โครงการสร้างเสริมและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน ปี 2568
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน100.00
โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง นับเป็น ปัญหาการเจ็บป่วยที่สำคัญ และนำมาซึ่งความสูญเสียทรัพยากรในการดูแลรักษา มีผลกระทบต่อผู้ป่วยเอง ค่ารักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายในครอบครัว มีอาการป่วยเรื้อรัง เป็นเวลานาน ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ และยังเชื่อมโยงไปสู่โรคแทรกซ้อนอื่นๆ อีกมากมาย เช่นโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตเรื้อรัง สำหรับสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรค คือ กรรมพันธุ์ และ สิ่งแวดล้อม ในส่วนของกรรมพันธุ์นั้นเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีอายุมากขึ้น ขณะที่สิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยเสี่ยงที่เริ่มตั้งแต่ในครรภ์แม่ แม้กรรมพันธุ์จะเป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ แต่ก็สามารถควบคุมปัจจัยเรื่องอาหาร และสิ่งแวดล้อม เพื่อป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงได้ จากผลของการวิจัยหลายชิ้น ชี้ให้เห็นว่า การควบคุมอาหารอย่างดี รวมไปถึงการออกกำลังกายเป็นประจำนั้นส่งผลโดยตรงต่อการป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงสูงทางกรรมพันธุ์ อีกทั้งยังเป็นการควบคุมโรคเบาหวาน และ ป้องกันโรคแทรกซ้อนต่างๆได้ จากข้อมูลอัตราการป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา ปี 2567 พบว่า มีผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมดจำนวน 235 คน ได้รับการตรวจระดับน้ำตาลในเลือด HbA1C ทั้งหมด 193 คน คิดเป็นร้อยละ 83 และพบว่ามีผู้ป่วยเบาหวานจำนวน 71 คน ที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ HbA1C มากกว่าหรือเท่ากับ 7 จำนวน 71 คน คิดเป็นร้อยละ 37ของผู้ป่วยเบาหวานที่ได้รับการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดทั้งหมดและพบว่าผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงทั้งหมด จำนวน 339 คนไม่สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้จำนวน 198 คน คิดเป็นร้อยละ 58.4 ของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงทั้งหมด ผู้ป่วยเหล่านี้ หากไม่ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม มีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ได้ในอนาคต การรักษาโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง โดยการให้ความสำคัญเฉพาะด้านการแพทย์ อาจจะไม่เพียงพอ เพื่อเป็นการควบคุมภาวะโรค และ ป้องกันภาวะแทรกซ้อน ผู้ป่วยต้องได้รับความรู้เรื่องพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมถูกต้อง พร้อมทั้งได้รับการกระตุ้นการเปลี่ยนพฤติกรรม ผ่านกิจกรรมต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งถ้าปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ก็จะสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขโดยปราศจากโรคแทรกซ้อนได้ ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกระแสสินธุ์ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเกี่ยวกับการดูแลตนเอง เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง โดยได้จัดทำโครงการสร้างเสริมและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน โดยมุ่งเน้นในเรื่องการส่งเสริมสุขภาพ เสริมพลังการดูแลตนเองของผู้ป่วยโดยมีเป้าหมายให้ผู้ป่วย สามารถควบคุมโรคได้ ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อน
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง100
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กลุ่มที่ 1 - อบรมให้ความรู้แก่กลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน(ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ค่าHbA1c≥8 ) ให้มีความรู้ มีพฤติกรรมการปฏิบัติตัวที่เหมาะสมในเรื่อง 3อ2ส ลดเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนทางตา ใต หัวใจ เท้า และ หลอดเลือดสมอง และการใช้ยาในผู้ป่วยอย่างถูกต้อง
กลุ่มที่ 1 อบรมให้ความรู้แก่กลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน(ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ค่าHbA1c≥8 ) ให้มีความรู้ มีพฤติกรรมการปฏิบัติตัวที่เหมาะสมในเรื่อง 3อ2ส ลดเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนทางตา ใต หัวใจ เท้า และ หลอดเลือดสมอง และการใช้ยาในผู้ป่วยอย่างถูกต้อง - ทำแบบทดสอบก่อนการอบรม - ทำแบบทดสอบหลังการอบรม
1 มกราคม 2568 ถึง 30 กันยายน 25681.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม กลุ่มที่ 1 จำนวน 2 มื้อๆ ละ 30 บาท จำนวน 50 คน เป็นเงิน 3,000 บาท
2.ค่าอาหารกลางวัน กลุ่มที่ 1 จำนวน 1 มื้อๆ ละ 60 บาท จำนวน 50 คน เป็นเงิน 3,000 บาท
3.ค่าป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ 1 ป้าย ราคา 400 บาท
6400.00 บาท -
กลุ่มที่ 2 รุ่นที่ 1 (60คน) อบรมให้ความรู้แก่กลุ่มผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ควบคุมระดับความดันโลหิตไม่ได้ ( BP≥ 140/90 mmHg. อย่างน้อย 2 ครั้ง ในรอบ 6 เดือน ที่ผ่านมา)
กลุ่มที่ 2
รุ่นที่ 1 (60คน) อบรมให้ความรู้แก่กลุ่มผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ควบคุมระดับความดันโลหิตไม่ได้ ( BP≥ 140/90 mmHg. อย่างน้อย 2 ครั้ง ในรอบ 6 เดือน ที่ผ่านมา)
ให้มีความรู้ มีพฤติกรรมการปฏิบัติตัวที่เหมาะสมในเรื่อง 3อ2ส ลดเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนทางตา ใต หัวใจ และ หลอดเลือดสมอง และการใช้ยาในผู้ป่วยอย่างถูกต้อง
ทำแบบทดสอบก่อนการอบรม
ทำแบบทดสอบหลังการอบรม
1 มกราคม 2568 ถึง 30 กันยายน 25681.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม รุ่นที่ 1 จำนวน 2 มื้อๆ ละ 30 บาท จำนวน 60 คน เป็นเงิน 3,600 บาท
2.ค่าอาหารกลางวัน รุ่นที่ 1 จำนวน 1 มื้อๆ ละ 60 บาท จำนวน 60 คน เป็นเงิน 3,600 บาท
7200.00 บาท -
กลุ่มที่ 2 รุ่นที่ 2 (60คน) อบรมให้ความรู้แก่กลุ่มผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ควบคุมระดับความดันโลหิตไม่ได้ ( BP≥ 140/90 mmHg. อย่างน้อย 2 ครั้ง ในรอบ 6 เดือน ที่ผ่านมา)
กลุ่มที่ 2
รุ่นที่ 2 (60คน) อบรมให้ความรู้แก่กลุ่มผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ควบคุมระดับความดันโลหิตไม่ได้ ( BP≥ 140/90 mmHg. อย่างน้อย 2 ครั้ง ในรอบ 6 เดือน ที่ผ่านมา)
ให้มีความรู้ มีพฤติกรรมการปฏิบัติตัวที่เหมาะสมในเรื่อง 3อ2ส ลดเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนทางตา ใต หัวใจ และ หลอดเลือดสมอง และการใช้ยาในผู้ป่วยอย่างถูกต้อง
ทำแบบทดสอบก่อนการอบรม
ทำแบบทดสอบหลังการอบรม
1 มกราคม 2568 ถึง 30 กันยายน 25681.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม รุ่นที่ 2 จำนวน 2 มื้อๆ ละ 30 บาท จำนวน 60 คน เป็นเงิน 3,600 บาท
2.ค่าอาหารกลางวัน รุ่นที่ 2 จำนวน 1 มื้อๆ ละ 60 บาท จำนวน 60 คน เป็นเงิน 3,600 บาท
7200.00 บาท -
คัดกรองความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
-คัดกรองความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
1 มกราคม 2568 ถึง 30 กันยายน 25681.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 1 มื้อๆ ละ 30 บาท จำนวน 170 คน เป็นเงิน 5,100 บาท
5100.00 บาท
ผลที่คาดว่าจะได้รับ 1. ระดับความรู้ และ พฤติกรรมที่พึงประสงค์ ของกลุ่มเป้าหมาย มากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 80 ประเมินจาก แบบสอบถามก่อน - หลัง 2. ผู้ป่วยเบาหวานกลุ่มเป้าหมาย ร้อยละ 80 สามารถควบคุมระดับ HbA1C ได้น้อยกว่า 7 3. ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง กลุ่มเป้าหมาย ร้อยละ 70 สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้
