โครงการสุขภาพฟันดี ชีวิตมีสุขยกกำลัง2
-
นางสาวจรีย์ วงษ์สวัสดิ์
-
นายสุเพียร สาเล็ง
-
นางรูฮานี งามแสงนุรักษ์
-
นางสาวกิติยาพร เบ็ญเจ๊ะมะ
-
นางสาวนูรุลอีมาน มณีหิยา
-
ร้อยละของเด็กวัยเรียน (6 ปีขึ้นไป) ที่มีปัญหาฟันผุ70.00
สุขภาพช่องปากและฟันเป็นปัจจัยพื้นฐานที่มีผลโดยตรงต่อสุขภาพโดยรวมของเด็กและเยาวชน การดูแลสุขภาพฟันที่ดีตั้งแต่วัยเยาว์ไม่เพียงช่วยป้องกันฟันผุและโรคในช่องปาก แต่ยังส่งผลดีต่อการเจริญเติบโต การเรียนรู้ พฤติกรรมการกิน ความมั่นใจในตนเอง และคุณภาพชีวิตในระยะยาว จากการสำรวจพบว่า เด็กไทยในทุกช่วงวัยมีอัตราการเกิดฟันผุในระดับสูง โดยเฉพาะในเด็กวัยอนุบาลและประถมศึกษา ซึ่งยังไม่สามารถดูแลสุขภาพช่องปากตนเองได้อย่างเต็มที่ และยังมีพฤติกรรมบริโภคที่เสี่ยงต่อฟันผุ เช่น ดื่มนมผสมน้ำตาล ขนมหวาน น้ำอัดลม และการแปรงฟันที่ไม่ถูกวิธีหรือไม่สม่ำเสมอ ส่วนในระดับมัธยมศึกษา พบว่าการละเลยการดูแลสุขภาพฟันเกิดจากพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปตามวัยและขาดความตระหนัก นอกจากการส่งเสริมในระดับนักเรียนแล้ว ผู้ปกครองก็มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างวินัยและปลูกฝังพฤติกรรมการดูแลสุขภาพฟันที่ดีในครอบครัว โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่ต้องได้รับการดูแลและชี้แนะอย่างใกล้ชิด การมีความรู้ความเข้าใจของผู้ปกครองจะช่วยเสริมสร้างระบบสนับสนุนที่มั่นคงและต่อเนื่องในชีวิตประจำวันของนักเรียน ด้วยเหตุนี้ โรงเรียนบ้านน้ำดำจึงจัดทำโครงการ “สุขภาพฟันดี ชีวิตมีสุข ยกกำลัง 2” ขึ้น เพื่อสานต่อความสำเร็จจากปีที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายในการขยายผลและยกระดับความรู้ ทักษะ และพฤติกรรมการดูแลสุขภาพฟันให้ครอบคลุมทั้งนักเรียนในทุกระดับชั้น ตั้งแต่อนุบาลจนถึงมัธยมศึกษา และผู้ปกครอง ผ่านกิจกรรมที่เหมาะสมกับแต่ละกลุ่มวัย เช่น กิจกรรมแปรงฟันหลังอาหารกลางวัน กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการการดูแลสุขภาพช่องปากและการแปรงฟันอย่างถูกวิธีสำหรับนักเรียนและผู้ปกครอง และกิจกรรมฟันสวยยิ้มใส ใส่ใจจากบ้านสู่โรงเรียน โดยหวังว่าจะสามารถสร้างความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ครอบครัว และชุมชน ในการส่งเสริมสุขภาพฟันอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
-
นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปากและการแปรงฟันที่ถูกวิธี70.0075.00
นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปากและการแปรงฟันที่ถูกวิธีร้อยละ 75
-
เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนและผู้ปกครองมีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากที่ถูกต้องและเหมาะสมตามวัย70.0075.00
นักเรียนและผู้ปกครองมีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากที่ถูกต้องและเหมาะสมตามวัยร้อยละ 75
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน49
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน51
-
กลุ่มวัยทำงาน100
-
กลุ่มผู้สูงอายุ0
-
กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด0
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง0
-
กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ0
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง0
-
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)]0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมเชิงปฏิบัติการ การดูแลสุขภาพช่องปากและการแปรงฟันอย่างถูกวิธีสำหรับนักเรียนและผู้ปกครอง
จากงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพ อบต.ปุโละปุโย อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานีจำนวน 40,000 บาท (สี่หมื่นบาทถ้วน) มีรายละเอียดดังนี้ 1.ค่าป้ายไวนิลโครงการ ขนาด 1.2 x 3 เมตร = 720 บาท 2.ค่าวิทยากร 5 คน x 600 บาท = 3,000 บาท 3. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 35 บาท x 200 คน x 2 มื้อ = 14,000 บาท 4. ค่าแฟ้มใส่เอกสาร 20 บาท x 200 คน = 4,000 บาท 5. ค่าปากกา 5 บาท x 200 คน = 1,000 บาท 6. ค่าสมุดบันทึกความรู้ 20 บาท x 200 คน = 4,000 บาท 7. ค่ากระดาษ A4 140 บาท x 2 รีม = 280 บาท 8. ค่าแปรงสีฟัน 30 บาท x 200 คน = 6,000 บาท 9. ค่ายาสีฟัน 20 บาท x 200 คน = 4,000 บาท 10. ค่าแก้วน้ำ 10 บาท x 200 คน = 2,000 บาท 11. เม็ดสีย้อมฟัน 5 บาท x 200 คน = 1,000 บาท
16 พฤษภาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2568นักเรียนและผู้ปกครองมีความรู้ เข้าใจในหลักการแปรงฟันที่ถูกวิธี มีสุขนิสัยที่ดีและปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้อย่างถูกต้อง
40000.00 บาท -
ฟันสวยยิ้มใส ใส่ใจจากบ้านสู่โรงเรียน
- จัดกิจกรรมแปรงฟันหลังอาหารกลางวันที่โรงเรียน
นักเรียนทุกคนจะร่วมแปรงฟันหลังรับประทานอาหารกลางวันที่โรงเรียน โดยแบ่งกลุ่มตามช่วงชั้นเพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบและเว้นระยะห่างระหว่างกลุ่ม ตัวแทนนักเรียนจะเปิดเพลงแปรงฟันเพื่อสร้างบรรยากาศสนุกสนานและช่วยให้นักเรียนแปรงฟันตามขั้นตอนที่ถูกต้อง
- สร้างระบบการติดตามการแปรงฟันที่บ้าน
ผู้ปกครองจะได้รับสมุดบันทึก ฟันสวยยิ้มใส ซึ่งนักเรียนจะใช้บันทึกการแปรงฟันทั้ง 3 ช่วงเวลา (ตื่นเช้า หลังอาหารกลางวัน และก่อนเข้านอน) โดยผู้ปกครองจะมีบทบาทในการช่วยดูแลและตรวจสอบการบันทึก รวมถึงให้คำแนะนำเรื่องการแปรงฟันและการดูแลสุขภาพช่องปากที่บ้าน
3.ตรวจสุขภาพช่องปากและติดตามผลในโรงเรียน
ครูประจำชั้นจะช่วยตรวจสุขภาพช่องปากของนักเรียนเป็นระยะ และบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับการแปรงฟัน รวมถึงให้คำปรึกษาและคำแนะนำเพิ่มเติมแก่นักเรียน เพื่อให้มั่นใจว่านักเรียนมีสุขภาพฟันที่ดี
4.ประเมินผลกิจกรรม
นักเรียนทุกคนจะได้รับการทดสอบประสิทธิภาพการแปรงฟัน พร้อมทั้งครูและผู้ปกครองจะร่วมกันประเมินพฤติกรรมและความต่อเนื่องในการดูแลฟันของนักเรียนผ่านสมุดบันทึก ฟันสวยยิ้มใส เพื่อพัฒนาปรับปรุงและสร้างนิสัยที่ดีอย่างยั่งยืน
16 พฤษภาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 25681.นักเรียนทุกคนแปรงฟันหลังรับประทานอาหารกลางวันที่โรงเรียนอย่างถูกวิธี
2.นักเรียนทุกคนมีนิสัยรักการแปรงฟันที่ต่อเนื่อง ทั้งที่โรงเรียนและที่บ้านในช่วงตื่นเช้าและก่อนเข้านอน
3.นักเรียนทุกคนมีสุขภาพช่องปากที่ดี ลดปัญหาฟันผุอย่างชัดเจน
- ผู้ปกครองมีบทบาทในการดูแลและส่งเสริมพฤติกรรมการแปรงฟันของนักเรียนที่บ้าน
5.เกิดความร่วมมือระหว่างบ้านและโรงเรียนในการส่งเสริมสุขภาพช่องปากของนักเรียนอย่างยั่งยืน
0.00 บาท
- พฤติกรรมสุขภาพช่องปากของนักเรียนดีขึ้น นักเรียนมีพฤติกรรมการแปรงฟันอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอ ทั้งที่โรงเรียนและที่บ้าน โดยเฉพาะในช่วงเวลาตื่นเช้า หลังอาหารกลางวัน และก่อนเข้านอน
- การลดปัญหาฟันผุในนักเรียน อัตราฟันผุในนักเรียนลดลงเนื่องจากการแปรงฟันอย่างถูกวิธีและการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างต่อเนื่อง
- ความร่วมมือระหว่างบ้านและโรงเรียนเพิ่มขึ้น ผู้ปกครองมีบทบาทในการสนับสนุนและส่งเสริมพฤติกรรมการดูแลสุขภาพฟันของนักเรียน เกิดความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างบ้านและโรงเรียน
- การสร้างนิสัยรักการดูแลสุขภาพช่องปาก นักเรียนมีนิสัยรักการแปรงฟันและการดูแลสุขภาพช่องปากที่ยั่งยืน สามารถนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้ในระยะยาว
