โครงการแกนนำตำบลจวบสุขภาพดี ร่วมสร้างวิถีชุมชนลดโรคNCDs
สถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรังเป็นปัญหาสุขภาพอันดับหนึ่งของโลกและของประเทศไทย ทั้งในมิติของจำนวน การเสียชีวิตและภาระโรคโดยรวม สถานการณ์โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาเหตุส่วนใหญ่ของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังมาจากพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทาง สรีรวิทยา เช่น ภาวะอ้วน ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ระดับไขมันในเลือดสูง และระดับความดันโลหิตสูง นำไปสู่การเกิดโรค ถ้าหากไม่ให้ความสำคัญกับการจัดการปัจจัยเสี่ยงและควบคุมสภาวะโรคอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ ส่วนสำคัญในการจัดการปัญหาสุขภาพดังกล่าว คือ การพัฒนาคุณภาพบริการของสถานบริการสาธารณสุขเพื่อจัดการ ปัญหาจากโรคไม่ติดต่อ และสนับสนุนให้เครือข่ายสุขภาพและชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพทั้งกลุ่มเสี่ยง และกลุ่ม ป่วยโรคไม่ติดต่ออำเภอเจาะไอร้องสถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง พบแนวโน้มสูงขึ้นเช่นเดียวกัน จำนวนผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ตั้งแต่ ปี 2563-2567พบ 310, 362, 279, 323 ราย และ 291 ราย ตามลำดับ และ จำนวนผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่ตั้งแต่ ปี 2563-2567 พบ 121 ราย ,161 ราย ,144 ราย , 152 และ155 ราย ตามลำดับ (ข้อมูล HDC จังหวัดนราธิวาส) โรงพยาบาลเจาะไอร้อง มีการดำเนินงานควบคุมและป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังมาต่อเนื่องทุกปี ตั้งแต่การคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน ซึ่งเดิมเริ่มคัดกรองในกลุ่มประชาชน 35 ปีขึ้นไป แต่ด้วยสถานการณ์แนวโน้มปัจจุบันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเริ่มมีในกลุ่มอายุที่น้อยลง จึงเริ่มดำเนินการคัดกรองในกลุ่มประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป มีการคืนข้อมูลการคัดกรอง และติดตามการปรับพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วย แต่ผลการดำเนินงาน ประชากรกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยยังไม่ลดลง แนวโน้มสูงขึ้นด้วย เมื่อมีการมีการวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกันระหว่างเครือข่ายบริการสุขภาพและชุมชน พบว่าจากการสนับสนุนเครือข่ายในชุมชน พบผู้นำชุมชนหรือแกนนำชุมชน ยังขาดความรู้ความเข้าใจในการสื่อสารบอกต่อ และไม่สามารถเป็นแกนนำด้านการปรับพฤติกรรมสุขภาพได้ ส่งผลการร่วมสร้างนโยบายสาธารณะที่เอื้อประโยชน์ต่อสุขภาพของคนในชุมชนยังไม่ชัดเจน สิ่งแวดล้อมในชุมชนยังเอื้อต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ดังนั้น กลุ่มงานบริการด้นปฐมภูมิและองค์รวมโรงพยาบาลเจาะไอร้อง จึงสนใจจัดทำโครงการแกนนำตำบลจวบสุขภาพดี ร่วมสร้างวิถีชุมชนลดโรคNCDs เพื่อส่งเสริมการรับรู้สุขภาพตนเอง การปรับพฤติกรรมสุขภาพเพื่อลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และสามารถเป็นแกนนำด้านสุขภาพในชุมชน ส่งผลสามารถบอกต่อ สนับสนุนติดตาม รวมถึงการร่วมสร้างสิ่งแวดล้อมยังเอื้อต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง จนเกิดนโยบายสาธารณะที่เอื้อประโยชน์ต่อสุขภาพของคนในชุมชนอย่างยั่งยืน
-
ครูอนามัยโรงเรียน อสม.และผู้นำชุมชน เขตตำบลจวบ ได้รับการคัดกรองโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง รับทราบผลการคัดกรองสุขภาพ และสามารถปรับพฤติกรรมสุขภาพได้เหมาะสม0.00
ครูอนามัยโรงเรียน อสม.และผู้นำชุมชน เขตตำบลจวบ เข้าร่วมโครงการมากกว่าร้อยละ 90
-
ครูอนามัยโรงเรียน อสม.และผู้นำชุมชน เขตตำบลจวบ มีความรู้ในการดูแลตนเอง เพื่อป้องกันการเกิดโรคNCDs หรือภาวะแทรกซ้อนจากโรค NCDs และสามารถสื่อสารบอกต่อคนอื่นได้0.00
อัตรากลุ่มเสี่ยง กลุ่มป่วย และการเกิดภาวะแทรกซ้อนในกลุ่มป่วย ของผู้เข้าร่วมโครงการลดลงหลังจากเข้าร่วมโครงการ อย่างน้อย ร้อยละ 5
-
3.อสม.เขตตำบลจวบ มีความรู้และทักษะการคัดกรองโรคNCDs เบื้องต้น0.00
อสม.เขตตำบลจวบ ผ่านการสอบทักษะการคัดกรองโรคNCDs เบื้องต้น ร้อยละ 100
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง100
-
กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
Work Shop การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) แบ่งเป็น 3 กลุ่ม
ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 1 มื้อๆละ 60 บาท x 63 คน = 3,780บ.
ค่าอาหารว่าง จำนวน 2 มื้อๆละ25บาท x 1 วัน x 63 คน = 3,150บ.
ค่าป้ายไวนิลโครงการแกนนำตำบลจวบสุขภาพดี ขนาด 1.2 เมตร x 2.4 เมตร จำนวน 1ป้าย = 720 บาท
เครื่องตรวจความเค็ม จำนวน 2 เครื่อง เครื่องละ 2,000 บาท = 4,000 บาท
รวมงบประมาณ กิจกรรมที่ 1 ทั้งสิ้น 11,650 บาท
1 มีนาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 256811650.00 บาท -
พัฒนาทักษะอสม. ต.จวบ จำนวน 115 คน
ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 1 มื้อๆละ 60 บาท x 115 คน = 6,900บ.
ค่าอาหารว่าง จำนวน 2 มื้อๆละ25บาท x 1 วัน x 115 คน = 5,750บ.
รวมงบประมาณ กิจกรรมที่2 ทั้งสิ้น 12,650 บาท
1 มีนาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 256812650.00 บาท
- แกนนำรับรู้ และสามารถดูแลตัวเองเพื่อป้องกันการเกิดโรค NCDs หรือภาวะแทรกซ้อนจากโรค NCDs
- แกนนำสามารถสื่อสารความรู้ให้ชุมชนหรือคนในความปกครองเกี่ยวกับการดูแลตนเองเพื่อป้องกันการเกิดโรค NCDs หรือภาวะแทรกซ้อนจากโรค NCDs
