โครงการส่งเสริมทักษะการช่วยเหลือตนเอง (กรณีเด็กติดในรถ จมน้ำ/การหนีภัย)
ด้วยในปัจจุบันจะเห็นได้ว่า ภัยพิบัติได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเกิดจากธรรมชาติหรือจากการกระทำ ของมนุษย์ หรือแม้แต่การเสื่อมสภาพของอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันจะเห็นได้จากสื่อต่าง ๆ อาทิไฟไหมอาคาร บ้านเรือน โรงงานอุตสาหกรรม โรงเรียน ล้วนสร้างความสูญเสียอย่างมากมาย ซึ่งเราอาจมองภัยพิบัติที่ห่างตัวเราแต่เราไม่มองภัยที่อยู่ใกล้ตัวเรา ดังนั้นเด็กปฐมวัยจึงเป็นวัยที่ต้องถูกสอนและได้ปฏิบัติซ้ำๆ ในเรื่องความปลอดภัย การให้เด็กได้ทำกิจกรรมช้ำๆ ที่ได้ใช้ร่างกายในการมอง ฟัง และเคลื่อนไหว ทำให้เด็กได้ซึมซับข้อมูลที่เป็นนามธรรมได้ง่าย หลักในการป้องกันการเสียชีวิตและการบาดเจ็บที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพ ได้แก่ การปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัยและเพิ่มการควบคุมดูแลให้มากขึ้น การสอนเด็ก ให้ป้องกันตนเอง และการปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยที่ไม่ทำให้เด็กและผู้ปกครองรู้สึกถูกบังคับ เช่นการคาดเข็มขัดนิรภัย ต้องทำให้เด็กและผู้ปกครองรู้ว่าเมื่อขึ้นรถต้องคาดเข็มขัดนิรภัยทันที เป้าหมายสูงสุดของการเรียนเรื่องความปลอดภัย คือทำให้เด็กปฐมวัยเกิดการลงมือปฏิบัติ เด็กควรได้รับการเตรียมตัวให้รู้จักกับสถานการณ์ที่อันตรายเพื่อพัฒนาทักษะและความรู้ เด็กต้องได้รับการสอนให้สังเกต เข้าใจ เชื่อฟังและปฏิบัติตามกฎและข้อปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอเพื่อความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น ครูต้องกระตุ้นให้เด็กได้เห็นถึงคุณค่าและเคารพกฎ เด็กย่อมมีแนวโน้มในการป้องกันอุบัติเหตุของตนเองและผู้อื่นได้ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านคลองกั่ว เห็นว่าการส่งเสริมความปลอดภัยด้านร่างกายให้เด็กเล็กเป็นสิ่งสำคัญประการหนึ่งที่จะช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุ การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน หรือการประสบปัญหาสุขภาพที่อาจทำให้เกิดผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจต่อไปในอนาคต เช่นความพิการ การได้รับการกระทบกระเทือนทางสมอง จึงได้จัดโครงการอบรมซ้อมแผนป้องกันภัยภายในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ขึ้น
ดังนั้น ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านคลองกั่ว จึงจัดกิจกรรมโครงการมีการซ้อมการหนีภัยที่เหมาะกับพัฒนาการของเด็กปฐมวัย เช่นการใช้บันได อุปกรณ์เครื่องใช้ในห้องเรียน การป้องกันอัคคีภัย ได้แก่ อันตรายจากไฟ การซ้อมดับเพลิง และการสื่อสารกับผู้ใหญ่ทันทีเมื่อเกิดไฟไหม้ ความปลอดภัยในบ้าน ได้แก่การเก็บของเล่นและสิ่งของต่างๆ ให้เข้าที่ การไม่จับ หรือสัมผัสยา ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ยาฆ่าแมลง หรือสารพิษต่างๆ การระมัดระวังการใช้กรรไกร ของมีคม วิธีการใช้ของเล่นให้ปลอดภัย
-
เพื่อให้เด็กนักเรียนและครูมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการใช้อุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัยและสามารถใช้งานได้เมื่อเกิดเหตุการณ์จริง0.00
เด็กนักเรียนและครูมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการใช้อุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัยและสามารถใช้งานได้เมื่อเกิดเหตุการณ์จริง
-
เพื่อฝึกซ้อมเด็กนักเรียนและครูในการอพยพหนีไฟ0.00
เด็กนักเรียนและครูรู้จักการอพยพหนีไฟ
-
เพื่อให้เด็กนักเรียนและครูมีความตระหนักเกี่ยวกับการป้องกันอัคคีภัย0.00
เด็กนักเรียนและครูมีความตระหนักเกี่ยวกับการป้องกันอัคคีภัย
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน80
-
กลุ่มวัยทำงาน6
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ซ้อมเหตุการณ์สมมติเมื่อเกิดอัคคีภัย
- ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 2 คน จำนวน 1 ชั่วโมง ชั่วโมง ละ600บาท เป็นเงิน 1200 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับวิทยากรครูและเด็กนักเรียน จำนวน 88 คน ๆ ละ 25 บาท รวมเป็นเงิน 2200 บาท
- ค่าป้ายไวนิลโครงการ ขนาด 1.2 x 2 เมตร เป็นเงิน 360 บาท
- ค่าวัสดุเพื่อใช้ในการอบรมซ้อมเหตุการณ์สมมติเมื่อเกิดอัคคีภัย 7400 บาท
1 พฤษภาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 256811160.00 บาท
1.เด็กนักเรียนและครูมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการใช้อุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัยและสามารถใช้งานได้เมื่อเกิดเหตุการณ์จริง 2.เด็กนักเรียนและครูรู้จักการอพยพหนีไฟ 3.เด็กนักเรียนและครูมีความตระหนักเกี่ยวกับการป้องกันอัคคีภัย
