โครงการป้องกันและแก้ไขโรคโลหิตจางที่เกิดจากการขาดธาตุเหล็กในเด็ก
-
ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กเป็นปัจจัยด้านพฤติกรรมสุขภาพหนึ่งทีส่งผลต่อความแข็งแรง และความฉลาดในเด็กวัยเรียน0.50
เป็นภาวะที่พบได้บ่อยและมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น เป็นภาวะที่จะต้องหาสาเหตุ เพื่อรับการรักษาแก้ไขให้ถูกต้อง ซึ่งสาเหตุของภาวะโลหิตจางที่พบมากที่สุดได้แก่ การขาดธาตุเหล็ก ซึ่งธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบทีสำคัญในการทำงานภายในเซลล์ต่างๆเด็กที่ขาดธาตุเหล็กจนถึงระดับที่ทำให้มีภาวะโลหิตจางจะเหนื่อยง่าย ทำกิจกรรมได้เชื่องช้ากว่าเด็กปกติ มีผลต่อความสามารถในการเรียนการคิดคำนวณ จากการสำรวจโภชนาการของเด็กไทย พ.ศ.2553 - 2555 ภายใต้โครงการ South East Asia Nutrition Survey(SENUTS) พบว่าภาวะโลหิตจางในเด็กวัยเรียนอายุ 6-8 ปี สูงถึงร้อยละ 46.7 และพบมากกว่ากลุ่มอายุ 9-11 ปี ร้อยละ 25.4 และอายุ 12-14 ปี ร้อยละ 15.7 ตามลำดับ โดยพบอัตราความชุกของภาวะการขาดธาตุเหล็กในเพศหญิงเพิ่มมากขึ้นตามอายุที่มากขึ้นด้วย ทำให้ในปี พ.ศ.2556 กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายให้ความสำคัญต่อการควบคุมและป้องกันโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กอย่างจริงจัง โดยใช้มาตรการเสริมธาตุเหล็กในอาหารการให้โภชนศึกษา และการให้ยาเม็ดเสริมธาตุเหล็ก สัปดาห์ละครั้งแก่เด็กกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัยได้แนะนำให้จ่ายยาน้ำเสริมธาตุเหล็กแก่เด็กวัยเรียน อายุ 6-12 ปี และหญิงวัยเจริญพันธุ์ นอกจากนั้นยังแนะนำให้ตรวจคัดกรองภาวะโลหิตจาง เมื่อเด็กอายุ 6-12 เดือน 3-6 ปี และคัดกรองเพิ่มเติมสำหรับวัยรุ่นหญิงที่มีประจำเดือน ทั้งนี้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้กำหนดเป็นสิทธิปนะโยชน์สำหรับกลุ่มวัยเด็กและเยาชน และหญิงวัยเจริญพันธุ์ดังนั้นเพื่อลดภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในเด็กปฐมวัยและวัยเรียนจำเป็นต้องมีผู้ที่เกี่ยวข้องหลายฝ่าย จากตัวพ่อแม่เอง เครือญาติ ผู้ดูแลเด็ก เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และหน่วยงานท้องถิ่น รวมทั้งการมีนโยบายที่สนับสนุน แนวทางการปฏิบัติ การเข้าถึงบริการ และการกำกับติดตามที่ชัดเจน รวมทั้งต้องมีระบบเฝ้าระวังภาวะโลหิตจางในเด็กวัยเรียนที่มีประสิทธิภาพ อันจะทำให้ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในเด็กวัยเรียนลดลง และส่งผลต่อการสนับสนุนให้เด็กวัยเรียน มี IQ/EQ ดี สุขภาพแข็งแรง และฉลาดอย่างมีคุณภาพต่อไปจากข้อมูล ปี 2567 พบว่า เด็กอายุ 6-12 เดือน ในเขต รพ.สต.บ้านแหลมหาด ได้รับการเจาะเลือดตรวจ HCT./CBC จำนวน 18 ราย พบว่ามีภาวะโลหิตจางจำนวน 5 ราย คิดเป็นร้อยละ 27.78 ดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านแหลมหาด จัดทำโครงการป้องกันและแก้ไขโรคโลหิตจางที่เกิดจากธาตุเหล็กในเด็ก จะช่วยกระตุ้นการเข้าถึงบริการป้องกันโลหิตจางของเด็กปฐมวัยและเด็กโตให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
-
เพื่อให้เด็กนักเรียนได้รับการคัดกรองภาวะโลหิตจาง0.501.00
เด็กนักเรียนที่มีภาวะโลหิตจาง ร้อยละ 80
-
เพื่อให้เด็กนักเรียนที่มีภาวะโลหิตจางได้รับยาน้ำเสริมธาตุเหล็ก0.501.00
เด็กนักเรียนที่มีภาวะโลหิตจางได้รับยาน้ำเสริมธาตุเหล็ก ร้อยละ 100
-
เพื่อให้ครู ผู้ปกครอง และแม่ครัวมีความรู้ในการป้องกันภาวะโลหิตจากการขาดธาตุเหล็กในเด็ก0.501.00
หลังได้รับการอบรมครู ผู้ปกครอง และแม่ครัว มีความรู้เพิ่มขึ้น ร้อยละ 80
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน60
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดอบรมให้ความรูครู ผู้ปกครอง และแม่ครัว
-ให้ความรู้เรื่องผลของภาวะโลหิตจางส่งผลต่อพัฒนาการทางด้านสติปัญญา การป้องกันภาวะโลหิตจาง
ค่าอาหารว่าง 25 บาท*64 คน เป็นเงิน 1,600 บาท
ค่าอาหารกลางวัน 60 บาท*64 คน เป็นเงิน 3,840 บาท
ค่าวิทยากร 2 ชั่วโมง เป็นเงิน 1,200 บาท
ค่าปากกา 64 ด้าม*5บาท เป็นเงิน 320 บาท
ค่าเอกสาร/แผ่นพับ เป็นเงิน 300 บาท
1 มกราคม 2568 ถึง 30 กันยายน 25687260.00 บาท -
กิจกรรมคัดกรองภาวะโลหิตจาง (เจาะ Hct)
ค่าแผ่นตรวจ (strip Hct) จำนวน 2 ขวด*3000 เป็นเงิน 6,000 บาท
ค่าอาหารว่าง 25 บาท*60 คน เป็นเงิน 1,500 บาท
1 มกราคม 2568 ถึง 30 กันยายน 25687500.00 บาท
1.ผู้ปกครอง และแม่ครัวมีความรู้ในการป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในเด็ก 2.สามารถค้นหาภาวะโลหิตจางในเด็กและได้รับการแก้ไขได้
