00 บาท -
ฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มเสี่ยง
ฝึกอบรมให้ความรู้โรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงโดยการเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเกี่ยวกับการรับประทานอาหารและการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับโรคตามหลัก 3 อ.2 ส. และการนำเครื่องมือสุขภาพ“ปิงปอง 7 สี สื่อสุขภาพ”มาใช้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มเสี่ยง/กลุ่มสงสัยป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
งบประมาณ
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มของผู้เข้ารับการอบรม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง,วิทยากรจำนวน 55 คน คนละ 1 มื้อๆละ 25 บาทต่อคน เป็นเงิน 1,375 บาท
ค่าสมนาคุณวิทยากร อบรม ชั่วโมงละ 600 บาท จำนวน 3 ชั่วโมง เป็นเงิน 1,800 บาท
23 พฤษภาคม 2568 ถึง 23 พฤษภาคม 2568-ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง จำนวน 50 คน ได้รับการฝึกอบรมและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ร้อยละ 80
3175.00 บาท -
ส่งเสริมการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง
ส่งเสริมการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง มีการให้ความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน/โรคความดันโลหิตสูง การมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี อาหารและการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับโรค ภาวะแทรกซ้อนต่างๆของโรค การนำสื่อสุขภาพปิงปอง 7 สี และโมเดลอาหารแลกเปลี่ยน เป็นรายบุคคลและรายกลุ่มในวันคลินิก NCD ที่ผู้ป่วยเข้ารับบริการ มีการติดตามเยี่ยมบ้านในรายที่มีปัญหาซับซ้อน และไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลหรือความดันโลหิตได้
1 มีนาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2568ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง ได้รับความรู้และมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับโรค
ผู้ป่วยโรคเบาหวานควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี ร้อยละ 60
ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงควบคุมระดับความดันได้ดี ร้อยละ 60
0.00 บาท -
การคัดกรองภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยเบาหวาน ทางตา ไต เท้า
ส่งเสริมการดูแลสุขภาพและการเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญทาง ตา ไต เท้าของผู้ป่วยเบาหวาน มีกิจกรรมการตรวจตาด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์โดยเจ้าหน้าที่จากรพ.ควนขนุน การตรวจเลือดเพื่อดูค่าการทำงานของไตในผู้ป่วยเบาหวาน และการตรวจเท้าเพื่อค้นหาความเสี่ยงในการเกิดแผลเบาหวานโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ประจำปี ไม่มีงบประมาณ
1 มีนาคม 2568 ถึง 31 มีนาคม 2568ผู้ป่วยเบาหวานเข้าร่วมกิจกรรมตรวจตา ไต เท้าร้อยละ 80
ผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะแทรกซ้อนทางตา ไต เท้าได้รับการส่งต่อโรงพยาบาลเพื่อการรักษาที่เหมาะสมทุกราย
0.00 บาท -
สรุปผลการดำเนินโครงการและคืนข้อมูล
สรุปและรายงานผลโครงการและจัดทำรูปเล่มโครงการโครงการพัฒนาระบบบูรณาการ โรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงเพื่อลดอุบัติการณ์การเกิดโรครายใหม่และเพิ่มอัตราการควบคุมโรค ในเขตเทศบาลตำบลบ้านสวน ปีงบประมาณ2568
1 กันยายน 2568 ถึง 30 กันยายน 2568ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป ได้รับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
กลุ่มเสี่ยง/กลุ่มสงสัยป่วยได้เข้ารับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
จำนวนผู้ป่วยเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงรายใหม่ลดลง
ผู้ป่วยเบาหวานได้รับการตรวจและประเมิน ตา ไต เท้า
ผู้ป่วยเบาหวานควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี
ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดี
0.00 บาท
ทุกรายการถั่วเฉลี่ยกันได้
มีจำนวนผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงรายใหม่ลดลง และผู้ป่วยเบาหวานสามารถคุมระดับน้ำตาลได้ดีเพิ่มขึ้น ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงสามาถควบคุมภาวะความดันได้ดีและไม่มีภาวะการแทรกซ้อนของโรค
