โครงการสำรวจความเสี่ยงจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชของเกษตรกร ปีงบประมาณ 2568
-
นางสาวณัฏฐ์นรีสังข์แก้ว
-
นายเจริญศักดิ์ ทองอ่อน
-
นางพรเพ็ญ มากเอียด
-
นางพรทิพย์ เรืองพุทธ
-
นางสาวสาวิตรี จันทร์มณี
-
จำนวนของเกษตรกร(คน)ที่มีสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในกระแสเลือดระดับอันตราย39.00
-
ร้อยละของประชากรที่มีพฤติกรรมเสี่ยงจากการประกอบอาชีพ เช่น ใช้สารเคมีในการเกษตรโดยป้องกันตนเองไม่เหมาะสม2.85
สารเคมีกำจัดศัตรูพืชสามารถทำอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้ทั้งมนุษย์ และสัตว์ กล่าวคือ จะไปทำลายอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมองผิวหนัง ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ และตาซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะรับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายทางใดและปริมาณมากน้อยเท่าใด ส่วนใหญ่แล้วการที่อวัยวะภายในร่างกายได้สะสมสารเคมีไว้จนถึงขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้จึงแสดงอาการต่างๆขึ้นมา เช่น โรคมะเร็ง โรคต่อมไร้ท่อ โรคเลือด และระบบภูมิคุ้มกันเป็นต้น ประชากรส่วนใหญ่ในเขตพื้นที่ตำบลเขาปู่ประกอบอาชีพในภาคเกษตรกรรม โดยมีพื้นที่ที่ใช้ในการเกษตรมากถึงร้อยละ80 ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ ทำไร่ สวนผลไม้ และสวนยางพารา ผลกระทบจากการใช้สารเคมีในการควบคุมและกำจัดศัตรูพืช จึงกระจายและขยายเป็นวงกว้าง และยังอยู่ในระดับที่รุนแรงและสูงอยู่ จากข้อมูลดังกล่าวแสดงว่าเกษตรกรในเขตพื้นที่ยังคงมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งในการนำมาใช้นั้นได้มีการใช้อย่างไม่ถูกวิธี ขาดความรู้และความตระหนักในการใช้สารเคมีให้ถูกต้อง จึงทำให้มีผลกระทบกับด้านสุขภาพโดยตรง ดังนั้น กลุ่มงานบริการด้านปฐมภูมิและองค์รวม โรงพยาบาลศรีบรรพต จึงเล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพเกษตรกรในเขตพื้นที่ จึงได้จัดทำโครงการสำรวจความเสี่ยงจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชของเกษตรกรขึ้นเพื่อให้เกษตรกรกลุ่มเสี่ยงได้รับการตรวจสุขภาพเพื่อดูว่ามีปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดอยู่ในระดับใดเพื่อทำการเฝ้าระวังต่อไป
-
เพื่อค้นหาประชาชนกลุ่มเสี่ยงจากการประกอบอาชีพเกษตรกรในการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช40.0040.00
ทำให้ประชาชนที่มีภาวะเสี่ยงต่อสารเคมีกำจัดศัตรูพืชได้รับการตรวจคัดกรอง และให้คำแนะนำเพื่อส่งรักษาต่อ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
-
เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงมีผลการทดสอบระดับการทำงานของเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรส อยู่ในเกณฑ์ปกติและปลอดภัยเพิ่มขึ้น40.0040.00
ประชาชนที่มีภาวะเสี่ยงต่อสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในระดับเสี่ยงและไม่ปลอดภัย ได้รับการตรวจระดับการทำงานของเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรสซ้ำ และมีผลอยู่ในเกณฑ์ปกติและปลอดภัยเพิ่มขึ้น ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง40
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดอบรมให้ความรู้ แก่เกษตรกรกลุ่มเสี่ยงที่ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและดำเนินการตรวจหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในกลุ่มเกษตรกร
-ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้ารับการอบรมหมู่ที่ 6 ตำบลเขาปู่ วิทยากร และทีมผู้จัด จำนวน 25 คน X 2 มื้อ X 30 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท
-ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้ารับการอบรมหมู่ที่ 9 ตำบลเขาปู่ วิทยากร และทีมผู้จัด จำนวน 25 คน X 2 มื้อ X 30 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท
-ค่าอาหารกลางวัน สำหรับผู้เข้ารับการอบรมหมู่ที่ 6 ตำบลเขาปู่ วิทยากร และทีมผู้จัด จำนวน 25 คน X 80 บาท เป็นเงิน 2,000 บาท -ค่าอาหารกลางวัน สำหรับผู้เข้ารับการอบรมหมู่ที่ 9 ตำบลเขาปู่ วิทยากร และทีมผู้จัด จำนวน 25 คน X 80 บาท เป็นเงิน 2,000 บาท
-ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 1 คน 6 ชั่วโมง ๆ ชั่วโมงละ 600 บาท จำนวน 2 วัน เป็นเงิน 7,200 บาท1 ตุลาคม 2567 ถึง 30 กันยายน 2568-เกษตรกรมีความรู้เรื่องการเลือกใช้สารกำจัดศัตรูพืชและแนวทางการป้องกัน -ทราบถึงสถานการณ์สารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในเลือดของเกษตรกรกลุ่มเสี่ยงในเขตรับผิดชอบ
14200.00 บาท -
เกษตรกรที่มีระดับการทำงานของเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรสอยู่ในระดับเสี่ยง/ไม่ปลอดภัย ได้รับการตรวจเลือดซ้ำครั้งที่ 2
-ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้ารับการอบรมหมู่ที่ 6 ตำบลเขาปู่ และทีมผู้จัด จำนวน 20 คน X 30 บาท เป็นเงิน 600 บาท
-ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้ารับการอบรมหมู่ที่ 9 ตำบลเขาปู่ และทีมผู้จัด จำนวน 20 คน X 30 บาท เป็นเงิน 600 บาท
1 ตุลาคม 2567 ถึง 30 กันยายน 2568ประชาชนที่มีระดับสารเคมีในเลือดไม่ปลอดภัยได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและมีผลการตรวจซ้ำในระดับเกณฑ์ปกติและปลอดภัยมากขึ้น
1200.00 บาท
ประชาชนที่ได้รับการตรวจสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในเลือดเกษตรกรอยู่ในเกณฑ์ปกติ
